ดร.อาทิตย์ อาสาช่วยหมอแสง ผลิตสมุนไพรต้านมะเร็ง

อดีตประธานสภา อาสาช่วยหมอแสง ผลิตสมุนไพรต้านมะเร็ง หวังให้เพียงพอต่อความต้องการ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฏร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat แสดงความเห็นหลังปรากฏภาพประชาชนจำนวนมาก เข้าแถวต่อคิวยาวหลายกิโลเมตร เพื่อของสมุนไพรรักษามะเร็งจากหมอแสง นายแสงชัย แหเลิศตระกูล

โดยอดีตประธานสภา พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือหมอแสง ในการตั้งโรงงานผลิตสมุนไพรรักษามะเร็งดังกล่าวเพื่อให้มีมาตราฐานและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนจำนวนมาก โดยระบุว่า คณะเภสัชศาสตร์ และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ยินดี เต็มใจ และพร้อมที่จะร่วมมือและช่วยเหลือ “หมอแสง” ในการวิจัยและผลิตยารักษามะเร็งแก่ประชาชนและมนุษยชาติ มหาวิทยาลัยรังสิตมีโรงงานผลิตยาสมุนไพร ที่มีมาตรฐาน GMP

สมุนไพรหมอแสง, หมอแสง, ข่าวสดวันนี้
สมุนไพรหมอแสง

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างยินดีที่มหาวิทยาลัยรังสิตจะเข้ามาช่วยผลิตสมุนไพรในครั้งนี้ สำหรับสมุนไพรหมอแสง มีการแจกให้ผู้คนจากทั่วประเทศ โดยมีวันและเวลาคือวันอาทิตย์ของต้นเดือนเท่านั้น ส่วนขั้นตอนการรับสมุนไพรนั้นหมอแสงจะแบ่งกลุ่มของผู้รับยาตามลำดับดังนี้

1. ผู้ป่วยเก่า ผู้ป่วยมารับยาด้วยตัวเอง ซึ่งจะได้รับยาเป็นลำดับแรก
2. ผู้ป่วยเก่า ญาติมารับแทนจะรับยาเป็นลำดับที่สอง
3. ผู้ป่วยใหม่ ผู้ป่วยมารับยาด้วยตัวเองจะรับยาเป็นลำดับที่สาม
4. ผู้ป่วยใหม่ ญาติรับแทนจะรับยาเป็นลำดับสุดท้าย

โดยมีเอกสารที่สำคัญคือ รายใหม่
– กรณีผู้ป่วยรับยาเอง
1. บัตรประชาชน ตัวจริง ของผู้ป่วย
2. ทะเบียนบ้าน ตัวจริง
3. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล ตัวจริง ต้องระบุว่าเป็นโรคมะเร็งเท่านั้น จึงจะขอรับยาได้
4. ใบแจ้งความตัวจริง

– กรณีญาติผู้ป่วยรับยาแทน
1. บัตรประชาชน ตัวจริง ของผู้ป่วย
2. ทะเบียนบ้าน ตัวจริง
3. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล ตัวจริง ต้องระบุว่าเป็นโรคมะเร็งเท่านั้น จึงจะขอรับยาได้
4. ใบแจ้งความตัวจริง
5. บัตรประชาชน ตัวจริง ของผู้รับแทน
6. ทะเบียนบ้าน ตัวจริง ของผู้รับแทน
7. ทะเบียนสมรส สูจิบัตร ใบสำคัญอื่นๆ แสดงความสัมพันธ์กับผู้ป่วย

ในกรณีนี้ผู้ที่จะขอรับยาจะต้องเป็น พ่อ แม่ พี่-น้อง สามี ภรรยา บุตร ของผู้ป่วยเท่านั้น

ส่วนคิวเวลารับยา (วันที่ 6-7 มกรา 61 ที่ผ่านมา) จะเป็นดังนี้
1. 6 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่ม >> ผู้ป่วยเก่า รับยาเอง
2. 3 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน >> ผู้ป่วยเก่า ญาติรับแทน
3. เที่ยงคืน ถึง ตี 3 >> ผู้ป่วยใหม่ รับยาเอง
4. ตี 3 ถึง 6 โมงเช้า >> ผู้ป่วยใหม่ รับยาแทน

สิ่งของที่ควรเตรียมไปด้วยก่อนไปรับยา
1. ผ้ายาง ผืนไม่ต้องใหญ่มาก ใช้ได้ทั้งรองนั่ง รองนอน แถมยังกันฝนได้อีกด้วย
2. พัดลมมือถือหรือพัด เพราะอากาศร้อนมาก
3. หมวก ไว้ใส่กันแดด กันฝนปรอยๆ
4. เก้าอี้พับตัวเล็กๆ อันนี้สำคัญมาก ไม่งั้นยืนรอจนขาแข็งแน่ๆ
5. หาคนไปเป็นเพื่อนสักคน เวลายืนรอคิวจะได้สลับกันไปพักขาได้
6. น้ำ ขนม ลูกอม ไว้กินรองท้องเวลาหิว
7. ยาทากันยุง เพราะยิ่งดึกยุงยิ่งเยอะมาก

