ใครทำ ?? เจาะภูเขาเกาะสมุย ทำอุโมงค์โผล่ชายหาดกว่า 100 เมตร

ชาวบ้านร้องเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หลังพบภูเขาที่เกาะสมุยถูกเจาะใ ห้เป็นทางเดินลัดเลาะทะลุไปยังชายหาด

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าว MThai ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากแหล่งข่าวที่เป็นนักท่องเที่ยวว่า หลังจากได้มาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่เดินเท้าท่องเที่ยวชมธรรมชาติแบบผจญภัยหรือแอดเวนเจอร์ บริเวณชายหาดและภูเขาพื้นที่บ้านใต้ ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย

พบว่ามีการก่อสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่บนภูเขา โดยลักษณะเป็นการเจาะภูเขาทำอุโมงค์คอนกรีตขนาดใหญ่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

โดยภาพวีดีโอที่ถูกบันทึกมานี้เป็นอุโมงค์คอนกรีตขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการเจาะภูเขาทำอุโมงค์ที่มีขนาดความกว้าง 3 เมตร สูง 3 เมตร ระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ปากทางเข้าทางด้านหนึ่งจะอยู่ฝั่งพื้นที่ป่า และอีกด้านหนี่งจะไปโผล่ฝั่งทะเล

โดยจะเห็นภาพวิวมุมสูงของชายหาดและทะเลสวยงาม โดยสภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่ยังมีสภาพเป็นป่า แต่มีการล้อมรั้วลวดหนามโดยรอบและมีประตูรั้วเหล็กคล้องกุญแจล็อคไว้ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลงนี้และมีเอกสารสิทธิ์หรือไม่

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวจึงได้นำคลิปวีดีโอดังกล่าว ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบอุโมงค์ดังกล่าวว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ต่อไป

#อภินิหารเขาคิชฌกูฏ คลิปพระสงฆ์รูปร่างประหลาด เดินบนยอดเขาตรวข้ามจุดชมวิว

คลิป “อภินิหารเขาคิชฌกูฏ” รับวันมาฆบูชา พบพระสงฆ์เดินอยู่บนยอดเขาฝั่งตรงข้ามจดชมวิวบนเขาคิชฌกูฏ

วันนี้ (22 ก.พ. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ Khaodeb – ข่าวดิบ ได้มีการเผยแพร่คลิปต่อจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก นาย.วสิน สิงขรโอฬารึก ที่อ้างว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นบริเวณเขาคิชฌกูฏ เมื่อช่วงวันพระใหญ่ วันมาฆบูชา ที่ผ่านมา หลังจากพบว่ามีพระสงฆ์รูปร่างประหลาดเดินอยู่บริเวณเนินเขาอีกด้าน สร้างความฮือฮาและตื่นตกใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า

เขาคิชฌกูฏ

อภินิหารเขาคิชฌกูฏ🙏🙏🙏 (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม)

#ภาพจริงวีดีโอคลิปจริงไม่มีตัดต่อ
วันที่19กุมภาพันธ์ 2562 ตรงกับวันมาฆบูชา
เวลาประมาณ 17:30น.โดยประมาณ
บนเขาคิชฌกูฏกำลังสวดมนต์เย็นเลยครับ

ผมและเพื่อนๆ และกลุ่มนักท่องเที่ยวประมาณ 20 คน
ได้ยืนถ่ายรูปทะเลหมอกที่จุดชมวิวตามปกติ

ทุกคนถ่ายรูปวิวที่สวยงามแต่ผมได้สังเกตเห็นว่า
มีสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ที่ยอดเขาอีกลูกหนึ่งที่ไกลมากๆ

#ผมได้เห็นเป็นคนแรก แล้วบอกให้เพื่อนๆให้ดูว่า
เหมือนมีพระเดินอยู่บนยอดเขาตัวใหญ่มาก
ทุกคนก็มองไปที่ยอดเขา แล้วก็เห็นอย่างที่ผมบอกผมขนลุกทั้งตัวผมยกมือไหว้แล้วพูดว่า
#สาธุ_สาธุ_สาธุ

ทุกคนยืนดูประมาณ30นาทีกว่าๆ แล้วหมอกเริ่มหนาขึ้นจนมองไม่เห็นยอดเขานั้น
หลังจากนั้นผมและเพื่อนๆ ลงมาด้านล่างเขาเพื่อที่จะกลับบ้าน เดินไปที่รถแต่ในใจยังคิดว่า สิ่งที่เห็นนั้นคืออะไรกันแน่

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก  โดยต่างก็สงสัยว่าสิ่งที่ปรากกอยู่ในคลิปนั้นเป็นอะไรกันแน่ พร้อมแนะนำให้ใช้วิจารณญานในการรับชม

เลื่อนอ่านคำพิพากษา คดีให้ทรัพย์สินนายสมบัติ อุทัยสางตกเป็นของแผ่นดิน

เลื่อนอ่านคำพิพากษา คดีให้ทรัพย์สินนายสมบัติ อุทัยสางตกเป็นของแผ่นดิน

วันนี้ (22 ก.พ.2562) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาให้ทรัพย์สินของนายสมบัติ อุทัยสาง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ตกเป็นของแผ่นดิน โดยศาลได้เลื่อนฟังอ่านคำพิพากษาไปวันที่ 29 พ.ค.2562 ในวันนี้นายสมบัติไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ 

จากกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่านายสมบัติ อุทัยสาง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ได้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริง 

โดยเห็นว่า นายสมบัติ อุทัยสาง มีทรัพย์สินที่ไม่สามารถพิสูจน์การได้มาโดยชอบ รวมแล้ว 108,574,356 บาท คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่า 108,574,356 บาท