ทุเรียนฟีเวอร์! เจ้าของร้านยิ้มรับทรัพย์ คาดปีนี้เหยียบล้านบาท

ทุเรียนฟีเวอร์ กระแสดีไม่มีตก เจ้าของร้านยิ้มรับทรัพย์ หลังปีที่แล้วทำกำไรมากกว่า 6 แสน คาดปีนี้เหยียบหลักล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 พ.ค.60) บรรยากาศการต่อคิวซื้อทุเรียนที่ “ร้านทุเรียนทองคำ” บริเวณซอยอรุโณทัย พัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กระแสดีไม่มีตก หลังจากทางร้านนำผลทุเรียนมาเปิดจำหน่ายตั้งแต่ช่วงเดือน เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า บรรยากาศคึกคักมาโดยตลอด ทั้งนี้เนื่อง จากร้านทุเรียนทองคำ เป็นอีกหนึ่งร้านในเมืองพัทยา ที่ขายทุเรียนด้วยการการันตีความอร่อย และที่สำคัญราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋าอีกด้วย

ทั้งนี้ นายทองคำ ระยับศรี เจ้าของร้านทุเรียนทองคำ เผยว่า ปีนี้เปิดขายมาตั้งแต่เดือน เมษายน กระแสก็ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเดือนที่แล้วทางร้านได้นำทุเรียนพันธ์ชะนีมาจาก จ.จันทบุรี มาขาย แต่มาในช่วงเดือน พฤษภาคม นี้ และต่อๆ ไปก็จะนำทุเรียนหมอนทองมาจาก จ.ระยอง ซึ่งคาดว่าจะกินเวลายาวไปอีกประมาณ 2 เดือนก็จะหมดหน้าทุเรียน ก่อนปิดท้ายด้วยทุเรียนจากพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งรวมแล้วจะจำหน่ายทุเรียนกินเวลาประมาณ 8 เดือนด้วยกัน

สำหรับกระแสของการจำหน่ายทุเรียนให้กับลูกค้าในปีนี้ถือว่าดีมากกว่าปีที่ผ่านมา ด้วยกระแสของโลกโซเชียลที่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบน่าตกใจ ต้องขอบคุณลูกค้าทุกคนที่มาอุดหนุนด้วย โดยทางร้านจะจำหน่ายทุเรียนในราคากิโลกรัมละ 80 บาท พร้อมการันตีความอร่อยที่สามารถเปลี่ยนได้หากไม่มีคุณภาพ เนื่องจากทางร้านจะเลือกแต่ทุเรียนดีๆ มาขายจนสามารถการันตีเนื้อและความอร่อยได้ จึงทำให้รสชาติของทุเรียนที่นำมาขายแต่ละปีจะอร่อยเหมือนกัน โดยที่ลูกค้าจะไม่ผิดหวังแน่นอน

ส่วนในปีนี้การจัดคิวของลูกค้าก็ยังคงเป็นแบบจับตามเบอร์ลูกค้ามาก่อนหลังเหมือนเดิมเพื่อป้องกันการแซงคิว นอกจากนี้ทางร้านยังได้จัดทำเพจทุเรียนทองคำ เพื่อเป็นสื่อกลางในการสอบถามเส้นทาง จนได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ขนาดบางรายต้องเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาซื้อทุเรียนที่ร้านทีเดียว

ปัจจุบันจากความนิยมของลูกค้าพบว่า มีผู้ประกอบการบางรายแอบอ้างว่าเป็นสาขาของร้านไปเปิดให้บริการ จึงขอยืนยันว่าทางร้านมีแค่สองสาขา คือ พัทยากลาง และซอยกอไผ่ เท่านั้น โดยในปีนี้จากกระแสทุเรียนที่ดีมากคาดว่าทางร้านน่าจะมีรายรับจากการขายถึงหลักล้านแน่นอน

บขส. แจง! ข่าวไล่คนตาบอดลงจากรถโดยสารไม่จริง

บขส. แจงกรณีคนพิการตาบอดถูกไล่ลงจากรถโดยสารไม่เป็นความจริง เป็นความสมัครใจของผู้โดยสารขอลงจากรถ

นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) เปิดเผยถึงกรณีข่าวรถทัวร์โดยสารไล่ผู้โดยสารตาบอดลงจากรถที่ ตลาดวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยระบุว่าทางบขส.ได้สอบถามไปยัง นายณัฐวัชร์ เจริญรักษ์ คนพิการตาบอด และได้บันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐานยืนยันการให้บริการของ บขส.

โดยนายณัฐวัชร์ แจ้งว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตนเป็นผู้ขอลงจากรถที่อำเภอวังน้อยเอง โดยที่พนักงานประจำรถไม่รู้เรื่อง และเป็นความเข้าใจผิด อีกทั้งการเดินทางในครั้งนี้ตนไม่มีเงิน จึงได้โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ส่งตัวขึ้นรถโดยสารเข้ามายังสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ซึ่งพร้อมกับได้รับการบริการอย่างดีในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ บขส. เพื่อขอออกบัตรโดยสาร เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงแสน ซึ่ง บขส. ได้ออกบัตรโดยสาร เที่ยวเวลา 19.30 น. ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ดีข่าวที่มีการนำเสนอในสื่อต่าง ๆ ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนายณัฐวัชร์ และ บขส. เป็นอย่างมาก จึงขอชี้แจงต่อสื่อมวลชนและประชาชนให้ทราบถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ผู้การ 4 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.ลาดพร้าว เซ่นจับบ่อนไฮโล

ผู้การ 4 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.ลาดพร้าว ช่วยราชการ ศปก.บกน.4 เซ่น ทหารบุกจับบ่อนไฮโล ซอยลาดพร้าว 119 เมื่อคืน

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยถึงกรณีที่เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโลไฮเทค ในซอยลาดพร้าว 119 สามารถจับกุมนักพนันได้ 92 รายงานว่า ล่าสุดได้เซ็นโยกย้ายนายตำรวจ 5 เสือของ สน.ลาดพร้าว ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ดังกล่าวแล้ว โดยให้เข้าไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.น.4 ภายในวันนี้ เนื่องจากปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่

ทั้งนี้ไม่หวั่นใจแม้จะมีการจับกุมบ่อนการพนัน 2 บ่อนติดกันในท้องที่ บก.น.4 เพราะที่ผ่านมาตำรวจก็ดำเนินการเฝ้าระวังกวดขันอย่างเต็มที่ แต่ก็อาจมีหลุดรอดสายตาไปบ้าง ทั้งนี้ยืนยันไม่มีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างแน่นอน