เหล็กหนักกว่า 1 ตัน หล่นทับคนงานเสียชีวิต ขณะเคลื่อนย้าย

เกิดอุบัติเหตุ เหล็กหล่นทับคนงานย่านบางกระดี่เสียชีวิต ขณะเคลื่อนย้ายเหล็กหนักกว่า 1 ตัน – รอแพทย์เข้าตรวจสอบเคลื่อนย้ายศพ

เกิดอุบัติเหตุ เหล็กหล่นทับคนงานเสียชีวิต ภายใน โรงงานปั๊มขึ้นรูปเหล็ก ย่านบางกระดี่ ซอย 8 เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ พบ นายสุวรรณ อาจคงหาญ อายุ 53 ปี นอนเสียชีวิต อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า โรงงานนี้เป็นลักษณะธุรกิจที่ทำกันภายในครอบครัว

โดยขณะที่ นายสุวรรณ ผู้เสียชีวิต ทำงานใช้เครนเคลื่อนย้ายเหล็กน้ำหนักกว่า 1 ตัน อยู่นั้นเหล็กกลับหล่นลงมาทับนายสุวรรณ จนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผบ.ตร.ปัด! จับแพะคดีฆ่า 8 ศพ ยันไม่ทำแผนห่วงป่วน จ่อถามสันธนะ ปม”เจ๊ชุมพร”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ปัด จับแพะคดีฆ่า 8 ศพ ยันไม่ทำแผนห่วงป่วน จ่อถาม สันธนะ ปม”เจ๊ชุมพร” ชี้ผู้ต้องหาโดนโทษประหาร

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังรับมอบตัว 8 ผู้ต้องหา คดีฆ่ายกครัว นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จากทหารกองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน.1) โดยยืนยันว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาเพียง 8 คน ไม่มีคนอื่นอีก

ซึ่งจากกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับสันติบาล เคยออกมาให้ข้อมูลว่า ปมความขัดแย้งที่แท้จริงมาจากเรื่องผลประโยชน์ มูลค่า 40-50 ล้านบาท ที่มีกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ว่าจ้างผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกันในนาม “เจ๊ ชุมพร” ให้มาดำเนินการฆ่าครอบครัวของผู้ใหญ่บ้าน ตนกำลังจะทำการเชิญตัวมาสอบถามข้อมูล แต่ขอเตือน พ.ต.ท.สันธนะ ให้ระวังการพูดลอย ๆ แบบไม่มีหลักฐาน เนื่องจากอาจถูกผู้ที่ถูกพาดพิงถึงฟ้องกลับได้

ซึ่งส่วนตัวตนจะไม่ให้ราคากับข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ และจากพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่พบ ย้ำว่าไม่มีการจับแพะอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย ทั้งนี้ยังยืนยันด้วยว่าพยานหลักฐานดังกล่าวจะทำให้ผู้ต้องหาได้รับโทษประหารชีวิตอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังกล่าวติติงสื่อมวลชนและประชาชนที่มักจะต่อว่าตำรวจว่าจับแพะในคดีสำคัญต่าง ๆ โดย ผบ.ตร. ระบุว่า ตน รวมถึง คณะทำงาน จะไม่นำชื่อเสียงเกียรติยศ ไปแลกกับสินบนหรือเงินเพียงเล็กน้อย

ซึ่งภายหลังเสร็จจากการรับมอบตัว เจ้าหน้าที่ก็จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ไปขออนุมัติศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อทำการฝากขังที่เรือนจำกระบี่ โดยไม่มีการนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุชุลมุนขึ้น

ข้ออ้างใหม่! สาวโวย ถูกแท็กซี่ไล่ลงจากรถ อ้างเพราะปากเหม็น

ชาวเน็ตแห่แชร์ว่อน หลังสาวโพสต์โวยแท็กซี่ไร้มารยาทไล่ลงจากรถ อ้างลูกค้าปากเหม็นทนไม่ไหวจะอ้วก

เฟซบุ๊กชื่อ ครีมมี่ มูมู่ กูไม่รู้ กูติส ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเรื่องราวสุดประหลาดระหว่างลูกค้าสาวและแท็กซี่ โดยเธอได้เรียกรถมาจากสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิตนั่งออกมาซักพักกลับถูกโซเฟอร์แท็กซี่ยื่นลูกอมให้ อ้างลูกค้าสาวมีกลิ่นปากเหม็นพร้อมทั้งโวยวายลั่นบอกทนไม่ไหวเพราะทำให้รถมีกลิ่นเหม็นมีอาการจะอ้วก

ซึ่งลูกค้าสาวถึงขั้นงงหนักตั้งแต่ขึ้นรถมายังไม่ได้พูดคุยกันมากหนักมีแค่ตอนบอกปลายทางเท่านั้น จนสุดท้ายถูกไล่ลงจากรถปล่อยกลางทาง  แถมก่อนไปยังมีการขอเบอร์ไว้ซึ่งเธอไม่ได้ให้ไป

“วันที่19/7/60. เวลา 22.15. ขึ้นแทคซี่คันนี้จากในหมอชิต. คนขับขับออกมาสักพักลงรถไปเอาลูกอมจากร้านข้างหมอชิตมายื่นให้เราอม. เราบอกไม่เปนไร. มันบอกว่าไม่เปนไรไม่ได้กลิ้นปากไม่ใช่เรื่องตลก. มันเหม็นมาก. เหม็นจะอวก โวยวายแบบเกินจริง ทั้งที่ไม่ได้คุยอะไรสักคำ แค่บอกว่าไปไหนแค่นั้น. เราก้อนั่งนิ่งเงียบไม่กิน และก้อไม่ได้คุยอะไรด้วยสักคำ .

สักพักมันเห็นเราไม่กินมันก้อบอกกินสิคับ!! มันก้อโวยวาย บอกไม่กินก้อเปลี่ยนคัน ทนไม่ไหวหรอก จะอวก มันก้อจอดให้เราลง เราก้อลงมายืนตัวสั่นไปหมด แล้วยังมีหน้าลงรถตามมาขอเบอร์เรา เร้าถามว่าจะเอาเบอไปทำไม มันก้อโวยๆวายว่าเหม็นไม่พร้อมอย่ามาขึ้นรถ แล้วก้อขับรถไป คือเรางงมาก กลัวมาก เจอทะเบียนนี้อย่าขึ้นนะคะ เลวมากๆ”

ทั้งนี้เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ชาวเน็ตต่างเข้าแสดงความคิดเห็นจำนวนมากและแปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตั้งสังเกตเกี่ยวกับลูกอมว่าต้องมีอะไรอย่างแน่นอนเพราะโซเฟอร์มีการขอเบอร์โทรก่อนกลับ บอกทำถูกแล้วที่ลงจากรถมาได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ครีมมี่ มูมู่ กูไม่รู้ กูติส