แม่เครียดจุดไฟเผาบ้าน ทำร้ายลูกสาว หลังลูกขู่จะขายบ้านทิ้ง

แม่เครียด ลูกสาวบอกจะขายบ้าน เผาบ้านรถวอด ทำร้ายลูกสาวก่อนใช้มีดขู่ทำร้ายตัวเอง

เมื่อเวลา 09.45 น. วันนี้ (12 ม.ค. 2561) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่ จ.ปทุมธานี ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นเมื่อมีหญิงสูงวัยคนหนึ่งได้ก่อเหตุเผาบ้าน เผารถ ทำร้ายลูกสาวบาดเจ็บ ก่อนจะใช้มีดทำร้ายตัวเอง โดยเหตุเกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน ภัสสร 4 ซอย 38 บ้านเลิศภัสสร เลขที่ 969/444 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี วึ่งเมื่อทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ภัยจึงเดินทางเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง รวมทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้าที่จอดอยู่หน้าบ้านก็ถูกไฟไหม้เช่นกัน  เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพลิงจึงสงบ แต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายทั้งหมดโดยเฉพาะรถยนต์

เผาบ้าน, แม่ทำร้ายลูก, ข่าวจังหวัดปทุมธานี, ข่าวสดวันนี้

ขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าบ้านพบตัวเจ้าของบ้านคือ น.ส.ปราณี ใจคำ อายุ 67 ปี ยืนอยู่ที่รั้วหน้าบ้านด้วยอาการเคร่งเครียดเอะอะโวยวาย พร้อมกับที่มือถือมีดปลอกผลไม้จี้คอตนเองอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยพยายามเกลี้ยกล่อมก่อนจะใช้ช่วงเวลาเผลอเข้าชาร์ตจับตัวไว้ได้ ก่อนพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่หน้าอก จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำตัวส่งร.พ.ประชาธิปัตย์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า แม่ลูกได้เกิดปากเสียงกันกับลูกสาว จนลูกสาวเผลอพูดว่าจะขายบ้านจนแม่เกิดความเครียดและใช้มีดทำร้ายลูกสาวจนข้อมือด้านขวาถูกคมมีดบาดได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ลูกสาวจะวิ่งออกมาเพื่อโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานก็เกิดกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นภายในบ้าน

ด้านร.ต.อ.(หญิง) กมลชนันท์ สุกใส รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้หน่วยกู้ภัยนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาอาการบาดเจ็บก่อนและจะได้นำตัวมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

‘เสก โลโซ’ ไม่มารับทราบข้อกล่าวหา เลื่อนเป็น 17 ม.ค. 61

‘เสก โลโซ’ ไม่มารับทราบข้อกล่าวหา เลื่อนเป็นวันที่ 17 ม.ค. 61

วันนี้ (12 ม.ค. 60) ว่าที่ร้อยตรี มงคลวิจิตร ธนะโสภณ ทนายความของ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาในคดีมีสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ในร่างกาย เนื่องจากเสกให้เหตุผลผ่านผู้จัดการส่วนตัวว่าติดธุระสำคัญ ไม่สามารถมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้กำหนดให้เสกเข้ารับทราบข้อกล่าวครั้งต่อไปในวันที่ 17 มกราคม นี้

ทั้งนี้ เสก โลโซ ได้ฝากทนายความขอโทษทุกคนที่ไม่ได้เดินทางมาในวันนี้ รวมทั้งขอโทษพันตำรวจเอกสิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการ สน.คันนายาว และพันตำรวจเอก รังสรรค์ สุขเกื้อ ผู้กำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทำให้เดือดร้อนจากภาพถ่ายที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล

ส่วนประเด็นยาเสพติดที่ถูกตรวจพบปัสสาวะสีม่วง ทนายความระบุว่า เสกยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าไม่ได้เสพสารเสพติด ซึ่งตอนนี้เสกมีความเครียดทั้งเรื่องคดี เรื่องงานทั้งปัจจุบันและในอนาคต ที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานตามที่นัดหมายได้

ขณะที่ อาการป่วยโรคไบโพลาร์ที่เสกเคยอ้างถึง ตอนนี้ทนายยังไม่ได้รับเอกสารประวัติการรักษาหรือยาที่เสกใช้ แต่รับทราบเพียงว่าในช่วงปีที่ผ่านมาเสกเข้ารับการรักตัวจากอาการป่วยโรคไบโพลาร์ และได้รับการสั่งจ่ายยาจากแพทย์โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยหลังจากนี้มีการขอเอกสารการรักษา เพื่อนำมาใช้ประกอบในการสู้คดี

อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ที่ 15 มกราคม นี้ ทนายและเสกจะเดินทางไปที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรายงานตัว หลังสิ้นสุดการฝากขังผลัดแรก