ปิดการจราจร 40 เส้นทาง ซ้อมใหญ่งานพระราชพิธีฯ 28 เม.ย.นี้

เจ้าหน้าที่แจ้งปิดการจราจร 40 เส้นทาง ซ้อมใหญ่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 28 เม.ย.นี้

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. คณะอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยและการจราจร แจ้งประชาสัมพันธ์การปิดการจราจรเพื่อชักซ้อมการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย.2562 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะเปิดการจราจรได้ตามปกติในเวลาประมาณ 21.30 น. ดังนี้

ถนนที่ปิดการจราจรจำนวน 40 สาย ได้แก่

1. ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย
2. ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย
3. ถนนราชดำเนินใน (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกป้อมเผต็จฯ)
4. ถนนสนามไชย (จากแยกป้อมเผด็จ ถึงแยกตัดถนนพระพิพิธ)
5. ถนนหับเผย
6. ถนนหลักเมือง
7. ถนนกัลยาณไมตรี
8. ชอยสราญรมย์
9. ถนนพระจันทร์ ตลอดสาย
10. ถนนมหาราช (จากท่าพระจันทร์ ถึง แยกปากคลองตลาด)
11. ถนนท้ายวัง
12. ถนนเชตุพน
13. ซอยเศรษฐการ
14. ถนนราชินี (จากใต้สะพานพระปิ่นเกล้า – แยกผ่านพิภพ ถึง แยกพระทิทักษ์)
15. ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า (จากแยกอรุณอัมรินทร์ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
ถึงแยกผ่านพิภพ)
16. ถนนราชดำเนินกลาง ตลอดสาย
17. ถนนจักรพงษ์
18. ถนนสามเสน (จากแยกบางขุนพรหม ถึง แยกบางลำพู)
19. ถนนตะนาว (จากแยกสี่กั๊กเสาชิงช้า ถึง วงเวียนสิบสามห้าง)
20. ถนนสิบสามห้าง
21. ถนนบวรนิเวศ
22. ถนนข้าวสาร
23. ถนนรามบุตรี
24. ถนนตานี
25. ถนนไกรสีห์
26. ถนนพระสุเมรุ
27. ถนนดินสอ (จากแยก กทม. ถึงแยกวันชาติ)
28. ถนนประชาธิปไตย (จากแยกวันชาติ ถึง แยกวิสุทธิกษัตริย์)
29. ถนนราชดำเนินนอก (จากแยก จปร. ถึง แยกผ่านฟ้า)
30. ถนนนครสวรรค์ (จากแยกผ่านฟ้า ถึง แยกจักรพรรดิพงษ์)
31. ถนนหลานหลวง (จากแยกผ่านฟ้า ถึง แยกหลานหลวง)
32. ถนนมหาไชย (จากแยกป้อมมหากาฬ ถึง แยกสำราญราษฎร์)
33. ถนนบุญศิริ (จากถนนอัษฎางค์ ถึง ถนนบูรณศาสตร์)
34. ถนนราชบพิธ
35. ถนนบำรุงเมือง (จากสะพานช้างโรงสี ถึงแยกสี่กั๊กเสาชิงช้า)
36. ถนนเจริญกรุง (จากวงเวียน รด. ถึง แยกเฉลิมกรุง)
37. ถนนเฟื่องนคร (จากแยกสี่กั๊กพระยาศรี ถึง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า)
38. ถนนบ้านหม้อ (จากสี่กั๊กพระยาศรี ถึง แยกบ้านหม้อ)
39. ถนนอัษฎางค์ (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกพระพิทักษ์)
40. ถนนพระพิพิธ จากถนนสนามไชย ถึงแยกพระพิทักษ์

โดยการปิดจราจรจะทำการปิดการจราจรเมื่อขบวนชักซ้อมผ่าน สำหรับเส้นทางใดที่ขบวนชักซ้อมยังไม่ผ่าน
หรือเส้นทางใดที่ขบวนชักช้อมผ่านไปแล้ว และไม่เป็นการกระทบต่อขบวนชักซ้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเปิดการจราจรเป็นช่วงๆไป เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนโดยเร็วเพื่อให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการจราจรน้อยที่สุด

เส้นทางแนะนำประชาชน

กรณีประชาชนที่เดินทางระหว่างฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี ขอแนะนำให้ไปใช้เส้นทาง ดังนี้

1. เมื่อลงจากด่วนยมราช หรือมาจากถนนเพชรบุรี ถนนราชวิถี ให้ไปใช้สะพานกรุงธน (ซังฮี้) หรือสะพานพระราม 8

2. สำหรับรถที่มาทางด้านถนนพระราม 4 ถนนพระราม 1 และ ถนนเจริญกรุง ให้ไปใช้สะพานพระปกเกล้า และสะพานพุทธยอดฟ้า จะเป็นการสะดวกกว่า

กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนในการเดินทาง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข โทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ WWW TRAFFICPOLICE. GO.TH

เปิดใจ ‘ช่างแอร์’ คิวงานแน่นทุกวันในช่วงที่อากาศร้อนต่อเนื่อง

วันที่ 27 เมษายน2562 ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับนายฉกาจ ศรีชัย ช่างแอร์ในพื้นที่ จ.ชัยนาท โดยได้เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในช่วงเดือนเมษายนที่ร้อนอบอ้าวต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ประชาชนและลูกค้าโดยทั่วไป หันมาใส่ใจในการล้าง ซ่อม และติดตั้งเครื่องปรับอากาศกันมากขึ้น เพื่อคลายความร้อนให้กับคนในบ้าน โดยในแต่ละวันจะมีทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าหน้าใหม่ โทรมาจองคิวจนแน่นตั้งแต่เช้าไปจนถึงมืดค่ำทุกวัน หรือมากกว่าช่วงหน้าหนาว หรือหน้าฝนถึง 3 เท่าตัว โดยเฉพาะงานล้างแอร์ที่ในแต่ละวันมีคนจองคิว 5-7 งาน ทำให้ในบางวันตนเองทำไม่ทันต้องเลื่อนนัดไปในวันรุ่งขึ้นแทน

โดยเมื่อถามว่าคิวงานแน่นแบบนี้แล้วค่าแรงปรับขึ้นไหม ช่างฉกาจเผยว่า แม้ลูกค้าจะมีความต้องการใช้บริการมากขึ้น แต่ตนยังคิดค่าแรงเท่าเดิมคือล้างแอร์เครื่องละ 300-500บาท และติดตั้งแอร์ชุดละ 2,500-3,000 บาทตามความยากง่าย

นอกจากนี้ช่างฉกาจยังมีคำแนะนำในการใช้แอร์ให้ประหยัดไป คือการติดตั้งแอร์ต้องคำนวณขนาดของแอร์ให้พอดีกับขนาดของห้องเพื่อไม่ให้แอร์ทำงานหนักเกินไปเพราะจะทำให้กินไฟ และควรล้างแอร์ทุก 3 เดือนสำหรับแอร์ที่ใช้งานหนักหรือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และควรล้างทุก 6 เดือนสำหรับแอร์บ้านทั่วไปที่เปิดเฉพาะตอนกลางคืน โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเปิดแอร์คือ25องศาเซลเซียส จะช่วยให้ประหยัดไฟ

อัตราการใช้ไฟปี 2562 ทำลายสถิติสูงสุดรอบที่สอง

ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Max. Demand) ของพื้นที่ กฟน. ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ทำลายสถิติเดิมเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2562 โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562 เวลา 13.30-14.00 น. ที่ผ่านมา เท่ากับ 9,525.93 เมกะวัตต์ ถือเป็นค่าสูงสุดของ กฟน. ในปัจจุบัน และมากกว่าค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 14.00-14.30 น. ที่ผ่านมา เท่ากับ 9,412.56 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติสูงสุดเป็นครั้งที่ 2 ภายในเดือนเดียวกัน

อัตราการใช้ไฟปี 2562

สำหรับสถิติค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Max Demand) ที่เคยเกิดขึ้น 3 ปี ย้อนหลัง ของ กฟน. มีค่าดังนี้ ปี 2559 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ 9,296.57 เมกะวัตต์ ปี 2560 วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ 9,114.74 เมกะวัตต์ และในปี 2561 วันที่ 24 เมษายน อยู่ที่ 8,889.82 เมกะวัตต์ โดย กฟน. พร้อมดูแลระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง เพียงพอ ตลอด 24 ชม. แม้จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เคล็ดลับเตรียมความพร้อมให้ บ้าน ในช่วงฤดูร้อน

  • เครื่องปรับอากาศ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยปรับบรรยากาศในบ้านให้เย็นสบาย ฉะนั้นเพื่อให้เครื่องปรับอากาศนั้นพร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอ เราจึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพตัวเครื่องรวมไปถึงการล้างทำความสะอาดตัวเครื่องอยู่เสมอๆ
  • ผ้าม่านกันแสง การติดผ้าม่านกันแสงภายในบ้านถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งผ้าม่านแบบนี้ถือเป็นตัวช่วยง่ายๆ ที่ช่วยลดอุณหภูมิห้องต่างๆ ภายในบ้านได้
  • เคลียร์พื้นที่ จัดการเคลียร์พื้นที่ภายในบ้านให้เรียบร้อย จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ ทำให้บรรยากาศในบ้านดูโปร่ง สบาย อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • ทาสีบ้าน สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องการปรับเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น การทาสีบ้านในช่วงหน้าร้อนถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สนใจ นอกจากจะได้เพิ่มความสดใสให้บ้านแล้ว สีที่ทายังแห้งเร็วอีกด้วย

‘ศรีสุวรรณ’ วอนช่วยกันจับผิดบริการรถเมล์ หวังสู้คดีให้ศาลระงับขึ้นราคา

ศรีสุวรรณ แนะประชาชนช่วยจับผิดการบริการรถเมล์ เตรียมนำหลักฐานยื่นศาลปกครองระงับขึ้นราคา

หลังศาลปกครองมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามมติคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางชี้หากประชาชนช่วยจับผิดว่ารถโดยสารทุกประเภทไม่ได้ปรับปรุงรถและบริการให้ดีขึ้นตามข้ออ้างอาจทำให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการขึ้นค่าโดยสารได้

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง หลังมีมติให้ขึ้นค่ารถโดยสารทั้งระบบได้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถโดยสารทุกประเภท อาทิ รถ ขสมก. รถร่วมบริการ รถ บขส. รถตู้โดยสาร รถสองแถว ฯลฯ สามารถขึ้นค่าโดยสารได้ตามมติ คือตั้งแต่ 1- 7 บาทนั้น

กรณีดังกล่าวศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยสรุปได้ว่าหากศาลมีคำสั่งระงับการขึ้นค่าโดยสารตามคำขอ เกรงว่าผู้ประกอบการรถโดยสารจะหยุดกิจการเพราะขาดทุน หรือลดจำนวนรถโดยสารลง หรือลดคุณภาพการให้บริการลง ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนไม่มีรถโดยสารให้บริการอย่างพอเพียง หรือการให้บริการขาดคุณภาพในการบริหารจัดการที่ดีนั้น

ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่ประชาชนทุกคนที่จำเป็นที่จะต้องใช้บริการรถโดยสารต่างๆ โดยต้องช่วยกันจับผิดรถโดยสารทุกประเภทนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ว่ารถโดยสารเหล่านั้นมีการให้บริการที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารหรือไม่ คุณภาพการให้บริการดีขึ้นหรือไม่

ยังมีปัญหาการขับรถที่ก่อให้เกิดความหวาดเสียว การวิ่งรถแข่งกันแย่งผู้โดยสารหรือไม่ มีการวิ่งรถจนก่ออุบัติเหตุบ่อยครั้งหรือไม่ มีรถที่ใหม่ขึ้นหรือไม่มีความสกปรกอยู่อีกหรือไม่ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารมีการใช้ถ้อยคำผรุสวาทหยาบคายกับผู้โดยสารหรือไม่ การแต่งตัวของพนักงานถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งหรือไม่ และรถโดยสารแต่ละคันมีการปล่อยควันดำออกมาเกินมาตรฐานบนท้องถนนอยู่อีกหรือไม่

หากพบว่ามีและไม่เป็นไปตามข้ออ้างของผู้ประกอบการและคณะกรรมการขนส่งทางปกกลางที่มีมติให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร ขอให้ประชาชนช่วยกันถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ระบุวัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น แล้วส่งมาที่เฟซบุ๊กของศรีสุวรรณ จรรยา เพื่อที่จะได้รวบรวมส่งให้ศาลปกครองได้พิจารณาในเนื้อหาหลักของการต่อสู้คดีในคดีนี้ต่อไป

ซึ่งหากมีข้อมูลดังกล่าวจำนวนมาก เชื่อว่าในคำพิพากษาที่จะมีขึ้นในอนาคตศาลปกครองอาจจะมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งการขึ้นค่ารถโดยสารทั้งระบบนี้ได้ และจะได้ใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดทางอาญาต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบก รมว.คมนาคม และคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป