เปิดชื่อ 36 พรรคการเมือง กกต. รับรองคุณสมบัติครบ ส่ง ส.ส.ลงเลือกตั้งได้

เปิดชื่อ 36 พรรคการเมือง จากทั้งหมด 105 พรรค ที่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ได้

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (28 ม.ค. 2562) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.  ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าของพรรคการเมืองที่ยื่นจดทะเบียนกับทาง กกต. ว่า ขณะนี้มีทั้งหมดจำนวน 105 พรรค ที่ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีเพียงจำนวน 36 พรรค ที่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ได้  โดยแบ่งเป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 หรือ พรรคเก่า มีจำนวน 60 พรรค และสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ได้ 14 พรรค ได้แก่

1.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย
2. พรรคเสรีรวมไทย
3. พรรคเพื่อชาติ
4. พรรคประชาธิปัตย์
5. พรรคภูมิใจไทย
6. พรรคเพื่อไทย
7. พรรคชาติพัฒนา
8. พรรคชาติไทยพัฒนา
9. พรรคไทยรักษาชาติ
10. พรรคพลังท้องถิ่นไทย
11. พรรคประชาธิปไตยใหม่
12. พรรคเพื่อธรรม
13. พรรคพลังไทยรักชาติ
และ 14. พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย

ส่วน พรรคการเมืองที่จัดตั้งตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือ พรรคใหม่  มีทั้งหมด 22 พรรค สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ได้ทั้งหมด คือ

1.พรรคพลังประชารัฐ
2. พรรคอนาคตใหม่
3. พรรคพลังไทสร้างชาติ
4.พรรคประชาชาติ
5 .พรรคเพื่อนไทย
6. พรรคไทยธรรม
7. พรรครวมพลังประชาชาติไทย
8.พรรคพลังแผ่นดินทอง
9. พรรคพลังชาติไทย
10. พรรคประชานิยม
11. พรรคพลังปวงชนไทย
12. พรรคพลังธรรมใหม่
13. พรรครวมใจไทย
14.พรรคเพื่อคนไทย
15.พรรคแผ่นดินธรรม
16.พรรคไทยรุ่งเรือง
17. พรรคประชาชนปฏิรูป
18. พรรคทางเลือกใหม่
19. พรรคประชาภิวัฒน์
20.พรรคพลังแรงงานไทย
21. พรรคเศรษฐกิจใหม่
และ 22. พรรคประชาธรรมไทย

ซึ่งข้อมูลสถานะพรรคการเมือง กกต. จะมีการอัปเดตไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันเปิดรับสมัคร โดยเชื่อว่าจะมีพรรคการเมืองที่มีความพร้อมในการส่งผู้สมัครเพิ่มมากขึ้น โดย กกต. จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตทุกเขตทั่วประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณารับสมัคร

นอกจากนี้ ทาง กกต. ยังได้ขอความร่วมมือไปยังสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ในการจัดสรรเวลาออกอากาศ โดย 1 วัน ขอเวลา 60 นาที ระหว่างวันที่ 8-21 มี.ค.รวม 10 วัน

โดย 5 วันแรก เป็นการออกอากาศสปอตโฆษณาของพรรคการเมือง พรรคละ 10 นาที อีก  5 วันถัดมา เป็นการออกอากาศเทปการประชันนโยบายของพรรคการเมือง ซึ่งวัสดุการออกอากาศทั้ง 2 กรณี พรรคจะรับผิดชอบจัดทำสปอต ส่วน กกต. จะจัดทำในเรื่องของเวทีดีเบต

โดยจะตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา และนำส่งให้ทางสถานีไปเผยแพร่ซึ่งทางสถานีสามารถเลือกเผยแพร่ได้ในช่วงเวลา 06.00-24.00 น. โดยไม่จำเป็นว่าแต่ละสถานีจะต้องเผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะ กกต. เข้าใจถึงผังรายการออกอากาศ และกรณีนี้เป็นการขอความร่วมมือ

ส่วนการที่สถานีโทรทัศน์จะจัดรายการดีเบตนั้น ทาง กกต. เผยว่า สามารถทำได้ แต่ให้นึกถึงความเท่าเทียมเป็นหลักไม่ใช่ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะอาจทำให้สื่อถูกร้องเรียนจากพรรคการเมืองได้ 

เปิดใจ!! หมอผ่าร่างครูใหญ่ ‘หลวงพ่อคูณ’ กับสิ่งน่าอัศจรรย์

หมอมือผ่าร่างครูใหญ่ ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ’ เผยสิ่งน่าอัศจรรย์ เส้นเอ็นและกระดูกสีสดใส กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เหมือนคนหนุ่ม ต่างจากอาจารย์ใหญ่ทั่วไป

วันนี้ (28 ม.ค.62) ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น รายงานว่า รศ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา รองคณบดีฝ่ายกายภาพและสภาพแวดล้อม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ตนเองเป็นหนึ่งใน 3 ของกรรมการ ที่ได้รับการมอบหมายให้ทำการผ่าร่างครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

โดยก่อนที่จะมีการผ่าร่างเพื่อการศึกษา ก็จะเริ่มจากขั้นการเตรียมร่างครูใหญ่ สำหรับการเตรียมร่างครูใหญ่โดยทั่วไป เมื่อรับร่างครูใหญ่มาแล้วจะฉีดน้ำยารักษาสภาพ จากนั้นนำร่างไปแช่ในน้ำยาหรือเรียกว่าการดอง เป็นเวลา 1 ปี เมื่อครบกำหนด 1 ปี จะนำร่างขึ้นมาผ่าเพื่อการเรียนการสอน

ส่วนขั้นตอนการฉีดยาการดองร่าง ‘หลวงพ่อคูณ’ ก็มีขั้นตอนเดียวกันกับครูใหญ่ร่างอื่นๆ ซึ่งเมื่อครบ 1 ปี ก็นำร่างมาทำการผ่าเพื่อการศึกษา สำหรับการผ่านั้นนักศึกษาจะไม่ใช่ผู้ทำการผ่าโดยตรง แต่จะมีการเข้าศึกษากับร่างหลวงพ่อครั้งละ 5-6 คนเท่านั้น ฉะนั้นการผ่าจะมีการมอบหมายเพียงคณะกรรมที่ได้รับมอบหมายจากคณะบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

“เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย ครั้งแรกที่เห็นร่างหลวงพ่อ คือช่วงนำร่างออกจากโลงเย็นเพื่อจะนำลงอ่างดองก็เห็นว่า ต่างจากร่างครูใหญ่ท่านอื่นๆ เพราะทั้งเล็บมือเล็บเท้าของร่างหลวงพ่อมีสีชมพูชัด ติ่งหูก็มีสีชมพูระเรื่อ รู้สึกตื่นเต้นมหัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก”

รศ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา กล่าวอีกว่า ช่วงที่นำร่างของหลวงพ่อออกจากอ่างดอง นำมาผ่าเพื่อการศึกษาก็พบว่า โครงสร้างภายในของหลวงพ่อหรือของผู้ที่มีอายุมาก แต่สภาพโครงสร้างภายในของร่างกาย เช่น เส้นเอ็นสีสดใส กระดูกเป็นสีชมพูระเรื่อ กล้ามเนื้อ ก็ยังเป็นมัดแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มๆ ไม่เหี่ยวไม่ลีบเหมือนคนในวัยเดียวกัน เสมือนว่าหลวงพ่ออยากให้ได้ศึกษาหาความรู้จากร่างของท่านจริงๆ แตกต่างจากร่างครูใหญ่ทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำหรือสีขาว คล้ำ จึงรู้สึกอัศจรรย์ที่ยากจะอธิบายได้

ตลอดชีวิตการทำงาน ผ่าร่างครูใหญ่มามาก แต่เมื่อเห็นร่างของหลวงพ่อรู้สึกพิเศษ แตกต่างจากครูใหญ่ทั่วไปพอสมควร เส้นเอ็น กระดูก และอัศจรรย์ใจในเรื่องที่ได้ฝังตะกรุดกับหลวงพ่อ ทำให้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์สำคัญ เพราะศิษยานุศิษย์หลายคนไม่ได้ดูแลหลวงพ่อเช่นนี้

โดยส่วนตัวได้ใกล้ชิดหลวงพ่อ ตั้งแต่ร่างหลวงพ่อมาถึงที่คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในทุกๆขั้นตอน และเมื่อจะทำการใดๆก็ระลึกนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อ และขอขมาบอกกล่าวหลวงพ่อว่า จะผ่าร่าง แม้แต่การจะจัดงานประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รวม 647 ร่างก็มีการบอกกล่าว และทำให้จิตใจเข็มแข็ง ทุกอย่างที่ทำก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี

ซัดกันยับ! คลิปหนุ่มมอเตอร์ไซค์ VS โชเฟอร์รถเมล์ คาดฉุนถูกปาดหน้า

โลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์คลิปวีดีโอเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันอย่างดุเดือด ระหว่างคนขับรถเมล์สายหนึ่งกับคนขับรถจักรยานยนต์ ที่ชกต่อยกันบริเวณป้ายรถเมล์ สะพานลอยหน้าวัดเสมียนนารี โดยมีกระเป๋ารถเมล์หญิงและประชาชนที่รอรถบริเวณดังกล่าวพยายามเข้าห้ามปราบทั้งสองคน

ทั้งนี้ คลิปเหุตการณ์ดังกล่าวยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่คาดการณ์ว่า เกิดจากการขับรถปาดหน้ากัน โดยฝ่ายรถเมล์จะเข้าจอดป้าย แต่รถจักรยานยนต์ขับปาดเข้ามาจึงเกิดเรื่อง

อย่างไรก็ตาม หลังคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า ทั้งคู่ใจร้อน ไม่คำนึงถึงคนรอบข้างที่อาจได้รับผลกระทบต่อการกระทำของเขาทั้งสอง