พรรคโหวตเลือก ‘สกอตต์ มอร์ริสัน’ นั่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคนใหม่

พรรครัฐบาลโหวตเลือก ‘สกอตต์ มอร์ริสัน’ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคนใหม่

วันที่ 24 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคเสรีนิยมซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบันของออสเตรเลีย ลงมติเสียงข้างมาก 45 เสียง เลือกนายสกอตต์ มอร์ริสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ พ่วงด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนายมัลคอล์ม เทิร์นบูล

รายงานระบุว่า นายปีเตอร์ ดัตตัน ผู้ท้าชิง ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 40 คะแนน  ส่วนนางจูลี บิชอป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งในตัวเก็ง ได้รับคะแนนไม่ผ่านการหยั่งเสียงในรอบแรก ทำให้ออสเตรเลียได้ สกอตต์ มอร์ริสัน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ภายในระยะเวลาเพียง 11 ปี

ทั้งนี้การหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีนิยมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์เดียว โดยการลงคะแนนรอบแรกซึ่งมีขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 21 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ปรากฏว่านายมัลคอล์ม เทิร์นบูล ชนะดัตตันด้วยคะแนนเสียง 45 ต่อ 38 เสียง

โดยผลคะแนนดังกล่าวสามารถช่วยให้เทิร์นบูลอยู่ในตำแหน่งผู้นำรัฐบาลและหัวหน้าพรรคเสรีนิยม แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เกิดความไม่มั่นคงทางเสถียรภาพภายในพรรครัฐบาล ทำให้รัฐมนตรีอย่างน้อย 10 คนพากันลาออกจากตำแหน่ง และแกนนำพรรคหลายคนถอนตัวจากการสนับสนุนเทิร์นบูล ทำให้มอร์ริสันลงสนามแทน

อย่างไรก็ตาม นอกจาก เทิร์นบูล จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคแล้ว เขาจะลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเวนต์เวิร์ธ ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ด้วย ทำให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมแล้วพยายามรักษาที่นั่งไว้ให้ได้ เพื่อคงไว้ซึ่งส่วนต่างเหนือพรรคแรงงาน 1 ที่นั่งในสภาล่าง ก่อนจัดการเลือกตั้งทั่วไป

ที่มา cnn.com

เผยเรื่องราว 7 ชีวิต ถูกขู่ฆ่ายกครัว ต้องหนีพึ่งทหาร

นักธุรกิจสาวส่งออกส้มโอ ต้องพาครอบครัวหลบหนีจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาอาศัยอยู่ในค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จังหวัดตรัง หลังถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ รวมถึงข่มขู่จะฆ่ายกครัว

วันนี้(24 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกมลทิพย์ กุลคง พร้อมด้วยพ่อ แม่  พี่สาว ลูก และหลาน รวม 7 คน ซึ่งประกอบธุรกิจส่งออกส้มโอ ถูกส่งตัวไปอยู่ในการดูแลของทหารในค่ายรัษฎานุประดิษฐ์ จังหวัดตรัง หลังทั้งหมดเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยอ้างว่าถูกนายวิรัตน์ สุขแสง สามีของนางกมลทิพย์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.ปากพนัง ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ

ล่าสุด ได้ใช้ปืนทุบตีนางกมลทิพย์ พร้อมข่มขู่จะฆ่าคนในครอบครัว ทำให้ต้องหลบหนีจากบ้านพักในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

พันเอก พีรพงศ์ วัลภาทิตย์ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ระบุว่า ได้สั่งการให้ทหารดูแลครอบครัวนี้เป็นอย่างดี จนกว่าเจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จะควบคุมตัวนายวิรัตน์ มาสอบสวน

โดยทางจังหวัดตรัง ได้ประสานไปยัง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมตรวจสอบพฤติกรรมของนายวิรัตน์ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า นอกจากติดยาเสพติดแล้ว อาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วย

อังกฤษเตรียมแบนร้านสัตว์เลี้ยงขายลูกแมว-สุนัข

ร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยงในอังกฤษ จะไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายลูกแมวและสุนัขอีกต่อไป ภายใต้กฎหายฉบับใหม่ของอังกฤษ

รัฐบาลอังกฤษเตรียมเสนอมาตรการมิให้ร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยง และผู้ประกอบธุรกิจในประเทศ เป็นผู้จำหน่ายสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น ระบุด้วยว่า หากผู้ใดต้องการซื้อหรือรับสัตว์เลี้ยงมาดูแลในครอบครอง โดยสัตว์เลี้ยงมีอายุต่ำกว่า 6 เดือน จะต้องติดต่อผู้เพาะพันธุ์หรือศูนย์ช่วยเหลือสัตว์เท่านั้น

โดยในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะมีการประกาศยกเลิกใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ให้เป็นผู้จำหน่ายสุนัขและแมวอายุต่ำกว่า 8 สัปดาห์

มาตรการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงทางสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ซึ่งอาจจะไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และถือเป็นชัยชนะสำหรับการเรียกร้องกฎหมายที่เรียกว่า “ลูซีส์ ลอว์” (Lucy’s Law) ซึ่งเรียกตามสุนัขพันธุ์ “แควาเลียร์ คิง ชาร์ลส์ สแปเนี่ยล” ที่ได้รับการดูแลอย่างย่ำแย่ในระบบฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกสุนัข

“ลูซี่” ได้รับการช่วยเหลือเมื่อปี 2556 จากฟาร์มลูกสุนัขในเวลส์ มันมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ที่รวมถึงกระดูกสันหลังคด ซึ่งเป็นผลมาจากการถูกเลี้ยงในกรงที่คับแคบ และโรคลมชัก และตายเมื่อปี 2559

ด้านนายไนเจล เบเกอร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงอังกฤษ กล่าวยินดีต่อความพยายามในการเพิ่มสวัสดิภาพสัตว์ แต่แสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิผลของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีผู้ลงชื่อสนับสนุนกว่า 1.5 แสนรายชื่อ และมีการพิจารณาในสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

องค์การการกุศลบลูครอส คาดว่า มีสัตว์เลี้ยงที่ถูกขายโดยบุคคลที่ 3 ราว 40,000 -80,000  ตัวต่อปีในสหราชอาณาจักร ขณะที่กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท คาดว่า ในสหราชอาณาจักรมีพ่อค้าคนกลางน้อยกว่า 100 รายที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย