คำสั่งคสช. ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัด

คำสั่งคสช. ย้ายผู้ว่าฯ 6 จังหวัด พ้นจากตำแหน่งเดิม และไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 20/2560 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง ว่า โดยที่หัวหน้าคสช.เห็นสมควรแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 16/2558 เรื่องมาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ 15 พ.ค.2558 อันจะเป็นประโยชน์ในการบริหารราชการกระทรวงมหาดไทยและการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคสช.จึงมีคำสั่งดังนี้


1.ให้นายศักดิ์ สมบุญโต พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

2.ให้นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

3.ให้นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

4.ให้นายโชคชัย เดชอมรธัญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

5.ให้นายสุรพล แสวงศักดิ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

6.ให้นายพศิน โกมลวิชญ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

7.ให้นายสุวิทย์ คำดี พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์

8.ให้นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

9.ให้นายนรภัทร ปลอดทอง พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

10.ให้นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี

ทั้งนี้ให้ข้าราชการผู้มีรายชื่อตามข้อ 1-10 พ้นจากตำแหน่งเดิม และไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ ตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ อีกทั้งให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 24 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 4 เม.ย.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปปส.จ่อร่วมสอบ ‘ท้าวสีสุก’ ที่สปป.ลาวขยายผล ‘แก๊งไซซะนะ’

เลขาธิการ ปปส. เผย เตรียมร่วมสอบปากคำ “ท้าวสีสุก” ที่ สปป.ลาว หาหลักฐานมาขยายผล ขณะการตรวจสอบเส้นทางเงินคืบหน้าต่อเนื่อง

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ปปส. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการตรวจสอบ เครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการทั้งทรัพย์สิน และเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาบางส่วนให้มาชี้แจงเรื่องทรัพย์สินของนายไซซะนะที่อยู่ในไทย รวมถึงทรัพย์สินของ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย 18 รายการ ที่ไปเกี่ยวข้องกับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคกีฟอกเงิน โดยมีบางรายการโอนเงินให้กับ นางสาวณปภา ตันตระกูล หรือ แพท นักแสดง ซึ่งมีความคืบหน้าต่อเนื่อง

ส่วนการจับกุมตัว ท้าวสีสุก ดาวเฮือง พ่อค้ายาเสพติดลาวรายใหญ่ ทางพนักงานสอบสวนของไทย เตรียมเข้าสอบปากคำเพื่อหาหลักฐานมาขยายผล และหาความเชื่อมโยงกับนายไซซะนะ แต่ทราบว่าขณะนี้ทาง สปป.ลาว ยังไม่ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ อาจจะอยู่ระหว่างการขยายผล และรวบรวมทรัพย์สินอยู่ หากเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย สปป.ลาวจะแจ้งมาให้ทางการไทยเข้าไปร่วมสอบได้ ซึ่งคาดว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะ สปป.ลาวก็ให้ความร่วมมือดี

ที่มา… INN

งดจัดงานสงกรานต์ท้องสนามหลวง เว้นช่วง ถ.ข้าวสาร-บางลำภู

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยของดจัดงานสงกรานต์ที่ท้องสนามหลวง ยกเว้นช่วงถ.ข้าวสาร – บางลำภู ยังเล่นได้ตามปกติ วอนเล่นน้ำอย่างรู้คุณค่า และแต่งกายตามความเหมาะสม

วานนี้ (4 เม.ย.) นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการอาหาร เครื่องดื่ม และสถานที่ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ภาพประกอบข่าว

โดยที่ประชุมได้รับทราบการบริหารจัดการอาหาร เครื่องดื่ม และสถานที่ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวัง โดย กอร.รส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้เป็นไปด้วยดี โดยยึดถือแนวทางให้พื้นที่ท้องสนามหลวงโดยรอบพระบรมมหาราชวังให้มีความปลอดภัย ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสม สามารถลดปริมาณขยะ ได้โดยยึดถือแนวทางตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้และเผยแพร่สู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่จัดให้แก่ประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพ จะให้รับประทานเรียบร้อยก่อนเข้าเต็นท์พักคอย โดยโรงอาหารมี 2 แห่งที่กองสลาก (เดิม) และบริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งน้ำขวดจะให้คนละ 1 ขวด ซึ่งสามารถเก็บขวดมาเติมน้ำดื่มได้เพื่อลดปริมาณขวดและรักษาสิ่งแวดล้อมโดยรอบบริเวณท้องสนามหลวง

อย่างไรก็ตาม ทางตัวแทนกระทรวงวัฒนธรรมได้รายงานต่อที่ประชุมว่าได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้งดการประกวดทุกประเภทในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนการแต่งกายให้มีความเหมาะสมตามสภาพของท้องถิ่น รวมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้แต่งกายไว้ทุกข์ดังเดิม ขณะเดียวกันบริเวณท้องสนามหลวงไม่มีการจัดเทศกาลสงกรานต์ แต่สามารถจัดที่ถนนข้าวสาร บางลำภูได้ โดยไม่ให้รุกล้ำเข้ามาบริเวณถนนราชดำเนิน

พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้จัดงานเทศกาลสงกรานต์ โดยคำนึงถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า มีน้ำใจต่อกัน และยึดถือประเพณีสงกรานต์ ตามแบบวัฒนธรรมไทยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน