อินเดียครองแชมป์มลพิษทางอากาศมากสุดในโลก

22 เมืองของอินเดียติดท็อป 30 เมืองที่มีมลพิษทางอากาศเลวร้ายสุดในโลก ขณะที่หลายเมืองในจีนเริ่มมีสภาพอากาศดีขึ้น

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2562 เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานว่า เมืองคุรุครามของอินเดีย เป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก โดยอ้างอิงจากรายงานคุณภาพอากาศโลกประจำปี 2561 ซึ่งจัดทำขึ้นโดยองค์กรกรีนพีซและแอร์วิชวล

เมืองคุรุครามมีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 135.8 ซึ่งมากเกือบ 3 เท่าจากระดับที่หน่วยงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ กำหนดว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ

รายงานดังกล่าวระบุว่า มลพิษทางอากาศจะทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนกำหนดราว 7 ล้านคนทั่วโลกในปีหน้า และจะกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

เอเชียใต้เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากที่สุด โดย 18 เมืองใน 20 อันดับแรกที่มีมลพิษมากสุด เป็นเมืองที่อยู่ในอินเดีย, ปากีสถาน และบังกลาเทศ ซึ่งรวมถึงเมืองลาฮอร์ของปากีสถาน กรุงนิวเดลีของอินเดีย และกรุงธากาของบังกลาเทศ ซึ่งอยู่อันดับที่ 10, 11 และ 17 ตามลำดับ

รายงานระบุด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้ผลกระทบของมลพิษทางอากาศเลวร้ายลง รวมถึงย้ำด้วยว่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ยังเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศ

ขณะที่ในหลายเมืองของจีน พบว่าความเข้มข้นของมลพิษโดยเฉลี่ยลดลงร้อยละ 12 จากปี 2560-2561 แต่ประเทศในแถบใกล้เคียงอย่าง อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้, เวียดนาม และไทย กลับมีมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้น

แม้ว่าหลายประเทศในเอเชียใต้และจีนจะได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุดจากมลพิษทางอากาศ แต่ประเด็นนี้ก็ถือเป็นปัญหาระดับโลกด้วย โดยร้อยละ 64 จาก 3 พันเมืองในรายงานดังกล่าว มีค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก

ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ไล่ออกหนุ่มเชียงราก ด่า นศ. ปมงานบวชเปิดเพลงดัง

ศุภชัย นพขำ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ไล่ออกหนุ่มเชียงราก ด่า นศ. ปมงานบวชเปิดเพลงเสียงดัง

จากกรณีนายชาญวุฒิ พวงรัตน์ ทีมงานของผู้สมัคร ส.ส. คอมเมนต์ข้อความไม่เหมาะสมในโพสต์ของนักศึกษาเกี่ยวกับงานบวชในชุมชนใกล้มหาวิทยาลัยใช้เสียงดังรบกวนการสอบ จนเกิดเป็น #SaveChiangrak ขึ้นมาและเป็นที่วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย นพขำ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.สวนพริกไทย ต่อมาได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก supachai nopkhum ระบุว่า

ตามที่ผมได้ทราบข่าวแล้ว ตัวผมเองก็ขอกราบขอโทษพ่อแม่พี่น้องทุกๆท่าน และน้องๆนักศึกษาทุกคนด้วยครับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ผมก็เสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ นายชาญวุฒิ พวงรัตน์ ได้พูดและกระทำการโพสต์แบบนี้ไป ซึ่งผมจะขอแจ้งให้ทราบว่าผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เลยครับ

ซึ่งนาย ชาญวุฒิ พวงรัตน์ เป็นเพียงแค่ทีมงานที่มาสมัครเป็นคนช่วยเดินแจกบัตรแนะนำตัวของกระผมเท่านั้น ผมก็ได้ติดต่อ นาย ชาญวุฒิ พวงรัตน์ ได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้ว และได้ให้ออกจากทีมงานโดยทันที ส่วนตอนนี้ไม่ว่า นายชาญวุฒิ พวงรัตน์ จะโดนแจ้งความดำเนินคดีหรืออย่างไรก็แล้วแต่ผมจะไม่ให้การช่วยเหลือใดๆเลยทั้งสิ้นครับ ผมถือว่า นายชาญวุฒิ พวงรัตน์ ขัดต่ออุดมคติของผมไม่ให้เกียรติพ่อแม่พี่น้องประชาชนและน้องๆนักศึกษา

สุดท้ายนี้ผมขอกราบขอโทษพ่อแม่พี่น้องประชาชนและน้องๆนักศึกษาอีกครั้งกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ขอให้ทุกๆท่านโปรดให้ความเห็นใจเมตตาแล้วพิจารณาความผิดเป็นบุคคลไปได้โปรดอย่าเหมารวมผมและพรรคเพื่อไทยทีมงานคนอื่นไปร่วมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นแต่อย่างใดครับ และผมได้ดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วครับ

ส่วนปัญหาเสียงที่รบกวนที่เกิดขึ้น ระหว่างนักศึกษาที่เช่าหอพักกับชุมชนที่เกิดเหตุนั้นต้องเรียกทั้ง2ฝ่ายมาปรับความเข้าใจและหารือกัน เพราะอนาคตข้างหน้าทางชุมชน เขาอาจจะมีการจัดงานประเพณีต่างๆเกิดขึ้นอีกแล้วเดี้ยวก้อจะมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาอีกครับ

ขอบคุณข้อมูล  supachai nopkhum / ภาพ ชาญวุฒิ พวงรัตน์

คิดต่าง!! เกษตรกรชาวสวนยาง ใช้ร่องสวนปลูกกาแฟคุณภาพจากต้นสู่แก้ว

ครอบครัวครูสอนดนตรีใช้พื้นที่ว่างในร่องยางพาราปลูกกาแฟเสริมหลังราคายางตก ทำกาแฟคัดพิเศษจากต้นสู่แก้ว

วันที่ 7 มีนาคม 2562 นายปกรณ์ อาจสมโภช นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สวนยางพารา ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งปลูกต้นกาแฟแซมร่องยางพารา จำนวน 600 ต้น พร้อมกับชมเมล็ดกาแฟซึ่งอยู่ในช่วงที่สามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นเม็ดเชอร์รี่สีแดงที่กำลังออกผลดก ซึ่งจะเก็บผลผลิตด้วยการคัดเก็บจากต้นกาแฟทีละเม็ด

หลังจากนั้นนายปกรณ์ นำผู้สื่อข่าวไปยังโรงคั่วกาแฟคุณยายท่างิ้ว (ออแกนิก) ตั้งอยู่เลขที่ 105 ม.1 ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยมีการตากเมล็ดกาแฟ ดอกกาแฟ และคัดเมล็ดเสียออกทีละเม็ด ก่อนจะนำไปคั่วพร้อมแสดงวิธีการบดเมล็ดกาแฟด้วยมือและชงกาแฟด้วยวิธีการดริฟท์ใช้เวลา 3 นาที อย่างพิถีพิถันในการทำกาแฟแต่ละแก้วจากต้นสู่แก้ว โดยรสชาติอร่อยกลมกล่อมไม่ต้องใส่อะไรลงไปในกาแฟที่มีคุณภาพอยู่แล้ว

ด้านนางสมนึก ทิมกลับ หรือยายเอียด อายุ 64 ปี กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่ทั้งหมด 10 ไร่ ซึ่งได้ปลูกยางพาราไว้ก่อนแล้วและเมื่อราคายางพาราตกต่ำลงก็ได้นำพันธุ์กาแฟจากจังหวัดปัตตานีมาปลูกทั้งหมด 600 ต้น แซมสวนยางมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว สำหรับการดูแลต้นกาแฟดูแลง่าย รดน้ำต้นกาแฟ 4-5 วัน 1 ครั้ง ศัตรูพืชมีบ้างแต่ไม่มาก และไม่เคยใช้สารเคมี ซึ่งต้นกาแฟของเราเป็นกาแฟออแกนิค คัดพิเศษ ไม่ใช้สารเคมี และไม่ต้องใส่อะไรลงไปในกาแฟที่มีคุณภาพอยู่แล้ว

ด้านนายปกรณ์ อาจสมโภช อายุ 30 ปี และนางยุวดา อาจสมโภช อายุ 29 ปี กล่าวว่า ก่อนที่จะมาทำกาแฟคัดพิเศษ ตนเองและภรรยาเปิดร้านสอนดนตรีครูกรณ์ในอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และที่ได้มาทำกาแฟคัดพิเศษเสริมนั้น เนื่องจากแม่ยายมีสวนยางพาราแต่ยางพารามีราคาตกต่ำก็เลยคิดว่าจะทำยังไงให้พื้นที่ตรงนั้นสามารถเพิ่มรายได้ได้อีกก็เลยปลูกกาแฟแซมสวนยางขึ้นมา

ส่วนวิธีการปลูกหรือคั่วกาแฟมาจาก จ.ระนอง สาเหตุที่ใช้ชื่อว่ากาแฟคุณยายท่างิ้ว นั้นเพราะว่าคุณยายเป็นเจ้าของสวนและมีความพิถีพิถันในการที่คัดเมล็ดกาแฟจากต้นสู่แก้ว ทำให้เราได้รับการยอมรับจากเรื่องรสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม เลยเกิดมาเป็นกาแฟคุณยายท่างิ้ว ซึ่งกระบวนการผลิตกาแฟจะเริ่มตั้งแต่ปลูก คัดเฉพาะเม็ดเชอร์รี่ที่สุกเท่านั้น(เปลือกสีแดง) นำมาทำกระบวนการ wet process และเข้าสู่ขั้นตอนการแยกเมล็ดที่ไม่มีคุณภาพออกไป นำไปตากแดดรำไร อย่างน้อย 2 สัปดาห์ และนำมาสีกะลาเพื่อให้ได้สารกาแฟ ก่อนนำไปคั่ว เราจะทำการคัดเมล็ดกาแฟอีกที เพื่อไม่ให้มีกาแฟที่ไม่ดีไปสู่การคั่ว

ทั้งนี้ผลตอบรับเมื่อคนได้มากินกาแฟคุณยายท่างิ้วจะชอบในรสชาติที่ไม่ต้องใส่น้ำตาล แต่จะมีความหวานติดลิ้น น้ำลายหวานอยู่แล้ว เลยทำให้เป็นที่นิยมของคนกินกาแฟดำ และในเรื่องหลักๆของคนกินกาแฟทำให้ใจสั่นนั้นมาจากคาเฟอีนน้อยมาก แต่จะเกิดจากมีเมล็ดเสีย เมล็ดมอด เหมือนกับเราเอาผลไม้เสียมาทำน้ำจะทำให้คนที่กินรู้สึกไม่สบายตัวอยู่แล้ว

สำหรับรสชาติของกาแฟคุณยายท่างิ้วจะมีรสชาติกลมกล่อม ดื่มแล้วจะสบายตัว จะไม่ทำให้เกิดอาการที่ครั่นเนื้อครั่นตัว และจะมีความเป็นผลไม้สอดแทรกอยู่ในกาแฟ และเน้นให้ใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล

นอกจากนี้ที่โรงคั่วกาแฟยังเปิดให้เข้ามาเยี่ยมชมและทดลองคั่วกาแฟเอง เรียนรู้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตั้งแต่ต้นกาแฟ คั่วกาแฟ และคั้นน้ำออกมา

ในส่วนของกาแฟคุณยายท่างิ้วจะขายเฉพาะเมล็ดที่คั่วแล้วเป็นบดและไม่บด สามารถเลือกได้เป็นคั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม จะขายอยู่ที่ 250 กรัม ในราคา 180 บาท และยังมีสบู่กาแฟ ชาดอกกาแฟ ราคา 150 บาท และกาแฟจะไม่ทิ้งค้างไว้ โดยจะคั่วเฉพาะกาแฟที่ลูกค้าออเดอร์มาเท่านั้น

หากสนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรศัพท์088-8355022หรือทางเพจ Facebook กาแฟคุณยายท่างิ้ว หรือจะมาที่โรงคั่วกาแฟก็ได้เช่นกัน เดินทางเข้ามาทางอ่างเก็บน้ำท่างิ้ว โรงคั่วกาแฟอยู่ตรงข้ามแทงก์ประปาสีขาว ก่อนถึงอ่างเก็บน้ำท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง