ผวา! กระสุนปืนปริศนา ตกใส่หลังคาบ้านยายวัย 64 คาดเป็นของสนามซ้อมยิงปืน

ผวา! กระสุนปืนปริศนา ตกใส่หลังคาบ้านยายวัย 64 ปี  ชาวบ้านเผย อาจเป็นกระสุนจากสนามซ้อมยิงปืน

วันนี้ ( 2 ก.ย.61 ) มีรายงานว่า นางบังอร จันทรศรี อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/2 หมู่ 8 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า บ้านตนเองอยู่ใกล้กับสนามซ้อมยิงปืนของศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 ปรากฏว่า มีกระสุนปืนตกอยู่เป็นประจำ ช่วงที่ผ่านมากระสุนตกไปทั้งหมด 7 นัด ล่าสุดอยู่บ้านได้ยินเสียงของแข็งตกกระทบหลังคา จึงออกไปดูพบว่าเป็นหัวกระสุนปืนหัวที่ 8 จึงได้ร้องเรียนดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งตำรวจ สภ.เมืองชลบุรีเข้ามาตรวจสอบ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาปกติไม่อยู่บ้าน มารู้อีกทีว่ามีกระสุนปืนตกเนื่องจากฝ้าบนเพดานมีรอยน้ำรั่วซึม จึงขึ้นไปตรวจสอบก็พบหัวกระสุนปืน ขณะนี้เปลี่ยนหลังคากระเบื้องไปแล้ว 3 แผ่น อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลความปลอดภัยให้ด้วย เพราะกลัวเหมือนกัน หลังคาพอเปลี่ยนได้ แต่ชีวิตคนเปลี่ยนไม่ได้

ด้าน ดาบตำรวจ พิทักษ์ชัย ดอนจันทร์เจริญ ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองชลบุรี กล่าวว่า กระสุนปืนที่พบนั้นเป็นลูกซ้อม หากตกใส่คนก็อาจจะได้รับอันตรายได้ อย่างไรก็ตามจะได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการในการป้องกันกระสุนปืนซ้อมที่มาตกใส่บ้านเรือนของชาวบ้านต่อไป

เสี่ยหนุ่ม ว่าที่ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ขับเจ็ทสกีคว่ำเสียชีวิต ช่วยหลานชาย 3 ขวบ รอดปาฏิหาริย์

เสี่ยหนุ่ม เจ้าของรีสอร์ทชื่อดังเมืองคอน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภูมิใจไทย ขับเจ็ทสกีพลิกคว่ำกลางลำน้ำเสียชีวิต หลานชายวัย 3 ขวบ รอดปาฏิหาริย์

วันที่ 2 ก.ย. 61  เวลา 12.00 น. มีรายงานว่า ร.ต.อ.ชยุต ศรีสุภา รอง สว. (สอบสวน ) สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุเจ็ทสกีพลิกคว่ำมีผู้จมน้ำหายไปจำนวน 2 คน เหตุเกิดในลำคลองการะเกด หน้าชูใหม่รีสอร์ท หมู่ 10 ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำหน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 100 เมตร ลึกไม่ต่ำกว่า 10 เมตร มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวพบเจ็ทสกีลอยพลิกคว่ำอยู่ 1 ลำ มีหนูน้อยอายุ 3 ขวบ เพศชาย พยายามจับและพยุงเจทสกีเอาไว้กลางลำน้ำ เจ้าหน้าที่จึงรีบลงไปช่วยเหลือขึ้นมา

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ผู้ตายคือ นายศักดิ์ตะพงษ์ ชูใหม่ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงด้านการท่องเที่ยว โดยเป็นเจ้าของกิจการ “ ชูใหม่รีสอร์ท ” แหล่งท่องเที่ยวครบวงจร มีกิจกรรมล่องเรือชมสองฝั่งคลองการะเกดหรือ “แม่น้ำปากพนัง” และยังเป็นอดีตประธานชมรมฟุตซอลจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมตัวลงรับสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช สังกัด “ พรรคภูมิใจไทย ”

