เอ็นจีโอเมียนมาร้องขอตำรวจไทยปราบมาเฟียร่วมชาติ

เอ็นจีโอเมียนมาร้องขอตำรวจไทยปราบมาเฟียร่วมชาติแผ่อิทธิพลในกรุงเทพฯ ขู่รีดเงินกลุ่มแรงงานมาหลายปี เหยื่อทยอยเข้าร้องเรียน เผยก่อนหน้านี้เข้าร้องบิ๊กโจ๊กแต่ผิดจังหวะ ยังไม่ทันตรวจสอบโดนเด้งไปก่อน        

นายจอห์นนี่ อาทิการี ตัวแทนกลุ่ม Myanmar born Gurkha หรือ MBG ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาในประเทศไทย เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลุ่มมาเฟียที่ข่มขู่และกรรโชกทรัพย์สร้างความหวาดกลัวให้กับแรงงานชาติเดียวกันในย่านประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่ามีแรงงานถูกกรรโชกทรัพย์มากกว่า 200 คน ล่าสุดเข้าร้องเรียนให้ทางกลุ่มช่วยเหลือแล้ว 14 คน             

นายจอห์นนี่ เปิดเผยข้อมูลว่า ชายคนนี้มีชื่อว่านายซัน เจ หรือ ซัน ซัน อายุประมาณ 40 ปี มีพฤติกรรมทั้งอ้างตัวเป็นตำรวจท่องเที่ยวและอ้างว่าทำงานให้เจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปเรียกเก็บเงินจากแรงงานเมียนมาย่านประตูน้ำมานานหลายปี พร้อมข่มขู่หากใครไม่ยอมจ่ายจะทำร้ายร่างกายและส่งตำรวจเข้าจับกุม กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มแรงงานที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการเปลี่ยนนายจ้างที่ต้องรอเอกสาร โดยเรียกเก็บเงินคนละ 4 – 5 พันบาท ที่ผ่านมาเคยมีแรงงานถูกทำร้ายไปแล้วหลายคน รวมทั้งผู้หญิงที่ถูกข่มขู่ให้ร่วมหลับนอนแทนการจ่ายเงิน ทำให้ในตอนนี้กลุ่มแรงงานตกอยู่ในอาการหวาดกลัว                 

ก่อนหน้านี้แรงงานข้ามชาติหลายคน ได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท แต่เจ้าหน้าที่ใช้วิธีไกล่เกลี่ยเนื่องจากมองว่าเป็นความขัดแย้งของคนชาติเดียวกัน ทำให้ชายคนนี้ยังคงมีพฤติกรรมข่มขู่แรงงานข้ามชาติมานานกว่า 5 ปี          

นายจอห์นนี่ บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้รวบรวมข้อมูลและคลิปภาพ เข้าร้องเรียนกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในขณะนั้น แต่ปรากฏว่าร้องเรียนได้ไม่ถึงสัปดาห์ บิ๊กโจ๊กก็ถูกคำสั่งย้าย ทำให้การตรวจสอบหยุดชะงัก ส่วนสาเหตุที่เข้าร้องเรียนและต้องการให้เจ้าหน้าที่ของไทยเข้าดำเนินการ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกันหลายมิติ ทั้งปัญหาสังคม อาชญากรรม และ ปัญหาแรงงานข้ามชาติ รวมทั้งภาพลักษณ์ที่เสียหายของแรงงานเมียนมาในประเทศไทย  ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการกับแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายของไทยและทางกลุ่มก็พร้อมสนับสนุน

กลุ่ม Myanmar born Gurkha หรือ MBG ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาในประเทศไทย มีสมาชิกกระจายทั่วประเทศราว 2,000 คน ขณะที่มีผู้ประสานงานลงภาคสนามในการให้การช่วยเหลือประมาณ 20 คน ส่วนนายจอห์นนี่ที่ร้องเรียนครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เคยได้รับการรับรองจากสถานทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย ให้เป็นตัวแทนเพื่อคอยประสานงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่ทางการเมียนมาร์จะเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ประจำจังหวัดเชียงใหม่

ประกาศเตือนพายุฤดูร้อน และ พยากรณ์อากาศวันนี้ 27 เมษายน 2562

กรมอุตุฯ ได้ออกประกาศเตือน “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 เมษายน 2562)” ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 27 เมษายน 2562 เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

วันที่ 27 เมษายน 2562

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ
  • และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

วันที่ 28 เมษายน 2562

  • ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สภาพอากาศทั่วไทยวันนี้

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนขึ้น ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ ซึ่งจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และ ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ ลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

พยากรณ์อากาศ วันนี้

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-43 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาค ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ตอนล่างของภาค ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

เร่งล่า เก๋งทะเบียนชัยนาท ชนคนตาย 2 ศพ เขตเมืองกาญจน์แล้วหนี

เร่งล่า เก๋งทะเบียนชัยนาท ชนคนตาย 2 ศพ เขตเมืองกาญจน์แล้วหนี พร้อมเรียกร้องให้คนขับออกมารับผิดชอบ

วันนี้(26 เม.ย. 62) จากกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่บริเวณโค้งวัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง พื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วง 22.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นผู้ใหญ่ 1 ราย และเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ อีก 1 ราย ซึ่งในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีดำ ทะเบียน กฉ 902 ชัยนาทจอดอยู่แต่คนขับ และผู้โดยสารภายในรถได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปนั้น

ล่าสุดเกิดกระแสการแชร์เหตุการณ์ เพื่อไล่ล่าคนขับรถรายดังกล่าวขึ้นบนโลกโซเชียลของชัยนาท ที่ได้เรียกร้องให้คนขับออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาเจ้าของรถคันดังกล่าว ซึ่งทราบว่ามีนางกนกพร เมฆช้าง อายุ 49 ปี เป็นผู้ครอบครองรถ ซึ่งมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท จึงประสานไปยังผู้นำหมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อให้ติดต่อกับนางกนกพรเพื่อสอบถามว่าในคืนเกิดเหตุใครเป็นคนขับรถ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป หรือหากนางกนกพรดูข่าวอยู่ขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน