ดีเจเอกกี้ ควันออกหู รถหรูเสียหาย ขณะขับผ่านที่ก่อสร้างอุโมงค์ จี้คนรับผิดชอบ

ดีเจเอกกี้ โพสต์คลิปเดือดในไอจี รถมินิคูเปอร์ราคาหลายล้าน ถูกปูนที่เกิดจากการก่อสร้างอุโมงค์ย่านพัฒนาการสาดกระเด็นรอบคัน ด้านเจ้าตัวลั่นไม่อยากให้ดราม่าแต่อยากให้หาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

วานนี้ (26 มิ.ย. 60) นายเอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ หรือที่รู้จักกันในนาม ดีเจเอกกี้ พิธีกรชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องหาคนรับผิดชอบ หลังรถยนต์หรูของตัวเองถูกปูนกระเด็นใส่ได้รับความเสียหายทั่วทั้งคัน หลังจากที่เจ้าตัวได้ขับผ่านบริเวณที่ก่อสร้างอุโมงค์ย่านพัฒนาการ

โดยมีข้อความระบุว่า “นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเช้าวันนี้ ผมขอถามหน่อยนะครับว่า ผมต้องทำใจใช่ไม๊ครับกับสิ่งที่เกิดขึ้น? มันจะมีทางป้องกันได้ไม๊ครับ? ถ้าป้องกันไม่ได้ ผมจะได้ยอมรับสภาพ ถ้าจะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป? #งดด่ารุนแรง #มาช่วยหาทางแก้เหอะ #ล้างออก #ผมรีบกลับมาล้าง”

ซึ่งในวันเกิดเหตุ ได้ขับผ่านจุดดังกล่าว แล้วรู้สึกเหมือนโดนน้ำคล้ายฝนตกกระเด็นใส่หลังคา พยายามเช็ดล้างแล้วแต่ก็ไม่ออก ทั้งนี้จึงอยากถามหาความปลอดภัยของผู้ก่อสร้าง เพราะสภาพรถติดใน กทม.ก็ทำให้เครียดแล้ว แต่ยังต้องมาเจอปัญหาเช่นนี้อีก

ด้าน สนง.โยธา กทม.ที่เป็นผู้ดูแลการก่อสร้างระบุผ่านรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 ว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของผู้รับเหมา ทั้งนี้จะดำเนินการสอบสวนผู้รับเหมาถึงเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อหามาตรการไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีผู้เสียหายร้องเรียนมาที่ กทม. ทาง จนท.ก็จะประสานไปให้ผู้รับเหมาแสดงความรับผิดชอบต่อไป

ร้องดีเอสไอ! ถูกหลอกลงทุน ‘แชร์ลูกโซ่’

กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกลงทุนในแชร์ลูกโซ่ พร้อมผู้เสียหายจากแชร์คอร์สสัมมนา และ แชร์ม่อนไหม ร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิด

วันที่ 27 มิ.ย. 2560 เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ อาคาร B ชั้น 8 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้นำกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกลงทุนในแชร์ลูกโซ่ ของบริษัท ชมธรรม จำกัด และ แชร์ลูกโซ่ skt mkt trb ซึ่งอ้างว่านำไปลงทุนในยางพารา พร้อมผู้เสียหายจากแชร์คอร์สสัมมนา และ แชร์ม่อนไหม เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

โดย นายสามารถ กล่าวว่า ในวันนี้ทางสมาพันธ์ฯ ได้นำเอกสารและข้อมูลผู้เสียหายจากการถูกชักชวนให้ลงทุนในบริษัท ชมธรรมจำกัด ที่มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนใน 3 แพคเกจดังนี้ คือ แพคเกจที่ 1 ลงทุน 3,000 บาท จะได้รับปันผลวันละ 300 บาท แพคเกจที่ 2 ลงทุน 10,000 บาทจะได้รับปันผลวันละ 1,000 บาท และแพคเกจที่ 3 ลงทุน 100,000 บาท จะได้รับปันผลวันละ 10,000 บาท โดยจะรับปันผล 20 วัน ถ้าแนะนำคนมาร่วมลงทุน จะได้รับค่าแนะนำอีกคนละ 5%

ทั้งนี้ ได้มีการชักชวนผ่านทางไลน์ และเฟซบุ๊ก ส่งผลให้มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงได้นำเอกวารเพิ่มเติมของผู้เสียหายคดีหลอกให้ลงทุนคอร์สสัมมนาอบรมเพิ่มเติมอีกจำนวนหลายราย นอกจากนี้ยังมีเอกสารการชักชวนให้สมัครสมาคมฌาปณกิจสงเคราะห์พลังเครือข่าประชาชนและหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมือง และเอกสารการชักชวนให้ลงทุนในเหมืองทองคำ KKT

อย่างไรก็ตาม ทางสมาพันธ์จึงขอความอนุเคราะห์จากกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ช่วยเหลือผู้เสียหาย โดยติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหาย และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิดเพื่อเป็นการหยุดยั้งและทำให้มิจฉาชีพหวาดกลัว รวมถึงเป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดการหลอกลวงอีกได้

นาทีชีวิต เก๋งซิ่งหลุดโค้ง ข้ามเกาะกลาง พุ่งชน บ.เอไอเอ

คลิปวินาที รถเก๋งหลุดโค้งข้ามเลน  พุ่งเข้าชน อาคารเอไอเอ ที่ จ.เชียงใหม่

วันนี้ (27 มิ.ย.60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รับรายงาน เหตุการณ์ระทึกเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีเทา เสียหลักข้ามเกาะกลางถนน พุ่งชนกับป้ายอาคารเอไอเอทาวเวอร์ ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จนรถยนต์เสียหายพังยับเยิน ล้อหน้าด้านขวาหลุดออกจากซุ้มล้อ กระจกมองข้างด้านซ้ายหัก ส่วนป้ายอาคารที่ทำด้วยปูนแตกกระจาย และเศษก้อนปูนบางส่วนได้กระเด็น เข้าไปในตัวอาคารทำให้ประตูที่เป็นกระจก แตกเสียหาย

จากการสอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า เจ้าของรถเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 20-23 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ขับรถคันดังกล่าวจาก โรงพยาบาลสวนปรุง ถนนช่างหล่อ จู่ ๆ รถเกิดเสียหลักหลุดโค้งและพุ่งข้ามเกาะกลางถนน เข้าชนป้ายอาคารเอไอเอทาวเวอร์อย่างเต็มแรง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใช้ถนนได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุเจ้าของรถได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจร่างกายและได้ประสานรถยกมาเคลื่อนย้ายรถยนต์คันดังกล่าวออกไป ส่วนสาเหตุทางตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง