ฟังชัดๆ จากปากอัยการปรเมศวร์ ทำไม? ‘ครูปรีชา’ ยืนกระต่ายขาเดียวให้ศาลตัดสิน

ฟังชัดๆ อัยการปรเมศวร์แฉ ทำไม ‘ครูปรีชา’ พูดอยู่คำเดียวให้ศาลตัดสินคดี หวย 30 ล้าน ลั่น “ผมรู้ว่านะว่าคุณคิดอะไรอยู่”

จากกรณีที่มีคำสั่งอนุมัติให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีอาญา ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหาลักทรัพย์ และคดีที่ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวหา นายปรีชา ในข้อหาแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานของสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี มาให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกันสอบสวน

และต่อมาได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อถือเป็นการเปิดทางสืบคดี

ขณะที่ ครูปรีชา ได้แถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า มีการเตรียมความพร้อมในการต่อสู้คดีไว้หมดแล้ว แม้ผลสรุปคดีของกองปราบจะออกมาว่าอย่างไร แต่คดีนี้ก็ยังต้องไปสู้ต่อในชั้นศาล และตนมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานที่สามารถใช้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้

ล่าสุด นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ระบุว่า “วันหนึ่งคุณอาศัยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาเจรจาต่อรองบีบให้ยอม พอเห็นว่าการอายัดเงินก่อนรับคดีไม่ถูกต้อง คุณก็ฟ้องศาลเป็นคดีแพ่ง จะฟ้องแพ่งทำไม เพราะถ้าอาญาชนะคุณก็ได้ทั้งหมด

แต่คุณอาศัยอำนาจศาลมาอายัดเงินแทน แล้วไปเอาคนในศาลมาเป็นพยานให้คดีคุณอีก จากนั้นคุณก็พูดอย่างเดียวว่าจะให้ “ศาล” เท่านั้นตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของ ผมรู้ว่านะว่าคุณคิดอะไรอยู่ คุณอย่าทำให้ “ศาลยุติธรรม” เสียหายนะ คุณคิดว่าคุณวิ่งได้หรือ จำไว้นะศาลนะไม่ใช่คนในตลาดที่คุณซื้อได้ กรรมจะสนอง”

‘หมอกมลพรรณ’ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ถอนร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ฉ.7

พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้แทนเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยและแจ้งรัฐบาลให้เพิกถอนประกาศหลักเกณฑ์ในการจัดสรรปิโตรเลียม

พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้แทนเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ปิโตรเลียมต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากร่วมกันเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. 2560 พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ พ.ศ. 2560 และจะดำเนินการให้สัมปทานปิโตรเลียมตามกฎหมายปิโตรเลียมที่มีปัญหาที่มาอันเป็นโมฆะได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 76 77 และ 78 และการประกาศหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการให้สัมปทานของปลัดกระทรวงพลังงาน และ สนช. ครม. กระทรวงการคลัง ผอ.สำนักนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในการเสนอและพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาการกำกับดูแล และบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ…. มีการกระทำและที่มาของกฎหมาย ประกาศ ส่อขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยหลักเกณฑ์ตามประกาศดังกล่าวที่กำหนดให้ใช้ตัวเลขโอกาสพบปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ของภูมิภาค ธรณีวิทยาปิโตรเลียมเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาใช้รูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตเป็นการหลีกเลี่ยงบิดเบือนโอกาสที่รัฐจะเลือกใช้รูปแบบดังกล่าว เนื่องจากการคำนวณการโอกาสพบปิโตรเลียมตามประกาศไม่ได้คำนวณตามศักยภาพของแปลงปิโตรเลียมในแต่ละแปลง แต่กลับใช้ค่าเฉลี่ยโอกาสพบปิโตรเลียมของทั้งภูมิภาค เจตนารวมแปลงปิโตรเลียมที่มีตัวเลขโอกาสพบปิโตรเลียม

นอกจากนี้ที่ประกาศกำหนดเกณฑ์ในการเลือกใช้รูปแบบสัญญาจ้างบริการว่าจะต้องมีปริมาณสำรองน้ำมันตั้งแต่ 300 ล้านบาร์เรลต่อแปลงสำรวจหนึ่งๆ หรือปริมาณสำรองแก๊สธรรมชาติตั้งแต่ 3 ล้านลูกบาศก์ฟุตขึ้นไปต่อพื้นที่แปลงสำรวจหนึ่งๆนั้นเป็นตัวเลขที่สูงมาก

