ฮือฮา! ขุดพบต้นตะเคียน 7 ต้น คอหวยไม่พลาดแห่ขอเลขเด็ด

ชาวบ้านขุดพบต้นตะเคียน 7 ต้น ขณะขุดปรับพื้นที่ คอหวยไม่พลาดแห่ขอเลขเด็ด

วันนี้ 22 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีชาวบ้านพบต้นตะเคียนขณะปรับพื้นที่กลางนา ก่อนจะทำการขุดขึ้นมาแล้วจำนวน 6 ต้น ซึ่งอีก 1 ต้นมีขนาดใหญ่และอยู่ระหว่างทำพิธีขุดโดยใช้รถแบ๊คโฮขนาดใหญ่ โดยมีประชาชนแห่ไปดูการขุดต้นตะเคียนเพื่อขอเลขเด็ดนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งสถานที่อยู่บริเวณกลางนาหลังวัดบ่อเงิน หมู่ที่3 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงลงไปตรวจสอบ

ที่บริเวณกลางแปลงนาหลังวัดบ่อเงิน พบชาวบ้านกว่า 100 คน อยู่ระหว่างมุงดูการนำต้นตะเคียนขึ้นมาจากดินอย่างใจจดใจจ่อเพราะที่ผ่านมา 3 วันมีการขุดกันมาอย่างต่อเนื่องพบสามารถนำต้นต้นเคียนขนาดใหญ่จำนวน 6 ต้นขึ้นจากแปลงนาไปได้แล้ว โดยนำไปตั้งไว้ที่บริเวณลานวัดบ่อเงิน ซึ่งต้นสุดท้ายนี้มีขนาดใหญ่จมอยู่ในแปลงนาความลึกกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถแบ็กโฮเปิดหน้าดินก่อนจะใช้เชือกคล้องที่ลำต้นตะเคียนจนสามารถนำต้นตะเคียนขึ้นมาได้ซึ่งมีความยาวประมาณ 15 เมตร ก่อนจะนำไปทำพิธีตามความเชื่อและนำไปตั้งรวมกันไว้ที่ลานวัดบ่อเงินตามความประสงค์ของประชาชนในพื้นที่

นางพรหมภัสสร กาญจน์มาลัย อายุ 53ปี เปิดเผยว่า ตนเองมาซื้อที่จำนวน 6 ไร่ต่อจากเจ้าของเดิมเพื่อจะทำบ้านพักอาศัย ตามความเชื่อตนเองจึงนั่งสมาธิก็พบว่ามีหญิงสาวสวมชุดไทยสไบเฉียงนั่งอยู่บนบ้านทรงไทยจำนวนหลายคน รวมทั้งชายสวมชุดไทยรูปร่างใหญ่ยืนอยู่จึงนำพิธีตามความเชื่อและบอกกับแฟนให้ทราบ เพื่อให้ทราบว่าที่แปลงน่าสมบูรณ์ดีและมีความสงบร่มเย็น

ทางด้านร้อยเอกปิ่นทอง รัดดาแย้ม เปิดเผยว่า เริ่มมีการขุดพบต้นตะเคียนตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม2561 ที่ผ่านมาเพราะขณะที่เจ้าหน้าที่ถมดินได้นำรถแบ๊คโฮมาปรับพื้นที่เพื่อเตรียมทำทางให้รถสิบล้อวิ่ง กระบวยรถแบ๊คโฮจึงไปถูกตอต้นตะเคียนจึงทำการขุดและจากการขุดไปเรื่อยก็พบมีต้นตะเคียนจมอยู่ใต้ดินจำนวน7ต้น และต้นสุดท้ายนี้มีความยาวมากจึงทำการขุดมาตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม2561 ที่ผ่านมาแต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ กระทั่งบ่ายวันนี้จึงจะสามารถนำต้นตะเคียนทั้งหมดขึ้นมาได้ท่ามกลางเสียงปรบมือเป็นกำลังใจ

ภาพลำไส้ผู้ป่วยมะเร็ง หลังปฏิเสธแพทย์แผนปัจจุบัน หันไปรักษาด้วยสมุนไพรดัง

ภาพว่อนอ้างเป็นลำไส้ผู้ป่วยมะเร็ง หลังเข้ารับการผ่าตัด เพราะปฏิเสธการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วหันไปรักษาจากสมุนไพรดังแทน

วันนี้ (22 มี.ค. 2561) เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Sivamate Kaengpenkae‘ ได้มีการเผยแพร่ภาพชวนสยอง ที่เผยเห็นลำไส้มนุษย์ ที่เขาอ้างว่าถูกนำออกมาจากร่างกายผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่งที่ปฏิเสะการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วไปใช้สมุนไพรรักษามะเร็งของหมอคนดังรักษาแทน

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุ ว่า คนไข้มะเร็งลำไส้ใหญ่ admit ผ่าตัดเดือน พ.ย. ปฏิเสธการรักษาทุกอย่าง  ขอไปกินยาสมุนไพรของ “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร”

5 เดือนผ่านไป กลับมาอีกครั้งด้วยปวดท้องมาก พบมะเร็งลามไปติดลำไส้ส่วนอื่น ต้องตัดลำไส้ใหญ่เกือบทั้งหมด
เค้าจะรู้มั้ยนะว่าทำบาปกรรมอะไรไว้กับคนไข้?
ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนนำไปส่งต่อและแสดงความเห็นถึงเรื่องที่เกิดขึ้น มากมาย อาทิ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก น้ำมณ ฑลผึ้ง ที่ระบุว่า มส. ควรประกาศให้ชัดครับ

1 ใช้กับมะเร็งอะไร
2 ใช้กับระยะไหน
3 ใช้เพื่อรักษาให้หายขาด หรือเพื่อบรรเทาอาการ
4 คนไข้แต่ละคน น้ำหนักตัวไม่เท่ากัน ใช้ขนาดยาต่างกันหรือไม่
5 ใช้กับยาใดได้บ้าง ห้ามใช้กับยาใด (ตย. ถ้ามียาเบาหวานด้วย ใช้คู่กันได้มั้ย ถ้ามียาจิตเวชด้วย ใช้ร่วมกันได้มั้ย ถ้ามียาวัณโรคด้วย ใช้ร่วมกันได้มั้ย ถ้ามียาเอดส์ด้วย ใช้ร่วมกันได้มั้ย ถ้าคนไข้จะกินยาพาราร่วมด้วย จะได้มั้ย ฯลฯ)
6 เด็กใช้ได้มั้ย ต้องปรับขนาดยาอย่างไร
7 มะเร็งแต่ละชนิด ต้องใช้ยานานแค่ไหน
8 ติดตามปรับยาเพิ่มหรือลดยังไง เวลาหยุดต้องค่อยๆลด หรือหยุดกะทันหันได้เลย
9 ผลข้างเคียงของยามีอะไรบ้าง
10 ถ้าคนไข้เป็นมะเร็งชนิดที่มีโอกาสจะหายสูงถ้ารีบผ่าตัดและให้เคมีบำบัด (ยังเป็นระยะแรกๆ) แต่เลือกจะขอทิ้งการรักษา แล้วมากินแต่ยา มส.
ผลจะเป็นอย่างไร
11 หากนำยา มส มาวิจัยจนพบคำตอบของข้อ 1-9 อย่างชัดเจน และเกิดพบว่าได้ประโยชน์จริง กับการรักษามะเร็งชนิด xxx
สิ่งที่ดีคือ จากนี้จะสามารถบรรจุเป็นยาสามัญ ที่แพทย์ทั่วโลก สามารถเลือกใช้ยา ปรับยา ติดตามผล กับผู้ป่วยได้ทุกคน เกิดประโยชน์กับมวลมนุษยชาติ อย่างที่สุด คำถามคือ จะเป็นไปได้มั้ย ที่จะมาร่วมกับทางคณาจารย์ ช่วยกันวางระบบทำวิจัยอย่างถูกหลักการ เพื่อให้ทราบชัด และไม่มีผู้ป่วย หลงมาใช้ยาผิดๆ อีกต่อไป (เช่น ยานี้ใช้กับมะเร็ง AAA ได้ แต่มะเร็ง BBB ทุกระยะ ใช้ยานี้ไม่ได้ผล ก็จะได้บอกคนไข้มะเร็ง BBB แต่แรก ว่าไม่ต้องมาทดลองจนทรุด)

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Saranya Chailert อยากให้คนที่เป็น ดูอย่างน้องสกาย หรือ หลานคุณปิ่น เก็จมณี ที่รักษาตามแพทย์ปัจจุบัน และตอนนี้น้องมีข่าวดีแล้วนะคะ ใครติดตามจะทราบดีค่ะ

