ส่องความเสียหายหลังพายุฤดูร้อนถล่มรอบ 2 หลายพื้นที่ เสาไฟฟ้าหัก-บ้านเรือนพังเสียหาย

วันที่ 27 เมษายน 2562 เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ รอบที่ 2 ในหลายพื้นที่ เสาไฟฟ้าหักโค่น กว่า 30 ต้น แรงลมส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาขนเสียหายเพิ่มเติมอีกกว่า 150 หลังคาเรือน ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งถือว่าเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างหนักอย่างรุนแรงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 วัน

โดยเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็น และมีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งคืนในวันที่ 26 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้คาดว่าเกิดจากผลกระทบ ซึ่งเกิดจากความร้อนของอุณหภูมิสูง 40 กว่าองศาต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวัน กระทบกับมวลอากาศเย็นจนทำให้เกิดพายุฤดูร้อนอย่างรุนแรง ขณะที่บ้านบ้างหลัง ที่เสียหายจากครั้งก่อนยังซ่อมไม่แล้วเสร็จ และโดนถล่มซ้ำอีกรอบ เสียหายหนักกว่าเดิม

ล่าสุดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี ได้รายงานผลกระทบซึ่งส่งผลให้บ้านประชาชนได้รับความเสียหาย เป็นรอบที่ 2 ในรอบ 5 วัน ที่ผ่านมา รวม 7 อำเภอ 16 ตำบล 37 หมู่บ้าน 152 หลังคาเรือน นอกจากนี้ยังมี เสาไฟฟ้าแสงสูง และ แรงต่ำ หักโค่นลงมา รวม 37 ต้น บางต้นหักโค่นล้มทับบ้านเรือนประชาชน และกระแสไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่นานหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องเร่งแก้ไขทำงานกันตลอดทั้งคืนโดยอำเภอที่ได้รับความเสียหนักสุด คือ อำเภอพัฒนานิคม บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวม 5 ตำบล 15 หมู่บ้าน 111 หลังคาเรือน

เบื้องต้น นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้สั่งการด่วน ให้แต่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของแต่ละอำเภอทั้ง 7 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ เร่งสำรวจความเสียหายที่แท้จริงในตลอดทั้งวันนี้อีกครั้ง เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นการด่วน พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้ประชาชนตรวจสอบสภาพความมั่งคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัย และเฝ้าระวังติดตามประกาศเตือนของทางราชการ เนื่องจากอาจเกิดพายุฤดูฝน หรือพายุฤดูร้อนที่รุนแรงได้ในช่วง 1-2 วันนี้ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนไว้แล้ว อีกด้วย

ข้อควรรู้เกี่ยวกับพายุฤดูร้อน

  • สาเหตุการเกิดพายุฤดูร้อน

สำหรับประเทศไทย พายุฤดูร้อนเกิดจากการที่ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคุลมประเทศไทย จึงทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยและอากาศที่แห้งและเย็นจากประเทศจีน อากาศเย็นจะผลักให้อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นสู่ข้างบนอย่างรวดเร็ว จนเมื่อไอความชื้นขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ จนก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนสีเทาเข้มสูงมากกว่า 10 กิโลเมตร หรือที่เรียกว่าเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบและฟ้าผ่าตามมา และหากอุณหภูมิบนยอดเมฆต่ำกว่า ลบ 60 ถึง ลบ 80 องศาเซลเซียส ก็สามารถทําให้เกิดลูกเห็บตกได้

  • สิ่งที่ควรทำในระหว่างเกิดพายุ

– อย่าตกใจ ปกป้องตนเองให้ปลอดภัยและช่วยเหลือผู้อื่น
– ปิดเตาขณะทำอาหารเมื่อไฟฟ้าดับและปิดอุปกรณ์ที่ใช้แก๊สทุกชนิด
– ถ้าท่านอยู่ในบ้านหรือในอาคาร จงเคลื่อนตัวให้ห่างหน้าต่างหรือวัตถุอื่นๆ ที่อาจหล่นลงมาโดนท่านและควรลงไปอยู่ชั้นล่างของบ้านหรือของอาคาร
– ถ้าท่านอยู่นอกบ้าน ควรเข้าไปอยู่ในบ้านหรืออาคาร หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สายไฟฟ้าที่ขาดเสาไฟฟ้าและต้นไม้
– ถ้าท่านกำลังขับขี่ ควรจอดรถ และหยุดในบริเวณที่ห่างจากต้นไม้ ถ้าเป็นไปได้จงวิ่งเข้าไปอยู่ในอาคารที่ปลอดภัย จงอยู่ห่างจากสะพานลอยเสาไฟฟ้าและสิ่งอันตรายอื่นๆ
– ควรรับฟังข่าวสารทางวิทยุเพื่อที่จะได้ปฏิบัติตาม

  • สิ่งที่ควรทำภายหลังพายุสงบ

– ตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตัวท่านและบุคคลรอบข้าง
– อพยพจากอาคารที่ได้รับความเสียหายและห้ามเข้าไปในอาคารดังกล่าวจนกว่า ทางราชการจะประกาศรับรองความปลอดภัย
– โทรแจ้ง 191 เฉพาะกรณีฉุกเฉินที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
– ถ้าท่านได้กลิ่นแก๊สหรือได้ยินเสียงวัสดุเสียดสีกัน จงรีบปิดถังแก๊สและเปิดหน้าต่างแล้วหนีจาก อาคารโดยเร็ว ห้ามใช้ไม้ขีดไฟ จุดเทียน จุดไฟ หรือเปิดสวิตช์ไฟฟ้าในอาคาร
– ให้ความช่วยเหลือเพื่อนบ้านของท่าน โดยเฉพาะคนชราหรือคนพิการ
– พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือโดยใช้ โทรศัพท์ทางไกลและหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ระดับพื้นที่
– คอยติดตามรับฟังข่าวสารทางวิทยุเพื่อปฏิบัติ ตามคำสั่งหรือรับแจ้งว่าพายุได้สงบลงแล้ว โดยปกติสถานีวิทยุจะแจ้งสถานที่หลบภัยฉุกเฉิน สถานที่ให้บริการด้านสุขอนามัยและรายงาน ความเสียหายที่เกิดขึ้น

ปรับทิศทางการจราจร แยกอโศก-เพชรบุรี เริ่ม 27 เม.ย.นี้

แจ้งประชาสัมพันธ์ปรับทิศทางการจราจร แยกอโศก-เพชรบุรี เริ่ม 27 เม.ย.นี้ เวลา 06.00 น. ถึง 20.00 น.

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ได้ประชาสัมพันธ์ด้านการจราจร กรณีทำการทดลองปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรจากโครงการปรับปรุงซ่อมแซมสะพานแยกฯ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2562 เวลา 06.00 น. ถึง 20.00 น.

จัดการจราจรบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี

ถนนเพชรบุรี (ขาเข้า)

  • สามารถเดินรถทางตรงพื้นราบผ่านแยกอโศก-เพชรบุรี และเลี้ยวซ้าย ขวา เข้าถนนอโศกมนตรีได้ ตามรอบสัญญาณไฟ

ถนนเพชรบุรี (ขาออก)

  • สามารถเดินรถทางตรงพื้นราบผ่านแยกอโศก-เพชรบุรี และเลี้ยวซ้าย เข้าถนนอโศก-ดินแดง ได้ตามรอบสัญญาณไฟ
  • ห้ามเลี้ยวขวาเข้าถนนอโศกมนตรี โดยให้ตรงไปและเลี้ยวซ้าย เข้าถนนเพชรอุทัย-ซ้ายเข้าถนนกำแพงเพชร 7-ซ้ายเข้าถนนอโศกมนตรี

เส้นทางแนะนำมีดังนี้

1.เส้นทางพื้นราบ ถนนพระราม9 ถนนสุขุมวิท ถนนนิคมมักกะสัน ถนนจตุรทิศ ถนนราชปรารภ ถนนชิดลม ถนนวิทยุ ถนนสุขุมวิท 3 ถนนสุขุมวิท 55 และ ถนนสุขุมวิท 63

2.เส้นทางด่วน แนะนำให้ใช้ด่านอโศก1 ด่านอโศก2 และด่านพัฒนาการ 1

ทั้งนี้ บชน. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.มักกะสัน และ บก.จร. คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เพื่อให้การจราจรเกิดความคล่องตัวและบรรเทาปัญหาการจราจร สามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางและข้อมูลจราจรเพิ่มเติมที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 หรือ trafficpolice.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พายุไซโคลน “เคนเนธ” พัดขึ้นฝั่งโมซัมบิก

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุไซโคลนเคนเนธพัดขึ้นชายฝั่งประเทศโมซัมบิกเมื่อวานนี้
  • ความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลางราว 220 กม./ชม. ระดับความรุนแรงเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 4
  • ทางการสั่งอพยพผู้คนราว 3 หมื่นคนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย
  • เป็นพายุไซโคลนลูกที่ 2 ของปีนี้ ที่พัดถล่มโมซัมบิก โดยครั้งแรกคือพายุไซโคลน Idai เมื่อเดือน มีนาคม 2562

รายงานความเสียหายเบื้องต้น บ้านเรือนของประชาชนในเกาะ Ibo ทางตอนเหนือของจังหวัด Cabo Delgado ซึ่งมีประชาชนราว 6,000 คนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด เมือง Pemba บ้านเรือนได้รับความเสียหาย สายไฟฟ้าขาด ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้นไม้หักโค่นเป็นจำนวนมาก และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย จากเหตุต้นไม้ล้มทับ มีประชากรราว 1 แสนคนได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้

โดย UN World Food Programme (WFP) รายงานว่า พายุไซโคลนเคนเนธนั้น พัดพาเอาปริมาณฝนสูงถึง 600 มิลลิเมตร พัดขึ้นฝั่งใน 3 ประเทศ ทางการโมซัมบิกเร่งอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ประสบภัย ซึ่งคาดว่าจะมีสูงถึง 3 หมื่นคน

สำหรับประเทศโมซัมบิกนั้นอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมบ้านเรือนจากพายุไซโคลน Idai  ที่พัดถล่มโมซัมบิกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนที่พายุไซโคลนเคนเนธจะพัดขึ้นฝั่งโมซัมบิกซ้ำเป็นลูกที่ 2 เมื่อวานนี้ ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งให้การช่วยเหลือ

Photo : NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens,

สภาพความรุนแรงของพายุเคนเนธ