อย่างไรก็ตาม พ.ท.พญ.กมลพรรณ ระบุว่า การจัดสรรปีโตรเลียมทุกฉบับที่ผ่านมา ได้ประกาศหลักเกณฑ์เอื้อประโยชน์เอกชนมากกว่ารัฐ ทำให้รัฐเสียหายมากขึ้น และยังยินยอมต่อสัมปทานที่เสียเปรียบ ไม่มีกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ปีโตรเลียม ในการจัดสรรพื้นที่การสำรวจปิโตรเลียมดังกล่าว ในวันนี้ตนและคณะ จึงเข้าร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน หาข้อเท็จจริงว่า กรณีนี้ส่งผลต่อสาธารณะ จากการไม่ปฏิบัติตามกฏหมายของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการที่หน่วยงานของรัฐ ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ หรือไม่ เพื่อเสนอต่อกระทรวงพลังงานหรือ ครม ขอให้ระงับหรือเพิกถอนประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียมต่อไป

ระบาดหนัก!! คนร้ายโรยตะปูเรือใบ ทำชาวบ้านเดือดร้อน

ชาวบ้านลำปางเดือดร้อนหนัก รถยนต์เหยียบตะปูเรือใบ2วันรวม 60 กว่าแผล เตรียมแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันนี้ 22 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านจำหน่ายยางรถยนต์แห่งหนึ่ง ในเขต ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ภายหลังทราบว่า ได้มีชาวบ้านนำรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋ง เข้าไปให้ช่างทำการเช็คล้อยาง และปะยางรถ เนื่องจากได้เหยียบตะปูเรือใบ ขนาดหนึ่งนิ้วครึ่ง เป็นจำนวนมาก พบเจ้าของร้านกำลังตรวจเช็คล้อรถยนต์กระบะ นำตะปูเรือใบออก และทำการปะยางรถ ที่เหยียบตะปูเรือใบ ทั้งสี่ล้อรวมทั้งหมด10กว่าเล่ม แต่ยางรั่ว5แผล จึงได้ทำการปะยางแบบสตริม

และยังพบรถยนต์เก๋งอีกหนึ่งคัน ที่เหยียบตะปูเรือใบ ขับเข้ามาในร้านจำหน่ายยางอีก ทราบชื่อนายแจ็ค อายุ44ปี เป็นคนตำบลต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง พบว่ารถได้เหยียบตะปูเรือใบอีก ช่างได้ทำการตรวจสอบยางทั้งสี่เส้น พบว่าเหยียบตะปูเรือใบ จำนวน 10 กว่าเล่ม จึงได้ทำการถอดล้อและปะยางอีกจำนวน 6 แผล

จากการสอบถามนายแจ็ค เล่าว่า ช่วงกลางดึกของเมื่อวาน ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว กลับบ้านพัก พอเช้าจะขับรถส่งลูกไปโรงเรียน กลับว่าล้อรถเก๋งได้เหยียบตะปูเรือใบ จึงรีบขับรถให้ช่างปะยางตรวจสอบ พบว่าได้เหยียบตะปูทั้งหมด 30 กว่าเล่ม และยังพบว่ารถยนต์กระบะได้เหยียบตะปูเรือใบอีก 14 เล่ม และในเช้าวันนี้ก็ยังพบว่ารถเก๋งได้เหยียบตะปูเรือใบอีก 10 เล่ม จึงรีบนำรถให้ช่างทำการปะยาง ซึ่งสองวันรวมกัน รถยนต์ของตนเองทั้งสองคัน เหยียบตะปูเรือใบที่มีขนาดเดียวกันหมด รวมกว่า 60 กว่าเล่ม ต้องเสียเงินในการปะยางเป็นเงินกว่าหนึ่งพันบาท

ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการกลั่นแกล้งกันได้โรยตะปูเรือใบถนนเข้าบ้านพักของตนเอง จึงเตรียมตัวเดินทางแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจสภ.ทุ่งฝ่าย เพื่อเป็นการป้องกัน คนร้ายที่อาจจะประสงค์ต่อทรัพย์ก่อเป็นได้