ฝากขัง ‘อริส แม็กซิม’ คดีค้าประเวณีสาวอายุ 16 ปี

ฝากขัง อริส แม็กซิม ผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีเด็กสาวอายุ 16 ปี เบื้องต้นทางตำรวจคัดค้านประกันตัว

วันนี้ 12 ก.ค. 60 ที่ ศาลอาญารัชดา พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางนำตัว น.ส.อาริสา หรือ อริส ใจดี ผู้ต้องหา คดีค้าประเวณีสาวอายุ 16 ปี มาขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ค. โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจมีอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากวานนี้ (11 ก.ค.) ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้จับกุม น.ส.อาริสา หรือ อริส ใจดี ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ได้ตามหมายจับศาลอาญาเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 60 ข้อหาค้ามนุษย์ ขณะกำลังเดินทางกลับจากท่องเที่ยว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นแม่เล้า จัดหาเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี ค้าบริการทางเพศ ผ่านแอพพลิชั่นไลน์ “อริส” ครั้งละ 15,000 บาท หักหัวคิว 8,000 บาท

สำหรับการเข้าจับกุม เกิดขึ้นจากตำรวจวางแผนให้รองสารวัตรสืบสวน สน.ห้วยขวาง ล่อซื้อผ่านไลน์ และให้สายลับโอนเงินเข้าบัญชี เมื่อเด็กเดินทางไปถึงโรงแรมตามนัดหมายจึงควบคุมตัวไว้และขอหมายศาลจับน.ส.อาริสา โดยเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว ทั้งนี้ยังพบว่าน.ส.อริสา เคยถูกจับกุมในคดี “ค้ามนุษย์” ที่ สน.บางรัก เมื่อเดือน ม.ค.59 คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์

ผู้ต้องหาอายุ 26 ปี คดีอาชญากรรมข้ามชาติ ผูกคอตายในห้องขัง

ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติ สัญชาติแคนาดา ผูกคอเสียชีวิตในห้องควบคุมผู้ต้องขัง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู และตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เข้าตรวจสอบภายในห้องควบคุมผู้ต้องขัง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังได้รับแจ้งเหตุมีผู้ต้องหาผูกคอเสียชีวิต เวลาประมาณ 07.30 น.

จากการตรวจสอบภายในห้องควบคุมผู้ต้องขังพบศพนายอเล็กซานเดอร์ แคส (Alexandre Cazes) อายุ 26 ปี สัญชาติแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมได้เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ย่านพุทธมณฑลสาย 3 หลังหลบหนีเข้ามายังประเทศไทย พร้อมยึดรถยนต์ลัมโบกินี่ โดยมีรายงานว่าของกลางที่ตำรวจตรวจยึดประกอบด้วย รถยนต์ลัมโบกินี 4 คัน และ ยึดบ้านพัก 3 หลัง รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

สำหรับนายอเล็กซานเดอร์ แคส เป็นผู้ต้องหาในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เกี่ยวกับธุรกิจมืด ที่ทางการสหรัฐอเมริกาประสานให้จับตัวและส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยมีรายงานว่าที่ผ่านมาตำรวจก็ได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินคดี แต่ผู้ต้องหาได้ร้องขอให้ดำเนินคดีในประเทศไทย แทนส่งตัวไปสหรัฐอเมริกา และในวันนี้มีภรรยาของผู้ต้องหาซึ่งตั้งครรภ์และใกล้คลอดได้เดินทางมาด้วย และตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะมีการแถลงข่าวรายละเอียดกรณีนี้ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.นี้

แม่ชาวพังงาเตือนภัย น้ำพิษกิ้งกือทำตาลูกน้อยหวิดบอด

แม่ชาวพังงาเตือนภัยน้ำพิษกิ้งกือทำตาลูกน้อยหวิดบอด หมอระบุกิ้งกือทุกชนิดมีน้ำพิษไว้ป้องกันตัวมีฤทธิ์เป็นกรด

น.ส.อัญชนา กายเพ็ชร อายุ 23 ปี อาชีพมัคคุเทศก์ ได้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองและลูกชายชื่อน้องมาตฤณ อายุ 7 เดือน เข้านอนอยู่ในห้องนอน ตนเองได้ลุกขึ้นเพื่อให้ลูกชายดื่มนมและเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่ จากนั้นก็นอนต่อ

ขณะที่ตนเองกำลังจะหลับ ได้ยินเสียงลูกน้อยร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวด ทำให้ตกใจรีบลุกขึ้นเปิดไฟดู พบว่าลูกชายลืมตาไม่ขึ้น พบกับหยดน้ำสีเหลืองริมขอบตา ลูกร้องอย่างเจ็บปวด จึงรีบเช็ดน้ำสีเหลืองออกและอุ้มลูกขึ้นมา พบว่าที่ใต้หมอนของลูกมีกิ้งกือสีดำตัวใหญ่ม้วนเป็นวงกลมอยู่

จากนั้นจึงรีบพาลูกไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ ซึ่งหมอได้หยอดยา และให้กลับบ้านรอดูอาการ ด้วยความเป็นห่วงลูก ในช่วงเช้าจึงรีบพาไปพบจักษุแพทย์ที่โรงพยาบาลพังงา ซึ่งทางแพทย์บอกว่านับเป็นความโชคดีที่น้ำพิษไม่โดนตาดำ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ตาบอดได้ และบอกว่ากิ้งกือทุกชนิดมีน้ำพิษที่มีไว้ป้องกันตัว ซึ่งจะมีฤทธิ์เป็นกรด ส่วนจะมีพิษมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ คาดว่าตอนที่ลูกน้อยหลับอาจจะกลิ้งตัวไปทับกิ้งกือ จนทำให้มันปล่อยพิษใส่ดังกล่าว

นส.อัญชนา กล่าวต่อว่า หลังจากได้พบกับจักษุแพทย์แล้ว ซึ่งได้ทั้งยากินและยาทามารักษา โดยตนเองสงสารลูกเป็นอย่างมากที่เกิดอาการอักเสบจะลืมตาด้านขวาไม่ได้เกือบ 1 อาทิตย์ จากนั้นก็กลายเป็นรอยไหม้ที่ริมขอบตา แต่อาการก็ทุเลาลงเรื่อย ๆ ล่าสุดรอยแผลก็หายเป็นปกติแล้ว จึงอยากเตือนให้ทุกคนระวังภัยจากกิ้งกือ โดยเฉพาะบนที่นอนให้ตรวจที่นอนก่อนนอนทุกครั้ง