ศูนย์รับแจ้งเหตุ รพ.ลำปาง เดือดร้อน หลังมีคนโทรป่วน 1669 วันละกว่า 100 ครั้ง

ศูนย์รับแจ้งเหตุ รพ.ลำปาง เดือดร้อนหนัก หลังมีคนโทรกวน 1669 วันละกว่า 100 ครั้ง เผยเช็คแล้วเป็นหมายเลขโทรศัพท์เบอร์เดียวกัน ชี้ หากไม่หยุดจะแจ้งความดำเนินคดี

วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สั่งการและรับแจ้งเหตุ 1669 โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งเป็นหมายเลขฉุกเฉินขอความช่วยเหลือกรณีมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยทราบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้มีคนโทรศัพท์เข้ามาก่อกวนที่เบอร์สายด่วน 1669 จำนวนหลายครั้ง ซึ่งพบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาคือหมายเลข 061-3313679 โดยหมายเลขดังกล่าวได้โทรเข้ามาก่อกวนกว่า 5 วันแล้ว

ซึ่งจะโทรเข้ามาทุกๆ 1 นาที เมื่อโทรมาแล้ว เจ้าหน้าที่รับสายสอบถามแต่ก็ไม่ยอมพูดใดๆแล้วก็วางสายไป จากนั้นก็โทรมาซ้ำอีกเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเวลาบ่ายจนถึงช่วงค่ำโดยเฉพาะช่วงเวลา 15.00 – 16.00 น. จะโทรเข้ามาถี่มากเฉลี่ยแล้ววันละกว่า 100 ครั้ง

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการโทรก่อกวนเพราะเมื่อโทรกลับไป ก็มีคนรับสายแต่ไม่ยอมพูด หรือบางครั้งโทรกลับไปก็มีการตัดสายทิ้งอีกด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะถูกโทรเข้ามาก่อกวนจนทำงานลำบาก ซึ่งแต่ละสายที่โทรเข้ามาจะเป็นการโทรแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้บาดเจ็บที่ต้องสั่งการและเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานแข่งกับเวลาในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย และการกระทำดังกล่าวยังเป็นการตัดโอกาสของผู้บาดเจ็บไม่ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงอยากขอวอนให้ผู้ที่รู้จักคนที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์ 061-3313679 หรือว่าเป็นญาติ พี่น้อง ได้ไปว่ากล่าวตักเตือนให้หยุดโทรก่อกวน ซึ่งอาจจะเป็นคนสติไม่สมประกอบ ที่โทรเข้ามาก่อกวนเหมือนครั้งก่อนเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาตามตัวได้โดยพบว่าเป็นเด็กอายุ 14 ปีที่มีสติไม่ดี

ส่วนในครั้งนี้หากยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมโทรก่อกวนอีกก็จะได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป สำหรับ จ.ลำปาง หมายเลขสาย 1669 มีเพียง 4 คู่สายเท่านั้นทำให้บางครั้งประชาชนที่โทรแจ้งเหตุเมื่อโทรเข้าเบอร์ 1669 ไม่ติดก็ต้องโทรมาเบอร์ภายในเพื่อแจ้งเหตุด่วนดังกล่าว

พบงานศพรับบริจาคเงินแทนรับพวงหรีด เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจ-เครื่องฟอกไตให้โรงพยาบาล

ญาติจัดงานศพ 9 คืน ประกาศไม่รับพวงหรีด เชิญผู้ที่มาร่วมฟังพระสวดพระอธิธรรมบริจาคเงิน  สุดท้ายซื้อเครื่องช่วยหายใจ-เครื่องฟอกไตให้โรงพยาบาลของรัฐถึง 5 เครื่อง

หลังจากที่นางแป๋ว ถาวร อายุ 91 ปี มารดานายอาคม พันธ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา นำความโศกเศร้ายังครอบครัว ลูกหลานจึงได้ลงความเห็นว่าให้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 9 คืน และของดรับพวงหรีดทุกชนิด ซึ่งจะแตกต่างกับงานศพทั่วไป ส่วนใหญ่ผู้มาร่วมฟังพระสวดพระอธิธรรมจะนำพวงหรีดมาร่วมไว้อาลัย และเขียนชื่อตัวเองและบริษัทห้างร้านไว้ที่พวงหรีดเมื่อถึงวันฌาปนกิจพวงหรีดเหล่าก็ถูกนำไปทิ้งโดยไม่ได้ประโยชน์

ทางด้านนายอาคม พันธ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพได้ประกาศไม่ขอรับพวงหรีดทุกชนิด เกรงว่าจะสร้างความลำบากใจและสร้างภาระให้แก่ผู้มาร่วมฟังพระสวดพระอธิธรรม จึงมองย้อนกลับตอนแม่ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีอุปกรณ์แพทย์หลายอย่างใช้ในการรักษาอาการป่วยของแม่ เช่น เครื่องช่วยหายใจ จึงมีแนวคิดว่ามีเงินหลักแสน หลักล้านยังไม่สามารถเยื้อชีวิตแม่ให้กลับมาได้จึงประกาศตั้งกองทุนซื้อเครื่องแพทย์ให้โรงพยาบาลของรัฐ

โดยให้ผู้ที่มาร่วมฟังพระสวดพระอธิธรรมที่จะร่วมทำบุญกับทางเจ้าภาพ ให้นำเงินบริจาคใส่กล่องรับบริจาค มากหรือน้อยตามกำลังศรัทธาหลังประกาศได้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินซื้อเครื่อง ช่วยหายใจร่วมกับครอบครัวพันธ์เฉลิมชัย จำนวนเงินมูลค่า 2,763,000 บาทและได้ทำพิธีมอบต่อหน้าหีบศพคุณแม่แป๋ว ถาวร

โดยได้มอบเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 1,000,000 บาทให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา มอบเครื่องเครื่องฟอกไต จำนวน 1 เครื่องมูลค่า 550,000 บาทให้โรงพยาบาลสิรินธร มอบเครื่องฟอกไต มูลค่า 550,000 บาท จำนวน 1 เครื่อง ให้โรงพยาบาลพุทธโสธร และมอบเครื่องฟอกไตทางช่องท้อง 1 เครื่องมูลค่า 663,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือ รวมทั้งสิ้น 5 เครื่องมูลค่ากว่า มูลค่า 2,763,000 บาทอุทิศส่วนกุศลให้คุณแม่แป๋ว ถาวร ผู้วายชนม์ จากนั้นพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เป็นประธานประชุมเพลิง

ตำรวจระดมกำลังไล่ล่า 4 โจ๋ ค้ายานรก แหกคุกเมืองคอน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งล่า 4 ผู้ต้องหาคดีเสพและค้ายาเสพติด ก่อเหตุแหกห้องขัง สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 10 ส.ค. 60 พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าผู้ต้องหาคดีเสพและค้ายาเสพติดจำนวน 5 คน ก่อเหตุแหกห้องขัง สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลบหนีไปได้ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป. พร้อมกำลังสายตรวจ ชุดสืบสวน และ อส.ตร.แยกย้ายกันออกไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดทันที และสามารถจับกุมเอาไว้ได้ 1 คนทราบชื่อนายชิโนรส ประจง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236 หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และหลบหนีไปได้ 4 คน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมผู้ต้องหาคดีเสพและค้ายาเสพติดจำนวน 5 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยนำเข้าควบคุมตัวไว้ในห้องขังบน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ต.ธนาธร พันธ์ชู พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สั่งให้ ร.ต.ต.โด่ง อุตรนาถ เจ้าหน้าที่สิบเวรประจำห้องควบคุมตัวผู้ต้องหานำนายชิโนรส ประจง ผู้ต้องหาคนแรกไปสอบสวนปากคำทีละคน

หลังสอบสวนปากคำคนแรกเสร็จได้ให้สิบเวรมานำ นายชิโนรส ประจง กลับไปควบคุมไว้ในห้องขังตามเดิม เพื่อนำผู้ต้องหาคนที่สอง ไปให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำตามลำดับ แต่ช่วงที่ ร.ต.ต.โด่ง อุตรนาถ สิบเวรไขกุญแจออกเพื่อนำนายชิโนรส ประจง ผู้ต้องหาคนแรกกลับเข้าไปควบคุมตัวไว้ในห้องขัง ปรากฏว่าผู้ต้องหาในห้องขังอีก 4 คน กรูกันเข้ามาประชิดตัวสิบเวร โดยสิบเวรเห็นท่าไม่ดีพยายาม จึงรีบปิดประตูห้องขัง แต่ยังไม่ทันได้ล็อคกุญแจห้องขัง ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ถีบประตูห้องขังก่อนจะช่วยกันรุมทำร้าย ร.ต.ต.โด่ง อุตรนาถ จนล้มลุกคลุกคลาน และวิ่งหนีออกมาจากห้องขัง

โดย ร.ต.ต.โด่ง อุตรนาถ สิบเวร ได้วิ่งไล่ตามจับกุมนายชิโนรส ประจง กลับเข้าห้องขังได้เพียงคนเดียว ก่อนจะวิ่งกลับมาไล่ผู้ต้องหาอีก 4 คน พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ ขณะที่ พ.ต.ต.ธนาธร ซึ่งอยู่บริเวณประตูห้องขังถูก 4 ผู้ต้องขังผลักจนกระเด็นล้มคว่ำ ก่อนทั้ง 4 จะวิ่งหลบหนีหายไปในความมืด

ร.ต.ต.โด่ง อุตรนาถ กล่าวว่า ทันทีที่เปิดกุญแจห้องขังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ที่อยู่ในห้องขังได้เข้ามาถีบประตูออก และกรูรุมทำร้ายตนจนล้มลุกคลุกคลาน ซึ่งตนพกอาวุธปืนประจำกายและชักออกมาจะยิงใส่ผู้ต้องหาที่วิ่งหลบหนี แต่ก็ไม่กล้ายิง หากยิงเชื่อว่าอาจจะตายอย่างน้อย 2 – 3 คน จะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตว่า ตนยิงผู้ต้องหาตายในห้องขังทั้ง ๆ ที่ผู้ต้องขังไม่มีอาวุธ ตนจึงร้องตะโกนให้ตำรวจที่อยู่ด้านนอกช่วยสกัดจับกุม แต่ก็ไม่ทัน โดยเฉพาะ พ.ต.ต.ธนาธร พนักงานสอบสวน ก็ถูกผู้ต้องหาวิ่งผลักและชนจนล้มลงกับพื้นเช่นเดียวกัน เหตุการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก และสุดวิสัยจริง ๆ

สำหรับผู้ต้องหาที่แหกห้องขังหลบหนีประกอบด้วย นายยามีน อายุ 19 ปี นายเฉลิมพล จันทร์ยัง อายุ 27 ปี  นายสันติ ชนะชัย อายุ 28 ปี  และนายพงศ์พันธ์ โภคะสวัสดิ์ อายุ 37 ปี 

ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่แหกห้องขังหลบหนีมีประวัติร้ายกาจ โดยเฉพาะนายสันติ ชนะชัย หรือ “บิว โพธิ์เสด็จ” ถูกจับกุมมาแล้ว 5 ในคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน จำคุก 6 เดือน คดีฆ่าคนตายจำคุก 8 ปี 22 เดือน คดีลักทรัพย์ และคดีเสพขับอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และล่าสุดคดียาเสพติด ซึ่งทางตำรวจกำลังจะระดมกำลังไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนอย่างเร่งด่วน