สั่งแก้ไขทันที หลังภาพว่อนเน็ตห้องน้ำคนพิการ มีแผงปูนกั้น

แก้ไขแล้ว ห้องน้ำสำหรับคนพิการที่กรมการกงสุล หลังภาพว่อนเน็ตมีแผงปูนกั้น ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้พิการใช้งานลำบาก

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงกรณีข่าวเกี่ยวกับห้องน้ำคนพิการที่กรมการกงสุล หลังเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ห้องน้ำคนพิการมีแผงปูนกั้นตรงทางเข้าห้องน้ำ ส่งผลให้ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้พิการใช้งานลำบาก

โดยกรมการกงสุลชี้แจงว่า กรมการกงสุลให้ความสำคัญและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ โดยภายในอาคารกรมการกงสุลมีห้องน้ำสำหรับคนพิการชายและหญิงรวม 8 ห้อง รวมทั้งมีที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ทางลาดสำหรับผู้พิการและลิฟต์

พร้อมระบุ ห้องน้ำที่มีปัญหา 1 ห้องนั้น ทางฝ่ายอาคารยอมรับถึงข้อบกพร่องในการไม่ได้ทุบแนวคอนกรีตเดิม ที่ก่อขึ้นสำหรับไว้ให้บริการประชาชนที่ต้องการจะใช้อาบน้ำชำระร่างกาย และขณะนี้ได้ทำการทุบแนวคอนกรีตดังกล่าวออกเรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณภาพจาก ศูนย์ซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ อาชีวพระมหาไถ่ พัทยา รุ่นสร้างทางลาด ,กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

“สทนช.” รุก ติดตามสถานการณ์น้ำ อีสานเหนือ ย้ำทุกหน่วยประเมินสถานการณ์ พร้อมรับมือทุกวิกฤต

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์น้ำอีสานเหนือ ชี้ปริมาณน้ำภาพรวมไม่น่าห่วงหลังแนวโน้มฝนลดลง ย้ำไม่นอนใจ มอบทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เตรียมแผนรับสถานการณ์ใกล้ชิด 

นายสำเริง  แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยหลังรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ สำนักงานชลประทานที่ 7 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 24 กย.ที่ผ่านมา  ว่า ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

สำหรับภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 18 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ขณะที่การติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อน“จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น แล้ว และ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ  คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย.นี้ โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย

นายสำเริง กล่าวต่ออีกว่า จากแนวโน้มการคาดการณ์ฝนที่ลดลงดังกล่าว ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ได้แจ้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงข้อสั่งการและข้อห่วงใยของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ) ที่มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในการแผนบริหารจัดการและการปฏิบัติการฝนหลวง ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักก่อนสิ้นสุดฤดูฝน  ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในกลางเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้อยกว่า 60% ของความจุทั้งประเทศ ขณะนี้พบว่าขนาดใหญ่ มีจำนวน 11 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ เขื่อนกิ่วลม  59% เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 42% เขื่อนแม่มอก 27% ตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนลำพระเพลิง 56% เขื่อนมูลบน 54% เขื่อนห้วยหลวง 48% เขื่อนลำนางรอง 33% เขื่อนอุบลรัตน์ 31% ภาคกลาง เขื่อนกระเสียว 42% เขื่อนทับเสลา 26% ภาคใต้ เขื่อนบางลาง 46% ขนาดกลาง 132 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 27 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 73 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคกลาง 7 แห่ง ภาคตะวันตก 2 แห่ง และภาคใต้ 17 แห่ง แต่หากพิจารณาถึงจำนวนอ่าง เฝ้าติดตามที่มีความจุน้อยกว่า 30% พบว่า มีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก 27% และเขื่อนทับเสลา 26% ส่วนขนาดกลาง มีทั้งสิ้น 33 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง ภาคกลาง 2 แห่ง  และภาคใต้ 4 แห่ง

“จากการคาดการณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาและ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลงนั้น สทนช. ได้เน้นย้ำทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องวางแผนปรับลดการระบายน้ำในอ่างฯ ทุกขนาด ตามการคาดการณ์ของฝนซึ่ง สทนช. จะหารือประเด็นดังกล่าวในการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเตรียมการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อย ซึ่งจะมีการหารือถึงแผนปฏิบัติการเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แล้งล่วงหน้าด้วย โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” นายสำเริง กล่าว

นายสำเริง กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในวันนี้ เป็นหนึ่งในมาตรการ ของ สทนช. ที่จะติดตาม กำกับ ดูแลการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งในส่วนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ สำนักงานชลประทานที่ 7 กรมชลประทาน เป็นหน่วยปฏิบัติการที่รับมือกับวิกฤติน้ำท่วมหนักในรอบ 20 ปี ของเขตพื้นที่จังหวัดสกลนคร และนครพนม จากอิทธิพลของพายุเซินกา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ของปี 2560 วันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้นำผลจากการสรุปบทเรียนการปฏิบัติการเกิดอุทกภัยในปี 2560 มาปฏิบัติร่วมกันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในปี 2561

“สาเหตุหลักของน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำก่ำ ในปี 2561 เกิดจากอิทธิพลของพายุฝน พายุโซนร้อนเซินติญ ร่วมกับหย่อมความกดอากาศต่ำในช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้ดินอิ่มตัวและปริมาณน้ำในลำน้ำต่าง ๆ มีปริมาณมาก ประกอบกับลำน้ำก่ำ ซึ่งมีความยาวถึง 123 กิโลเมตร มีความคดเคี้ยวระบายน้ำได้ช้า อีกทั้งการระบายน้ำจากพื้นที่ทั้งสองฝั่งลงสู่ลำน้ำก่ำก็เป็นไปได้ช้า เนื่องจากมีอุปสรรคขวางทางน้ำ และไม่มีคลองชักน้ำเพื่อเร่งระบายจากพื้นที่ รวมทั้งระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็วและต่อเนื่อง เป็นอุปสรรคสำคัญในการระบายน้ำจากลำน้ำก่ำลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากปฏิบัติการอุทกภัยในปี 2560 ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ สามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมของปี 2561 ในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ” นายสำเริงกล่าว

นายสำเริง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แม้ปัจจุบันแนวโน้มฝนลดลงและยังไม่พบสัญญาณพายุที่จะส่งผลกระทบใด ๆ ต่อประเทศไทย แต่ก็ยังมีข้อมูลว่าพบพายุก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว 28 ลูก คาดว่าจะมีโอกาสเกิดพายุได้ในเดือนตุลาคม 1–2 ลูก จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนพื้นที่ที่คาดว่าอาจจะได้รับผลกระทบในช่วงเวลาดังกล่าว นายสำเริง กล่าวย้ำว่า ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขังและพร่องน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเกินเกณฑ์ รวมทั้งเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย วางแผนและปฏิบัติงานระหว่างเกิดภัยได้อย่างฉับไว รวมทั้งเตรียมการณ์ในการปฏิบัติงานหลังเกิดภัยทั้งการซ่อมแซมและฟื้นฟูได้โดยเร็วและครอบคลุมในทุกพื้นที่ประสบภัย ทั้งนี้ สำหรับระยะต่อไป สทนช. ได้เตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง ปี 2561/62 โดยแจ้งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งแผนการ บริหารจัดการน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2561/62 รายจังหวัดทั้งประเทศ มาถึง สทนช. เพื่อประกาศแผนการบริหารจัดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ฤดูแล้ง ปี 2561/62 ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ต่อไป

คลิปกลุ่มวินฯ ทำตัวเป็นมาเฟีย ปรี่หาเรื่อง ก่อนท้าหนุ่มขับแกร็บไบค์ต่อย

คลิปนาทีหนุ่มขับแกร็บไบค์ ถูกคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างจำนวน 4-5 คนรุมล้อมเข้าหาเรื่อง หลังไม่พอใจเข้าไปรับผู้โดยสารในพื้นที่

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Krit Onwan ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ กลุ่มผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปหาเรื่องชายคนหนึ่ง หลังจากสืบทราบว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนขับแกร็บไบค์ที่ไปส่งผู้โดยสารยังถิ่นของพวกเขาพอดี
โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่ากลุ่มวินมอร์เตร์ไซค์ เข้าไปล้อมหน้าล้อมหลังคนขับแกร็บไบค์ หลังพบว่าเขาขับมาในพื้นที่  จากนั้นได้พูดข่มขู่ทำนองว่า จะเอายังไง ตัวต่อตัวไหม จะได้ไม่ต้องรุม ซึ่งหนุ่มขับแกร็บไบค์พยายามยกมือขอโทษเพื่อให้จบเรื่อง แต่พวกเขาก็ทำท่าไม่ยอม ก่อนที่จะมีหนุ่มคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์เข้ามาสอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้น ก่อนที่คลิปจะจบไป

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า มาเฟียเยอะจิงๆ ท้าเค้าต่อยด้วยไอสัส ทำเป็นเก่งไอสัสอยู่กันเยอะนิ อยู่คนเดียวหงอยเหมือนหมา ช่วยแชร์ให้มันดังทีครับ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่พอใจกลุ่ม วินมอร์เตอร์ไซตค์กลุ่มดังกล่าวที่มีพฤติกรรมเช่นนี้

เพราะดูจากสถานการณ์แล้วคนขับแกร็บไบค์ เขาขับมายังพื้นที่เพราะมีผู้โดยสารเรียกเขาจึงมา ซึ่งการเลือกใช้หรือไม่ใช้แกร็บไบค์ และ วินมอร์เตอร์ไซค์ ก็อยู่ที่ลูกค้าหรือผู้โดยสาร คนขับวินมอร์เตอรืไซคืไม่สามารถไปบังคับได้

โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก อาหรั่ง ทำบ้า ที่ได้แสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า  หากินเหมือนกันครับ คิดแค่นี้ หนี้สินก็มีเหมือนๆ กัน ทุกคนก็ดิ้นรน พอๆ กันล่ะครับ จะมาว่าที่นี้ดี ที่โน้นไม่ดี คุณลองเปิดใจกว้างๆ ดู
ผมก็ขับวิน เหมือนกัน .!! เลือกลูกค้าไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่แค่เราสะดวกแบบใหน และก็ยอมรับมัน ✌🏻

ขณะที่คุณ สุรศักดิ์ สว่างอารมย์ ระบุว่า เดี๋ยวโดนราคากฏหมายรู้เรื่อง  กูก็ขับวิน ต่างคนต่างอยู่ไป  มันอยู่ที่ลูกค้ายินดีจ่ายใคร

วินมอร์เตอร์ไซค์, จักรยานยนต์รับจ้าง, แกร็บไบค์, ข่าวสดวันนี้
วินมอร์เตอร์ไซค์


ข้อมูลจาก Krit Onwan