‘เสี่ยล้งทุเรียน’ ยุติรับสมัครลูกเขยคนแห่สมัครเยอะ กระทบชีวิตส่วนตัว

‘เสี่ยล้งทุเรียน’ ยุติรับสมัครลูกเขย ยกเลิก 1 เม.ย.นี้ เหตุคนแห่สมัครมากเกินรับไม่ไหว กระทบชีวิตส่วนตัวไม่ได้ขายของ

เมื่อวานนี้ (6 มีค.62) ที่แผงทุเรียนป๋านนท์ ตลาดเกษตรอวยชัย 3 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายอานนท์ รถทอง อายุ 59 ปี พร้อมด้วย นส.กาญจน์สิตา รถทอง อายุ 26 ปี ในสีหน้าอิดโรย หมองคล้ำ จากการพักผ่อนน้อย และยังคงมีสายโทรศัพท์ เรียกเข้ามาตลอดเวลา

โดยกล่าวว่านายอานนท์ รถทอง ต้องกราบขอโทษคนทั้งประเทศ ที่ให้ความสนใจในการประกาศรับสมัครลูกเขย และนัดให้ไป เข้าร่วมการคัดเลือก ในวันที่ 1 เมย.62 ที่ตลาดสูงเนิน ต.เนินสูง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังจากที่ได้ประกาศลงเฟซบุ๊ก และเป็นข่าว ทำให้ได้รับความสนใจจากคนทั่วประเทศนับหมื่นๆคน

และจากต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ถึงขั้นจะเหมาเครื่องบินมาจากประเทศจีน อีกทั้งยังมีเวบไซต์ในประเทศจีน เอาไปแปลแล้วโพสต์ เพียงไม่กี่ชม.มียอดอ่านมากถึง 10 ล้านคน และยังมีประเทศอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังมีคนโทรศัพท์มาหา ตลอดเวลา แทบทุกวินาที จนถึงขั้นไมได้หลับไม่ได้นอน

หลังจากที่ได้ปรึกษากันในครอบครัว ทั้งลูกสาว และภรรยา จึงได้มีความเห็นตรงกันว่า ขอยุติการรับสมัครลูกเขย ให้กับลูกสาว น.ส.กาญจน์สิตา หรือ น้องกานต์ ในทุกวิถีทางสื่อสาร รวมถึงการเดินทางในวันที่ 1 เม.ย.62 ไปยังที่ตลาดสูงเนิน ต.เนินสูง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อคัดเลือกลูกเขย

ด้วยเหตุผลที่ได้รับผลกระทบในหลายด้าน อาทิ ด้านส่วนตัว ที่ส่งผลให้ไม่สามารถทำมาหากินได้เลย ต้องรับโทรศัพท์ตลอดเวลา ลูกค้าที่ต้องการซื้อขายทุเรียนก็ไม่สามารถซื้อขายทุเรียนได้ เพราะไม่สามารถติดต่อกันได้ ทำให้ไม่ได้นอนหลับพักผ่อน จะไม่รับโทรศัพท์ก็ไมได้ เพราะไม่รู้ว่าเค้าโทรมาเพื่อ ซื้อขายทุเรียน หรือ รับสมัครลูกเขย ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ในส่วนของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ให้ความสนใจ อาจจะทำให้เสียเวลาในการประกอบอาชีพ ต้องเดินทางไป จุดนัดหมาย ส่วนที่จุดนัดหมาย ก็เป็นเพียงตลาดเกษตรไม่ใหญ่มาก มีที่จอดได้ไม่กี่ร้อยคัน รองรับคนได้เพียงไม่มากนัก ที่แผงทุเรียนของผม รับได้เพียงไม่เกิน 300 คน

อีกทั้งถ้ามีคนไปมากจะทำให้เกิดการรบกวนพ่อค้าแม่ค้าคนอื่น ที่จะมีรถไปปิดบังหน้าร้าน ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว รวมถึงเหตุร้ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ อุบัติเหตุ การวิวาท เฉพาะการหาน้ำให้ผู้ที่เดินทางได้ดื่มก็คงลำบากมากมาย ผมยืนยันว่า การประกาศรับสมัครลูกเขยที่ผ่านมา ถึงแม้ในช่วงแรกจะเป็นประกาศในเฟซบุ๊ก ในกลุ่มผู้ค้าทุเรียนด้วยกัน แต่เมื่อเผยแพร่ออกไปทางสื่อต่างๆ ผมก็ยังตั้งใจว่าจะดำเนินการตามนั้น แต่คิดว่าคงมีคนสนใจเพียง 10-20 คนเท่านั้น ไม่คาดว่าจะมีคนสนใจมากมายขนาด นับหมื่นๆ คนอย่างนี้

และเมื่อคุยกับลูกสาวต้องยอมรับว่า ในเรื่องของความรัก ควรเป็นเรื่องความเป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า การประกาศแบบนี้ จึงขอกราบขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้ง และขอยกเลิกยุติการ รับสมัครลูกเขย ยุติการนัดคัดเลือกตัว ในวันที่ 1 เม.ย.62 ส่วนลูกเขยในอนาคต ผมก็ยังยืนยันว่าจะยกเงิน10ล้าน บ้านรถ ให้อย่างแน่นอน แต่ขอให้ลูกสาว เป็นคนตัดสินใจเอง

ทางด้าน นส.กาญจน์สิตา รถทอง กล่าวว่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีมากว่า “ต้องกราบขอโทษผู้ที่ให้ความสนใจจริงๆ หลังจากปรึกษา กับครอบครัว การยกเลิกถือว่าดีที่สุด จะได้ไม่ต้องรบกวนใครต่อใคร เมื่อตัดสินใจยกเลิกแล้วก็สบายใจ เพราะคิดว่าความรัก มันไม่ใช่แบบนี้ มันต้องคบกันศึกษากัน ส่วนใครจะไปเที่ยวหากันก็ได้ แต่ไม่ใช่การไปคัดเลือกลูกเขยก็ขอยกเลิก ส่วนใครอยากคบกับกานต์ ก็มีอีกหลายช่องทางที่ติดต่อกันได้”

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 7 มีนาคม 2562

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กรุงเทพฯ มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

วันนี้ (7 มี.ค.62) กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อนโดยทั่วไป ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในระยะนี้

ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ส่อแล้งหนัก! ชลประทานเตือนทำนาปรังเสี่ยงผลผลิตเสียหาย

สำนักงานชลประทานที่ 12 ขึ้นป้ายประกาศเตือนเกษตรกร ขอความร่วมมือในการงดทำนาต่อเนื่องหรือนาปรัง  เนื่องจากน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักมีอยู่อย่างจำกัด

วันที่ 6 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ขึ้นป้ายประกาศเตือนของ นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 โดยมีความแจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ขอความร่วมมือในการงดทำนาต่อเนื่อง หรือนาปรัง เนื่องจากในปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักมีอยู่อย่างจำกัด

หากมีการทำนาต่อเนื่องจะทำให้กระทบกับน้ำต้นทุนที่ต้องจัดสรรเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศก์ ซึ่งเกษตรกรที่ฝืนทำนาปรังก็จะต้องแบกรับความเสี่ยง ที่ผลผลิตจะได้รับความเสียหาย จากภาวะขาดน้ำในฤดูแล้ง ที่คาดว่าในปีนี้จะมีความรุนแรงและยาวนานกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พบว่า ในวันนี้มีระดับน้ำที่ต่ำ วัดได้ 5.64 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ในวันเดียวกันระดับน้ำอยู่ที่ 6.31 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางหรือสูงกว่า 67 ซ.ม.เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ทำให้สามารถมองเห็นท้องแม่น้ำและเนินทราย ในหลายจุดสามารถเดินข้ามไปมาได้จากระดับน้ำที่ต่ำมาก

ส่วนทางด้านเหนือเขื่อนเองก็พบว่าปริมาณน้ำค่อนข้างต่ำโดยวัดได้ 15.42 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่ตัวเลขของปี 2561 วัดได้ 16.51 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือสูงกว่าปัจจุบันถึง 109 ซ.ม.หรือประมาณ1เมตร ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวสื่อถึงสภาวะภัยแล้งของปี2562ได้ชัดเจนระดับหนึ่ง