รฟม. เปิดใช้บริการรถไฟฟ้าทางเชื่อมเตาปูน-บางซื่อ อย่างเป็นทางการ

รฟม. เปิดใช้บริการรถไฟฟ้า ทางเชื่อมเตาปูน-บางซื่อ อย่างเป็นทางการ ค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า 2 สาย 14 – 70 บาท

นายฤทธิกา สุภารัตน์ รองผู้ว่าการ (บริหาร) รักษาการแทน ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงเตาปูน – บางซื่อ เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีเตาปูน ของรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม หรือ สายสีม่วง และสถานีบางซื่อ ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล สายสีน้ำเงิน มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร

ซึ่ง รฟม. ได้เร่งรัดให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้รับจ้างงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้า จัดการเดินรถไฟฟ้า และบริหารการเดินรถ ดำเนินงานโครงการโดยเร็วเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล จนสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้ในวันนี้ โดยการเชื่อมต่อดังกล่าวจะสามารถลดระยะเวลาการเดินทางช่วงเตาปูน – บางซื่อ เหลือประมาณ 2 นาที ผู้โดยสารสามารถเดินทางข้ามระบบได้โดยเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีเตาปูน และจ่ายค่าแรกเข้าระบบเพียงครั้งเดียวสำหรับผู้ถือบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus

ทั้งนี้ รฟม. ยังคงอัตราค่าโดยสารของสายฉลองรัชธรรมตามโปรโมชั่นเดิมจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2561 ในอัตราค่าโดยสาร 14 – 29 บาท ในวันทำงาน และ 15 บาทตลอดสาย ในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งส่งผลให้อัตราค่าสำหรับอัตราโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายในวันทำงาน อยู่ระหว่าง 14 – 57 บาท สำหรับผู้ถือบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ประเภทบุคคลทั่วไป 14 – 70 บาท สำหรับผู้ถือเหรียญโดยสาร และในวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 14 – 43 บาท สำหรับผู้ถือบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ประเภทบุคคลทั่วไป รวมถึงผู้ถือเหรียญโดยสาร

ตำรวจศรีสะเกษเรียกทหารยศร้อยเอก พัวพันข้าราชการหญิงหายตัวแจ้งข้อหา

ตำรวจศรีสะเกษเรียกทหารยศร้อยเอก พัวพันกับการหายตัวไปของ ผอ.กองการศึกษาฯ แจ้งข้อหา

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 60 นายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายทหารยศร้อยเอกคนหนึ่ง

เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่า รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ขับขี่แล้วหายตัวไป ถูกนำเอาไปขายและทำสีอยู่ที่อู่แห่งหนึ่งอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และเงินในบัญชีของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีการโอนเข้าบัญชีของทหารยศร้อยเอก

ซึ่ง พ.ต.อ.ชัย ไชยพันธ์นา หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนตามคำสั่งของ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้ออกหมายเรียกมอบให้ พ.ต.ท.สังวร สารวัตรสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ นำไปแจ้ง นายทหารยศร้อยเอกคนหนึ่ง สังกัด กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ จะมีการประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งที่ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้นายทหารยศร้อยเอกคนหนึ่งที่ได้มีการออกหมายเรียกไปแล้ว เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา

ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐานและตนพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในคดีนี้อย่างเต็มที่ หากว่า นายทหารยศร้อยเอกไม่มาพบพนักงานสอบสวนของคดีนี้ตามหมายเรียก ก็จะมีการออกหมายเรียกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่า นายทหารยศร้อยเอกก็คงพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองในคดีนี้

DSI รับคดีแชร์ลูกโซ่คอร์สสัมมนา เป็นคดีพิเศษ

DSI รับคดีแชร์ลูกโซ่คอร์สสัมมนา เป็นคดีพิเศษ หลัง สน.ห้วยขวาง จับผู้ต้องหาได้ เมื่อ8ส.ค. พบมีผู้เสียหายกว่า 4 พันคน มูลค่ากว่าพันล้าน
 
วันนี้ (11 ส.ค.) เวลา 10.00 น. พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้สำนักคดีอาญาพิเศษ ๑ ทำการสืบสวนกรณี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้เสียหายจำนวนมากว่า ถูกหลอกลวงโดยการประกาศโฆษณาชักชวนผ่านสื่อโซเชียล ทั้งแอปพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊ก ให้ร่วมลงทุนซื้อแพ็คเกจคอร์สสัมมนา กับบริษัท “เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด” และบริษัท อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด” โดยมีนายภูดิศ กิตติธราดิลก เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งอ้างว่าจะนำเงินลงทุนของผู้เสียหายไปลงทุนในตลาด Forex (การซื้อขายเงินตรา) โดยตกลงจะจ่ายผลตอบแทนการลงทุนในอัตราร้อยละ 7 ต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 52 สัปดาห์ หรือ 1 ปี
จากการสืบสวนพบว่าระหว่างเดือน สิงหาคม 2558 – กันยายน 2559 บริษัทฯ ดังกล่าว ได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนใน 5 แพ็คเกจ และหากผู้ลงทุนคนใดสามารถแนะนำบุคคลอื่นให้มาร่วมลงทุนด้วยก็จะได้รับเงินตอบแทนค่าแนะนำตามลำดับชั้น ขณะนี้มีผู้เสียหายมีจำนวนมากถึง 4,000 คน ที่หลงเชื่อและโอนเงินร่วมลงทุน ซึ่งในช่วงแรกๆ ผู้เสียหายก็ได้รับผลตอบแทนตามที่กำหนด แต่ภายหลังพบว่าผู้เสียหายเริ่มไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลง กระทั่งบริษัทฯ ดังกล่าวได้ปิดกิจการ และนายภูดิศ กิตติธราดิลก ได้หลบหนีไป มีผู้เสียหายได้ถูกหลอกสูญเงินทั้งหมดกว่า 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้มีผู้เสียหายส่วนหนึ่งได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ นายภูดิศ กิตติธราดิลกไว้ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายภูดิศ ได้เดินทางกลับจากต่างประเทศ ตำรวจได้จับกุมตัวไว้ พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง รับตัวไว้ดำเนินคดี ซึ่งกรณีนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ติดต่อประสานพนักงานสอบสวน สถานีนครบาลห้วยขวาง เพื่อขอรับโอนสำนวนการสอบสวนเป็นคดีพิเศษต่อไป