ทั้งนี้ นายศักดิ์ตะพงษ์ ชูใหม่ หรือ “ เสี่ยศักดิ์ ” หรือ ” เสี่ยไก่ ” อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 331/4 หมู่ 1 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าของกิจการ “ ชูใหม่รีสอร์ท ” และเป็นคนขับเจ็ทสกีลำดังกล่าวได้จมน้ำหายไป นักประดาน้ำและชาวบ้าน จึงช่วยกันงมค้นหานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนพบศพนายศักดิ์ตะพงศ์ จึงนำร่างขึ้นมาบนฝั่ง มีแพทย์หญิง กิตติญา แก้วเกลี้ยง แพทย์เวรโรงพยาบาลเชียรใหญ่ ร่วมชันสูตรพลิกศพ

โดยก่อนเกิดเหตุเรือท่องเที่ยวของชูใหม่รีสอร์ท นำนักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามสายน้ำลำคลองการะเกด มีกำหนดการที่จะรับประทานอาหารกันบนเรือท่องเที่ยว แต่เรือท่องเที่ยวเกิดน้ำมันหมดกะทันหัน จึงโทรศัพท์แจ้งนายศักดิ์ตะพงษ์ ว่าเรือท่องเที่ยวน้ำมัน นายศักดิ์ตะพงษ์ จึงนำน้ำมันใส่แกลลอน ก่อนจะขับเจ็ทสกีนำน้ำมันไปให้เรือท่องเที่ยวที่ทอดสมออยู่กลางลำน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก โดยมีหลานอายุ 3 ขวบ นั่งเจ็ทสกีไปด้วย

เมื่อขับเจ็ทสกีมาถึงที่เกิดเหตุเกิดน้ำไหลเชี่ยวกราก ทำให้เจ็ทสกีเสียหลักพลิกคว่ำ นายศักดิ์ตะพงษ์ พยายามช่วยเหลือหลานชายที่นั่งมาด้วย โดยสามารถคว้าร่างและนำมาให้จับพยุงเจ็ทสกีเอาไว้ และได้รับการช่วยเหลือจนหลานรอดตาย ขณะที่ตัวเองหมดแรงจมน้ำหายไป จนต้องระดมกำลังนักประดาน้ำช่วยกันงมค้นหาจนพบร่าง

ดุสิตโพล เผยปชช. 46.33% สนับสนุนปลดล็อกทางการเมือง ลุยเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพล เผยประชาชน 46.33% สนับสนุนให้ปลดล็อกทางการเมือง ลุยเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,033 คน ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 ในหัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไร กับ ปลดล็อก คลายล็อก ทางการเมือง จากการที่ คสช. จะคลายล็อกพรรคการเมือง เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้บางส่วน ส่งผลให้พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว และวิพากษ์วิจารณ์กับคำสั่งดังกล่าว

ทั้งนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 46.33 สนับสนุนให้ปลดล็อกทางการเมืองให้ดำเนินการโดยอิสระ รองลงมา ร้อยละ 35.26 สนับสนุนให้แค่ “คลายล็อก” ทางการเมือง แต่ยังไม่ควรปลดล็อกทั้งหมด โดยประชาชนยังคงวิตกกัล หากมีการปลดล็อก

นอกจากนี้ ยังพบว่า ประชาชนร้อยละ 48.96 มองว่า หากปลดล็อก อาจทำให้เกิดความขั้ดแย้ง บ้านเมืองวุ่นวาย รองลงมา ร้อยละ 35.76 กลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว และร้อยละ 25.35 มีการหาเสียงรุนแรง โจมตีกันไปมา

ขณะที่ ประชาชนถึง ร้อยละ 50.67 มองว่า อาจเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ใส่ร้าย สาดโคลนกัน รองลงมา ร้อยละ 31.39 มีการคัดค้าน จัดกิจกรรมไม่เหมาะสม และร้อยละ 30.49 คสช. ไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมือง ทั้งนี้ เรื่องใดที่ประชาชนคิดว่า “ควรคลายล็อก” และ “ยังไม่ควรคลายล็อกทาง

อย่างไรก็ตาม การเมือง พบว่า เรื่องที่ควรคลายล็อก ประชาชนร้อยละ 41.57 กำหนดนโยบายหาเสียงที่ชัดเจน รองลงมา ร้อยละ 40.18 คัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้ง และร้อยละ 27.02 เลือกหัวหน้าพรรคได้ ขณะที่เรื่องที่ยังไม่ควรคลายล็อก พบว่า ประชาชนร้อยละ 39.66 การหาเสียงในที่สาธารณะ รองลงมา ร้อยละ 36.21 ประชุมพรรค ชุมนุมทางการเมือง และร้อยละ 24.13 การลงพื้นที่ พบปะประชาชน