พร้อมกันนี้ก็มีบางส่วนที่แสดงความเห็นในทำนองว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ป่วยที่เขาสามารถเลือกเองว่าจะรักษาด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะเป็นแผนปัจจุบัน หรือแผนโบราณด้วยสมุนไพร เป็นต้น

ข่าวจาก Sivamate Kaengpenkae

นายกฯ ยันไม่นำกฎหมายพิเศษลงโทษใคร ปัดไทยนิยมหาเสียง

“พล.อ.ประยุทธ์” พบชาวหนองบัวลำภูดีใจได้เห็นรอยยิ้ม ย้ำไทยนิยมยั่งยืนไม่ใช่หาเสียง ลั่นโกงเงินคนจน ต้องติดคุก ยันไม่ใช้กฎหมายพิเศษลงโทษใคร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภูแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายข้าราชการและประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ ก่อนเป็นประธานสักขีพยานในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ทำกินในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทน
ประชาชนจำนวน 10 คน พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้พบปะประชาชนกว่า 500 คน โดยกล่าวว่า ส่วนตัวและรองนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมาด้วยกัน ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มจากทุกคน เพราะทุกคนคือคนไทยไม่ว่าจะอยู่ภาคหรือจังหวัดใด ก็แบ่งแยกไม่ได้ ต้องรักและช่วยกัน

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าวนายกรัฐมนตรี, ข่าวสดวันนี้

ซึ่งส่วนตัวให้ความสำคัญกับจังหวัดหนองบัวลำภู เพราะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดในประเทศ ดังนั้นต้องยกระดับตนเองร่วมกันกับรัฐบาล โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับ จังหวัดที่มีปัญหาควบคู่กับหลายจังหวัด แต่จังหวัดใด ลำบากมากก็ต้องดูแลมาก โดยนายกรัฐมนตรี ได้แนะนำรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงที่เดินทางมาด้วยกัน พร้อมระบุว่า เคยมีรัฐบาลใดนำส่วนราชการระดับสูงลงพื้นที่มากขนาดนี้หรือไม่

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ ตอนหนึ่งว่า ตนเองเป็นรัฐบาลแบบนี้ วันหน้าจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน พร้อมถามประชาชนว่า รัฐบาลนี้ดีหรือไม่ ซึ่งประชาชนตอบกลับว่าดี

และนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า ขออย่าพูดเอาใจ รัฐบาลนี้อาจจะไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะกำลังเริ่มต้น ตลอดจนสิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฏหมาย ที่ต้องทำให้เกิดความเท่าเทียม และขอให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฏหมาย ขณะที่รัฐบาลรับเรื่องร้องเรียนทุกเรื่องและแก้ปัญหาไปแล้วกว่าร้อยละ 90 โดยมีช่องทางคือศูนย์ดำรงธรรม ส่วนการทุจริต ที่เกิดจากต่างคนต่างยอมกัน ที่มีทั้งคนได้และเสียประโยชน์ และคนที่ไม่รักษาสิทธิของตนเอง

เช่น การทุจริตเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ และกำลังจัดระเบียบกองทุนต่างๆ อยู่ แต่คนที่ได้สิทธิต้องทราบด้วยว่าตนเองต้องได้รับเงินเท่าใด ส่วนเรื่องที่ตรวจสอบในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หากมีการทุจริตก็ต้องติดคุกทั้งหมดแต่ยืนยันว่าไม่ใช้กฏหมายพิเศษลงโทษใคร ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า โครงการไทยนิยมยั่งยืน ไม่ใช่โครงการหาเสียงของตนเอง แต่เป็นโครงการที่ลงมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น ทุกคนต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ และไม่ทิ้งเสียงส่วนน้อย เพื่อป้องกันอย่าให้เกิดปัญหานักการเมืองเข้ามาช่วยเหลือแล้วถือเป็นบุณคุณกันตลอดไป เพราะจะไม่ทำให้เกิดการพัฒนาและมีปัญหาแบบเดิมๆ

ส่วนเรื่องวันหยุดสงกรานต์ที่มีคนเสียชีวิตและโทษว่าเป็นความผิดรัฐบาลที่ให้มีวันหยุดมากเกินไปนั้น ขอให้รักษาความปลอดภัยของตนเองด้วย