พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 ทรงหายพระประชวร เสด็จฯ กลับวังสวนจิตรลดา

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ กลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้รายงานว่า พระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่ หายเป็นปกติ ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลง เสวยพระกระยาหารและบรรทมได้ดี ผลการเอกซเรย์พระบัปผาสะ (ปอด) ดี ผลการตรวจพระโลหิตปกติ

คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานในวันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2561

พนักงานการท่าเรือ แจ้งความดีเอสไอถูกกล่าวหาโกงค่าล่วงเวลา

พนักงานการท่าเรือ แจ้งความดีเอสไอถูกกล่าวหาโกงค่าล่วงเวลา

วันนี้ (30 ส.ค. 2561) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ ได้พาพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยจำนวนมาก เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ให้การใส่ร้าย และร่วมกันแจ้งความว่าพนักงานเหล่านี้โกงเงินล่วงเวลา โดยจัดทำเอกสารหลักฐานไม่ตรงตามความจริงและเบิกความเท็จเป็นการกระทำอย่างเป็นขบวนการ

นายกฤษฎา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มบุคคลที่ให้การใส่ร้าย โดยมีนายกัมปนาท อิ่มแสงจันทร์ กับพวก รวม 17 คน ร่วมกันแจ้งความอันเป็นเท็จและร่วมกันให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าพนักงานกลุ่มนี้ได้ทำหลักฐานการทำงานล่วงเวลาเท็จ จากนั้นดีเอสไอจึงได้รับเป็นคดีพิเศษและได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เมื่อปี 2560 เพื่อชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

ต่อมาพนักงานที่ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิ์ฟ้องคดีกลับเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา จากนั้นศาลฎีกาได้ทยอยพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฟ้องค่าทำงานล่วงเวลาให้พนักงานการท่าเรือที่ถูกกล่าวหาได้รับค่าล่วงเวลา โดยการท่าเรือได้นำเงินที่แพ้คดีจำนวน 80 ล้านบาทไปวางที่ศาลจากนั้นพนักงานจึงได้ไปขอรับเงินจากศาล

ทั้งนี้เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้พนักงานได้รับเงินจากการทำงานล่วงเวลา ย่อมแสดงให้เห็นว่าพนักงานที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดเป็นผู้สุจริตไม่ได้กระทำความผิดฐานโกงเงินหลวง ดังนั้นวันนี้จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จรวมถึงให้การเท็จ กับนายกัมปนาท อิ่มแสงจันทร์ พร้อมพวก รวม 17 คน โดยให้รับการแจ้งความตรั้งนี้เป็นคดีพิเศษต่อไป

พบศพนักปีนเขาหายตัวนาน 31 ปี กลายเป็นมัมมี่ ศพเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง

พบร่างไร้วิญญาณของนักปีนเขาสาว ที่หายตัวไปเมื่อ 31 ปีที่แล้ว ใต้น้ำแข็งยอดเขาเอลบรุส ศพมีสภาพคล้ายหุ่นขี้ผึ้ง 

วันที่ 28 สิงหาคม 2561 เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงาน กลุ่มนักท่องเที่ยวพบศพ เอเลนา บาสกีนา นักปีนหญิง หลังจากหายตัวไปเมื่อ 31 ปีก่อน โดยร่างไร้วิญญาณของเธอ มีสภาพเป็นมัมมี่ ลักษณะคล้ายหุ่นขี้ผึ้ง ฝังอยู่ใต้กองหิมะน้ำแข็ง บนยอดเขาเอลบรุส ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัสเซีย โดยมีการพบตั๋วเครื่องบินของสายการบินแอโรฟลอต สายการบินแห่งชาติของรัสเซีย มีต้นทางจากกรุงมอสโก มายังภูเขาในเมืองมิเนรัลนี โวดี เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2530 อยู่ข้าง ๆ ศพของเอเลนา

อเล็กซี ยาโรเชฟสกี รองประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวและกีฬาแห่งรัสเซีย ระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2530 ที่กลุ่มนักปีนเขากลุ่มนี้สูญหายไป ทางทีมกู้ภัยได้ออกค้นหาตัวผู้ประสบภัยในทันที การดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่องจนถึงปีถัดมา แต่ไม่พบร่องรอยของผู้ประสบภัย แม้ว่าจะค้นหาอย่างสุดความสามารถ จนเวลาผ่านล่วงเลยไปนานถึง 31 ปี ล่าสุดที่เจอศพของเอเลนา ซึ่งนับว่าเป็นศพแรกที่พบจากกลุ่มผู้ที่หายตัวไปทั้งหมด

เมื่อปี 2530 เอเลนา หญิงวัย 36 ปี หญิงโสด พร้อมเพื่อนร่วมทีมอีก 6 คน จากกลุ่มท่องเที่ยว Lenin Tourist Club  หายตัวไปบนภูเขาเอลบรุส ภายหลังจากเกิดพายุหิมะถล่ม ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่พบร่างใครเลย หลังจากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายตัวไป ส่วนทางครอบครัวของเอเลนาเชื่อมาตลอดว่าเธอน่าจะถูกลักพาตัว หรือถูกจับไปเป็นตัวประกันอยู่ที่ไหนสักแห่ง โดยหลังจากนี้ ครอบครัวเตรียมนำศพของเอเลนาไปทำพิธีตามศาสนาต่อไป

ที่มา www.dailymail.co.uk