กรมการขนส่งฯ แจงแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แบ่งเป็น 4 โซน กำหนดสัญลักษณ์เชิงสี
นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายยุกต์ จารุภูมิ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ร่วมแถลงถึงแนวทางตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติที่ให้ ขสมก. เป็นผู้เดินรถรายเดียวและมีสถานะเป็นผู้ประกอบการเดินรถรายหนึ่ง
โดยนายสนิท พรหมวงษ์ กล่าวว่า ตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมขนส่งฯได้กำหนดรายละเอียดชื่อเส้นทาง หมายเลขเส้นทางเป็นลักษณะเขตพื้นที่แบ่งเป็น 4 โซน ซึ่งได้กำหนดสัญลักษณ์เชิงสี หมายเลขเส้นทางที่ไม่เกิน 2 หลัก และตัวอักษร ขณะเดียวกันได้แบ่งเส้นทางทดลองเดินรถให้บริการจำนวน 8 เส้นทาง เป็นการแบ่งจากเส้นทางเดิมเส้นทางละ 5 คัน ทดลองเดินรถควบคู่กับการให้บริการในเส้นทางเดิม และเพื่อป้องกันความสับสนสำหรับเส้นทางที่มีต้นทางปลายทางเดียวกันแต่บางช่วงของเส้นทางมีการใช้ทางด่วน จึงได้กำหนดตัวอักษรเพื่อความเข้าใจคือ Expressway: E
ทั้งนี้ได้กำหนดระยะเวลาทดลองเดินรถทั้ง8เส้นทาง ระหว่าง 15 ส.ค. – 15 ก.ย. 2560 และเพื่อให้ประชาชนง่ายต่อการจำ บริเวณด้านหน้ารถและด้านข้างจะมีแถบสีแสดงพื้นที่ให้บริการและเส้นทาง รวมถึงแสดงเส้นทางใหม่ควบคู่กับเลขสายและชื่อเส้นทางเดิม ส่วนอัตราค่าโดยสารยังคงใชัราคาเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนปฏิรูปฯภายใน 2 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในระหว่างดำเนินการ ลดผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องน้อยที่สุด นำไปสู่การปฏิรูปที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึง การเปิดเส้นทางเดินรถตามแผนปฏิรูประบบรุโดยสารสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า สำหรับเส้นทางนำร่องเป็นเส้นทางที่กำหนดขึ้นใหม่ จากการสำรวจความต้องการใช้บริการของประชาชน และการเกิดขึ้นใหม่ของชุมชน โดยกรมการขนส่งทางบกได้มีการสำรวจและเปิดเส้นทางขึ้นใหม่ และเปิดรับคำขอแล้ว จำนวน 2เส้นทาง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนได้แก่สายที่ R26E สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สายที่ Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต โดยจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเชิงคุณภาพทั้งการคัดเลือกผู้ประกอบการและรถโดยสารที่ได้มาตรฐานและมีความเหมาะสมเข้ามาดำเนินการโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามการดำเนินการตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารและผู้ประกอบการโดยกรมการขนส่งทางบกยึดหลักแบบประชารัฐซึ่งมีการรับฟังความคิดเห็น และการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ในระหว่างการดำเนินงานตามแผน มุ่งสู่เป้าหมายการยกระดับคุณภาพการให้บริการ
ที่มา… INN



