การรถไฟตั้งคณะทำงานหารือร่วมหาขอสรุปแนวทางจ่ายค่าเสียหาย ‘โฮปเวลล์’

การรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งคณะทำงานหารือร่วมกับทีมอัยการสูงสุด กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณ หาขอสรุปแนวทางการจ่ายค่าเสียหายโฮปเวลล์ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยถึงแนวทางการจ่ายค่าเสียหายให้บริษัทโฮปเวลล์ หลังศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย คืนเงินชดเชยจากการบอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม ว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา มีมติตั้งคณะทำงาน ขึ้นมา 1 ชุด ทำงานร่วมกับทีมอัยการสูงสุด กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณ เพื่อสรุปแนวทางการจ่ายชดเชยและวงเงินที่ชัดเจนเนื่องจากขณะนี้ตัวเลขที่จะชดเชย ยังไม่ชัดเจน รัฐเสีหายน้อยที่สุด โดยคณะทำงานชุดดังกล่าวจะมีการประชุมร่วมกันในวันจันทร์ที่ 29 เมษายนนี้ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบในวันอังคารที่ 30 เมษายนนี้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า คำพิพากษาดังกล่าว ทำให้ รฟท.มีภาระหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อแผนฟื้นฟู รฟท.แน่นอน โดยจะรอตัวเลขมูลหนี้ค่าชดเชยที่ชัดเจนก่อน ซึ่งเบื้องต้นเห็นแล้วว่ามีหนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมดอกเบี้ย ซึ่งเรื่องดังกล่างถือเป็นวาระสำคัญ ระหว่างนี้จะติดตามงานทุกสัปดาห์ คาดว่าแนวทางการแก้ไขจะมีความชัดเจนมากขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี่ จากนั้นจะกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการ เพื่อให้ทันกับเวลา 180 วันตามคำสั่งศาล

ไทม์ไลน์ โครงการโฮปเวลล์

โครงการโฮปเวลล์ ถือเป็นหนึ่งในโครงการมหากาพย์แห่งไทยที่เกิดขึ้นมาในช่วงที่ถือได้ว่าเป็นวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจหลายๆ อย่าง ส่งผลให้โครงการถูกขนานนามเป็น “โฮปเลส” (Hopeless)

รัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัน (ปี 2532 – 2534)

  • 19 กันยายน 2532 – มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ โครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขต กทม.
  • 16 ตุลาคม 2532 – มีการประกาศเชิญชวนเอกชนมาร่วมโครงการ ซึ่งมีผู้เสนอตัวเพียงรายเดียวคือ บริษัท Hopewell Holdings Ltd. (Hong Kong)
  • 1 พฤษภาคม 2533 – มีมติให้เร่งรัดการก่อสร้าง
  • 9 พฤศจิกายน 2533 – ลงนามสัญญาสัมปทานฯ มีกำหนดเวลา 30 ปี คือ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2534 – 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยรบ.ไทย ไม่ต้องควักกระเป๋า “โฮปเวลล์” เป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ในวงเงิน 8 หมื่นล้าน
  • 23 กุมภาพันธ์ 2534 – เกิดรัฐประหาร ปี 2534 โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ รสช. นำโดย พลเอก สุนทร คงสมพงษ์

รัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน

  • 5 พฤศจิกายน 2534 – มีการเจรจาขอเลื่อนระยะเวลาสัมปทานออกไป ท่ามกลางข้อครหาในขณะนั้นถึงที่มาที่ไปของโครงการหลักหมื่นล้าน แต่เอกสารไม่ชัดเจน
  • 3 ธันวาคม 2534 – ครม. ให้นำข้อสังเกตของนายไพจิตร เอื้อทวีกุล ถึงปัญหาต่างๆ ในโครงการโฮปเวลล์ ไปพิจารณาโครงการใหม่อีกครั้ง
  • 3 มีนาคม 2535 – ให้มีการเจรจาแก้ปัญหาเรื่องการออกแบบโครงสร้าง บริเวณสี่แยกบางเขนและหลักสี่
  • 10 มีนาคม 2535 – ให้มีการเจรจาร่วมระหว่าง กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย
    บริษัท ดอนเมือง โทล์ลเวย์จํากัด และบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จํากัด ในการแก้ปัญหาต่างๆ
  • 28 กรกฎาคม 2535 – รบ. ยืนยัน ห้ามทุบสะพานลอย บริเวณแยกสี่แยกบางเขน-หลักสี่ ตามมติเดิม

รัฐบาล นายชวน หลีกภัย (ชวน 1)

  • 30 มีนาคม 2536 – เร่งรัดโครงการฯ ด้วยระบบ Fast Track เพื่อความรวดเร็วของการทำงาน
  • 3 พฤษภาคม 2537 – ปัญหาเรื่องหลักเกณฑ์การออกแบบ การดำเนินการต่างๆ ยังคงตกลงกันมไม่ได้
  • 27 กันยายน 2537 – มติ ครม. ให้แก้ไขเส้นทางหลักของโครงการโฮปเวลล์
  • 17 ตุลาคม 2538 – ให้การรถไฟและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงความคืบหน้า ปัญหาต่างๆ โดย รฟท. ได้ชี้แจงว่า เหลือปัญหาเพียงจุดเดียว เชื่อว่า โครงการจะเสร็จทันเวลาตามสัญญาในปี 2542
  • 16 มกราคม 2539 – รายงานความก้าวหน้าโครงการนั้น คืบหน้าไปเพียง 3.1% จากแผนที่ควรจะคืบหน้า 63.4%
  • 16 เมษายน 2539 – ความคืบหน้าโครงการนั้นอยู่ที่ 5.03%

รัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

  • 25 กุมภาพันธ์ 2540 – รายงานของมติ ครม. ยังพบปัญหาของการเวนคืนที่ดินของประชาชน ให้กระทรวงมหาดไทยนัดเจรจรนอกรอบ
  • 11 มีนาคม 2540 – การก่อสร้างโครงการต่ำกว่าเป้าอย่างมาก
  • สิงหาคม พ.ศ. 2540 – โฮปเวลล์หยุดการก่อสร้าง
  • 30 กันยายน 2540 – มติครม. เห็นชอบให้บอกเลิกสัญญา

รัฐบาล นายชวน หลีกภัย (ชวน 2)

  • 20 มกราคม พ.ศ. 2541 – กระทรวงคมนาคมเบิกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ

….

ที่มาจาก ประมวลข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง โครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (โฮปเวลล์)  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ.ตรัง ผลิตน้ำมัน B100 สร้างทางเลือกยุคน้ำมันแพงราคาปาล์มตกต่ำ

จ.ตรัง เชิญชวนประชาชนหันมาเติมน้ำมัน B100 สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายยุคราคาน้ำมันแพง สวนกระแสราคาสินค้าเกษตรปาล์มน้ำมันตกต่ำ

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 จากสภาวะเศรษฐกิจปาล์มน้ำมันมีราคาตกต่ำถึงขีดสุดในรอบ 20 ปี และยังพบอีกว่าน้ำมันมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้ทางเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรังร่วมมือกับสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง เชิญชวนให้ประชาชนชาวตรังหันมาเติมน้ำมัน B100 สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล

โดยในพื้นที่จังหวัดตรังพบว่ามีแหล่งให้เติมน้ำมัน B100 ที่บริษัทตรังน้ำมันปาล์ม ม.1 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง และในอนาคตจะมีการเพิ่มจุดแบ่งปันไปยังอำเภอต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในอีกทางหนึ่ง รวมถึงยังเป็นการช่วยพยุงราคาปาล์มน้ำมันช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มอีกทางหนึ่งด้วย

นางชนิตา บุรีรักษ์ ผู้มาใช้บริการเติมน้ำมันไบโอดีเซล B100 กล่าวว่า ครั้งแรกที่เติมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว รู้สึกว่าเวลาขับรถแล้วนิ่ม โดยก่อนหน้านี้ได้เติมวี-พาวเวอร์ ตนเองยังคงเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ให้กับคนไทยไว้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นในเมื่อพระองค์ทรงพระราชทานสิ่งที่ดีให้กับพวกเราแล้ว จึงมีความตั้งใจและภูมิใจที่จะทำตามที่พระองค์ทรงพระราชทาน

ทั้งนี้ต้องการรณรงค์ให้พี่น้องคนไทยหันมาใช้ B100 เนื่องจากราคาน้ำมันจะถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป การใช้ B100 จะช่วยให้ราคาปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้ด้วย เท่ากับประชาชนคนไทยทุกคนทั้งผู้ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและผู้ที่ปลูกปาล์มน้ำมันก็ได้รับผลประโยชน์เท่าๆ กัน

ขณะที่จากผลศึกษาวิจัยการเติมน้ำมัน B100 เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซลทั่วไปมลพิษที่ออกมาน้อยกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมจะได้รับประโยชน์จากการเติม B100 ด้วยเช่นกัน อีกทั้งจะทำให้คนที่ขับรถสามารถลดต้นทุนการขับรถโดยประหยัดได้ถึงลิตรละ 5-6 บาท

ด้านนายพิพัฒน์ จุติอมรเลิศ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง ผู้ทดลองใช้น้ำมันไบโอดีเซล B100 ครั้งแรก กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการรณรงค์คาราวานตามรอยเท้าพ่อ โดยให้ใช้ B100 โดยคณะกรรมการด้านปาล์มน้ำมันและพืชพลังงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้รณรงค์ให้ทางผู้ใช้น้ำมัน B100

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันในภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง จึงอยากจะเชิญชวนให้เกษตรกรที่ใช้รถยนต์กระบะ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หันมาใช้น้ำมัน B100 ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกษตรกรปลูกเองและส่งผลิตในบริษัทธุรกิจในท้องถิ่น

ทั้งนี้ได้รับการแนะนำจากทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทว่า ในการเติมครั้งแรกควรจะแบ่งอัตราส่วนในการเติม ถ้ามีน้ำมันเดิมอยู่แล้ว 50 ควรจะเติม 50/50 แต่ถ้ามีน้ำมันเดิมอยู่ 60 ก็เติม 40 เพื่อความสบายใจ บางท่านอาจจะมีน้ำมันเดิมอยู่ 70 ก็มาเติม 30 ก่อน อย่างไรก็ตามได้มีการใช้มานานแล้วตั้งแต่ปี 2543

สำหรับนางสาวฌานิกา วงษ์สุรีย์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายไบโอดีเซล บริษัท ตรังน้ำมันปาล์ม จำกัด กล่าวว่า ตรังน้ำมันปาล์ม เราเป็นผู้รับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร และใน 30 ปีของบริษัทเราผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบมาก่อน ในส่วนของการผลิตไบโอดีเซลเราเริ่มขยายส่วนงานตรงนี้ และก็เริ่มรันโรงงานเป็นน้ำมันไบโอดีเซล คุณภาพ มา 3-4 ปีแล้ว

ช่วงเข้าปีที่ 5 เราก็ปรับปรุงคุณภาพติดตั้งหอกลั่นเข้าไปและทำให้คุณภาพมีสูงยิ่งขึ้น สามารถใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้ 100 เปอร์เซ็น ในการผลิตของเราส่วนผลิตหลักก็จะเป็นน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งได้มาจากผลปาล์มที่เรารับซื้อมาจากเกษตรกร เป็นวัตถุดิบ 100 เปอร์เซ็น ตั้งต้นของการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล

โดยราคาจะมีอยู่ 2 ส่วน ขายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 ก็จะเป็นอีกราคาหนึ่ง แต่ถ้าเป็นราคาที่เราจัดจำหน่ายให้เกษตรกร หรือผู้ใช้โดยตรง ก็อ้างอิงราคาจากดีเซลในแต่ละวัน ในส่วนของจุดจำหน่ายและแบ่งปันปัจจุบันนี้ยังเป็นจุดจ่ายน้ำมันที่อยู่ภายในบริษัท ต้องรบกวนเข้ามาใช้บริการ 8.00 น. จนถึง 18.00 น. สามารถเข้ามาได้ตลอดในเวลาดังกล่าว

ก.คลัง ล้มโครงการ “แจก 1500 เที่ยวเมืองรอง”

วันนี้ (27 เมษายน 2562) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการแจกเงิน 1500 เที่ยวเมืองรอง ที่มีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก่อนหน้านี้ว่า ทางกระทรวงจะยุติโครงการดังกล่าวแล้ว เนื่องจากผลการศึกษาพบว่า ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน  โดยให้คงเหลือมาตรการเดิม คือ มาตรการลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง 15,000 บาท ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ และเพิ่มระยะเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน ถึงเดือน เม.ย.-ก.ย.2562

โดยสาเหตุหลักๆ ของการยกเลิกมาตราการนั้น เป็นผลมาจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสมและสิ้นเปลืองของโครงการจนนำไปสู่การสั่งให้ทบทวนมาตรการนี้อีกครั้ง ก่อนจะมีพับโครงการไป

แต่ทางกระทรวงการคลังยังคงมีแนวทาง มาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษญกิจอื่นๆ รองรับอยู่ โดยจะเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมีกรอบวงเงินราว 13,000 ล้านบาท