หนุ่มข้าราชการเมืองพะเยา ปลูก ‘เมล่อน’ แกะลวดลายคนแห่จองแน่น

หนุ่มข้าราชการ เจ้าพนักงานโสตศึกษา โรงพยาบาลพะเยา ใช้เวลาว่างเว้นจากการทำงาน ปลูกเมล่อน แบบอินทรีย์ ออกแบบลวดลายบนผิวเมล่อน ตามลูกค้าสั่งจอง

วันนี้ (8 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าว จ.พะเยา ได้พบกับนายมงคล นันตาลิต ข้าราชการหนุ่มเจ้าพนักงานโสตศึกษา โรงพยาบาลพะเยา กำลังเข้าดูผลผลิตเมล่อนของเขา หลังจากที่ใช้เวลาว่างเว้นจากการทำงานประจำ ทำการสร้างโรงเรือนบริเวณหลังบ้านปลูก ‘เมล่อน’ ที่ใช้ระบบการปลูกแบบอินทรีย์ในการผลิตเมล่อนดังกล่าว

ซึ่งหลังจากที่ได้ทำการปลูกมาระยะหนึ่ง ก็ได้นำผลเมล่อนที่กำลังเริ่มเติบโต ทำการแกะลวดลายบนผิวเมล่อนและนำไปโพสต์ตามกลุ่มของเพื่อนที่ทำงาน ที่โรงพยาบาลเดียวกัน ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่สนใจของเพื่อนพนักงาน ในโรงพยาบาล และมีการสั่งจองกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังได้ให้ทำการวาดลวดลายตามที่ลูกค้าต้องการและมีผู้สั่งจองกันเป็นจำนวนมาก

โดยนายมงคล เล่าว่าตนเองได้ศึกษาในเรื่องของการปลูกเมล่อน มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ตนเองจึงได้เริ่มสร้างโรงเรือนและทำการเพาะเมล็ดพันธุ์เมล่อนด้วยตัวเอง จากนั้นก็นำไปปลูกภายในโรงเรือนที่จัดสร้างไว้ ซึ่งในตอนเริ่มแรกนั้น ก็ยังไม่เป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไปนัก

แต่ต่อมาตนเองจึงได้นำศิลปะการวาดที่ตนเองพอจะมีความถนัดในเรื่องนี้บ้าง มาทำการเพ้นท์ลวดลายบนผลเมล่อนและนำไปโพสต์ในกลุ่มเพื่อนที่ทำงาน ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของคนที่ทำงาน ซึ่งมีการสั่งจองเมล่อนของตัวเองที่มีอยู่ประมาณ 120 กว่าต้น

และขณะนี้มีผู้จองผลผลิตเมล่อนของตนเองไว้แล้วกว่า 80 ลูกโดยตนเองจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งหากผลผลิตเก็บได้ในช่วงประมาณวันที่ 25 เมษายนก็จะนำออกจำหน่าย และชั่งตามขนาดและกิโลกรัมของผลเมล่อนนั้นๆและในช่วงนี้ก็ จะมีการให้สั่งจองที่เหลือบางส่วนซึ่งคาดว่าคงจะไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด เนื่องจากผลผลิตเมล่อนของตนเองที่ปลูกไว้นั้นใช้วิธีการทางธรรมชาติในการผลิตเมล่อน

ป.ป.ส.ชี้แจงข้อกังวล ประเด็นการจับกุมมูลนิธิฯทำวิจัย ‘กัญชา’

ป.ป.ส.ชี้แจงข้อกังวล เกี่ยวกับประเด็นการจับกุมมูลนิธิแห่งหนึ่งที่วิจัยกัญชา จะเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน

จากกรณีการเข้าตรวจสอบที่ทำการมูลนิธิแห่งหนึ่ง พบต้นกัญชาที่เพาะปลูกได้ไม่นาน กว่า 200 ต้น น้ำมันสกัดจากกัญชาประมาณ 20 ลิตร กัญชาบดผงประมาณ 500 กรัม เมล็ดกัญชา 1.8 กิโลกรัม และอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมจับผู้ต้องหา 1 ราย ในข้อหาผลิตและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้เกิดข้อกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าว อาจเป็นผลจากนโยบายการปลดล็อคกัญชาเพื่อให้นายทุนผูกขาดทั้งการปลูก การสกัด และการจำหน่ายกัญชาหรือไม่ และมีข้อสังเกตว่ากัญชาของมูลนิธิดังกล่าว เป็นการวิจัยเพื่อแจกให้ประชาชนแบบให้เปล่า ประกอบกับอยู่ในช่วงนิรโทษกรรม 90 วัน อีกทั้งอาจทำให้ผู้ที่กำลังศึกษาวิจัยเรื่องกัญชาต้องหยุดดำเนินการเพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี

ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย.62) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ขอชี้แจงดังนี้ การเข้าตรวจสอบที่ทำการของมูลนิธิดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2562 ได้มีการแพร่ภาพและเนื้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการแจกน้ำมันสารสกัดจากกัญชาให้กับประชาชน เพื่อนำไปใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วย ภายในวัดที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดลพบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดยพบว่ามีการนำสารสกัดจากกัญชามาแจกให้กับประชาชนจริง ซึ่งผู้ที่นำมาแจกมาจากมูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนว่า กัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย การผลิต จำหน่าย ครอบครอง ต้องได้รับอนุญาต ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกกัญชาเองได้

จากนั้นได้มีการไปตรวจสอบที่ทำการมูลนิธิฯ เมื่อพบกัญชาตามรายละเอียดที่กล่าวมาข้างต้น จึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะต้องตรวจยึดและจับผู้ต้องหาที่ทำการผลิตและครอบครอง ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครองหรือเสพ หากไม่ได้รับอนุญาตก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ซึ่งหากเจ้าพนักงานไม่ดำเนินการก็เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับกัญชาเพื่อให้ได้รับการยกเว้นโทษภายใน 90 วัน นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะสิ้นสุดภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 นั้น ผู้มีไว้ในครอบครองจะต้องปฏิบัติตามที่เงื่อนไขกำหนดก่อน โดยผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายให้ยื่นขออนุญาต หรือกรณีผู้ป่วย หรือบุคคลอื่นให้แจ้งการมีไว้ในครอบครอง มิได้หมายถึงว่าจะทำการใด ๆ ได้โดยรับการยกเว้นโทษก่อนได้รับอนุญาต หรือแจ้งการครอบครอง

กรณีมีข้อกังวลว่า การดำเนินการกับมูลนิธิดังกล่าวว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนหรือไม่ ข้อเท็จจริงขณะนี้มีเพียงองค์กรของรัฐ 2 หน่วยงาน ที่ได้รับอนุญาตในการผลิตคือ องค์การเภสัชกรรม และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อีกทั้งกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไข และคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับอนุญาตไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในระยะ 5 ปีแรก การผลิต นำเข้า ส่งออก กัญชา ให้อนุญาตได้เฉพาะหน่วยงานรัฐ หรือโดยความร่วมมือของหน่วยงานของรัฐเท่านั้น

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย “นับแต่ได้มีการร่างกฎหมายจนกฎหมายมีผลบังคับใช้ สำนักงาน ป.ป.ส. และ สำนักงาน อย. ได้มีการสร้างความรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนมาโดยตลอดในหลากหลายช่องทางว่านโยบายของรัฐบาลที่เห็นว่ากัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ จึงให้มีการผ่อนปรนและออกกฎหมายเพื่อการดังกล่าว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนไทยเป็นที่ตั้ง

ดังนั้นจึงขอชี้แจงให้พี่น้องประชาชนและองค์กรทุกภาคส่วนมั่นใจว่า การดำเนินการในเรื่องนี้จะไม่มีส่วนเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใดเป็นการเฉพาะทั้งสิ้น ทั้งนี้ สำนักงาน ปปส จะเร่งดำเนินการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติต่อไป หากมีบุคคลหรือองค์กรใดประสงค์จะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับกัญชาก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่
สายด่วน ป.ป.ส. 1386 กด 3 หรือ อย. 1556 กด 3 และยื่นขออนุญาตหรือแจ้งการครอบครองภายใต้เงื่อนไขและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

มาทำความรู้จักกับ ‘กัญชา’

กัญชา หรือชื่อในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Cannabis indica (Cannabis sativa forma indica) หรือในภาษาไทยเรียกว่า ปุ๊น หรือ เนื้อ เป็นชื่อของพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Cannabidaceae ใบมนแฉกลึกเข้าไปทางก้านหลายแฉก ดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้งใช้สูบมีสรรพคุณทำให้มึนเมา เปลือกลำต้นใช้ทำเชือกป่านและทอผ้า

โดยจากงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ‘กัญชา’ มีสาร 2 ชนิด ที่ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ได้แก่

1. สาร CBD (Cannabidiol) มีคุณสมบัติลดอาการคลื่นไส้อาเจียนและการบวมอักเสบของแผล

2. สาร THC(Tetrahydrocannabinol) มีคุณสมบัติช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวด

ชื่นชม!! ตำรวจเมืองพัทยา ปั้มหัวใจช่วยชีวิตคนหมดสติในห้องน้ำ

แชร์กระหน่ำโซเชียลชื่นชมสุดยอดตำรวจไทย ปั้มหัวใจคนหมดสติในห้องน้ำปั้มน้ำมันจนปลอดภัย

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเองดีว่ามีชายไทยนอนหมดสิตอยู่ในห้องน้ำ ภายในปั้มน้ำมันบางจาก ปากทางพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเร่งรัดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชายไทยอายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อสีเหลือง นอนหมดสติอยู่บนพื้นห้องน้ำภายในปั้มน้ำมัน โอกาสนี้ ด.ต.ศรีสวัสดิ์ ธิวงศ์ษา ผบ.หมู่งาน จร.สภ.เมืองพัทยา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดอำนวยความสะดวกการจราจร ปากทางพัทยากลาง จึงเข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

โดยได้ทำการ CPR (ปั๊มหัวใจ) แก่ชายไทยที่หมดสติ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 5-10 นาที ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวมีชีพจรกลับมาเต้นตามปกติ และยังไม่รู้สึกตัวจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยามารับตัวนำส่งรักษาได้ทันเวลา

ขณะที่อาการล่าสุดจากการตรวจสอบได้รับแจ้งจากทางญาติผู้ป่วยว่า ตัวผู้ป่วยอยู่ในอาการที่พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถพูดได้ นอนพักรักษาตัวต่อเนื่องที่ รพ.กรุงเทพพัทยา

มีรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการแชร์อย่างมากในโลกโซเชียล และกล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความรู้ ความสามารถในการกู้ชีพจนสามรถรักษาชีวิตผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

ขั้นตอนปฏิบัติ CPR วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การกู้ชีวิต หรือ CPR : Cardiopulmonary resuscitation หรือหมายถึง การปฏิบัติการเพื่อช่วยฟื้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ที่หยุดทำงานอย่างกระทันหัน เพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นเองได้ตามปกติ โดยไม่เกิดความพิการของสมอง

การทำ CPR ขั้นพื้นฐาน ( BCLS ) เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติหรือไม่เคลื่อนไหวต้องสำรวจขั้นพื้นฐานโดย

1. ตรวจดูว่าผู้ป่วยหมดสติจริงหรือไม่ โดยการเขย่าตัวเบา ๆ ซึ่งอาจพูดว่า “คุณ ๆ ตื่น ๆ เป็นอะไรหรือเปล่า”

2. เรียกขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ๆ เพราะในการช่วยเหลือผู้ที่หยุดการหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นในระยะอันสั้น ควรมีคนมาช่วยมากกว่า 1 คน เพื่อจะได้ช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือต่อไป เช่น พูดว่า “ช่วยด้วย ๆ มีคนหมดสติ”

3. จัดท่าผู้ป่วย จัดท่าผู้ป่วยให้นอนหงายราบบนพื้นแข็งเพื่อความสะดวกในการกดหน้าอกหรือนวด หัวใจ การทำ CPR จะต้องให้ผู้ป่วยนอนหงายหลังตรง ศีรษะจะต้องไม่สูงกว่าระดับหัวใจจึงจะทำCPR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการสำรวจและจัดท่าผู้ป่วยนี้จะต้องใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที

4. A : Airway การดูแลทางเดินหายใจ มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ทางเดินหายใจโล่ง ดังนี้

4.1 Clear airway ตรวจปากและช่องคอว่ามีสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษอาหาร เลือด เสมหะ ฟันปลอมอยู่หรือไม่ เมื่อพบต้องเอาออกโดยใช้ผ้าพันนิ้วกวาดเช็ดออกมาหรือใช้เครื่องดูดออก

4.2 Open airway ต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากผู้ป่วยที่หมดสติกล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะหย่อน โคนลิ้นและ กล่องเสียง ( epiglottis ) ตกไปทางด้านหลังในท่าที่ผู้ป่วยนอนหงาย อุดทางเดินหายใจส่วนบน ดังนั้นจึงต้องเปิดทางเดินหายใจ

5. B : Breathing คือ การช่วยหายใจด้วยการ เป่าปากผู้ป่วย ( Mouth to mouth ) โดยการเป่าปากครั้งละประมาณ 5 วินาที หรือ12 ครั้ง/นาที แต่ถ้ากรณีผู้ป่วยหัวใจไม่เต้นต้องเป่าปากพร้อมกับนวดหัวใจ

6. C : Circulation การกดหน้าอกหรือการนวดหัวใจ ให้มีการฉีดเลือดออกจากหัวใจ เพื่อดำรงไว้ซึ่งการไหลเวียนเลือดไปสู่อวัยวะสำคัญ