เฝ้าระวังพื้นที่ 7 จังหวัด 15 อำเภอ เสี่ยงเกิดภัยแล้ง

สทนช. เฝ้าระวังพื้นที่ 7 จังหวัด 15 อำเภอ เสี่ยงเกิดภัยแล้งเพิ่มเติม พร้อมเรียกประชุมสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำอีกครั้งวันที่ 1 พฤษภาคม

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์หลังประกาศภัยแล้ง 5 จังหวัด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด และภาคตะวันออก 2 จังหวัด ว่า ได้แจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่แล้ว โดยจะมีแผนสำรองน้ำกรณีหน้าแล้งยาวนานถึงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน โดยเฉพาะจะมีพื้นที่ประสบภัยแล้งเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ เพราะยังมีพื้นที่เสี่ยงเกิดภัยแล้งและขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคอยู่อีก 7 จังหวัด 15 อำเภอ คือ ภาคเหนือ บริเวณเชียงใหม่ นครสวรรค์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณชัยภูมิ นครราชสีมา เลย และภาคกลาง บริเวณกาญจนบุรี ราชบุรี ที่ต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบมีการปลูกพืชเกินจากแผนที่วางไว้ ด้วยการดึงน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงทั้งผิวดินและใต้ดินรัศมี 50 กิโลเมตร จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดการปลูกพืชหน้าแล้งและพืชต่อเนื่อง ควบคู่กับเน้นสร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและการปรับตัวให้หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน

ทั้งนี้ ช่วงเดือนเมษายนอากาศร้อนจัดทำให้แหล่งน้ำหลายแห่งสูญเสียน้ำจากการระเหยมากกว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่โชคดีที่เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นมาช่วยเติมเต็มน้ำในแหล่งน้ำและคลายความแห้งแล้งลงได้บ้าง เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น แต่อาจจะเกิดฝนทิ้งช่วงประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมในหลายพื้นที่ โดยจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เพื่อกำหนดแผนเป็นรายพื้นที่ทั้งพื้นที่ประกาศภัยแล้งและพื้นที่เสี่ยงให้เกิดความชัดเจนในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง

ด้านเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวย้ำว่า ยังมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งลักษณะเป็นเกาะ เช่น เกาะภูเก็ต เกาะสีชัง ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคด้วย จึงให้การประปาส่วนภูมิภาคร่วมกับจังหวัดจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนสำรองให้เพียงพอจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม พร้อมทั้ง ขยายระยะเวลาการวางแผนจัดหาแหล่งน้ำรองรับให้ครอบคลุมจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนจะมีน้ำใช้เพียงพอจนกว่าฤดูฝนจะมาถึง

พุ่งไม่หยุด! กฟน.เผยอัตราการใช้ไฟปี 62 ทำลายสถิติสูงสุดรอบที่สอง

พุ่งไม่หยุด! กฟน. เผยอัตราการใช้ไฟปี 62 ทำลายสถิติสูงสุดรอบที่สอง เนื่องจากอากาศร้อนจัด

วันนี้ (26 เม.ย. 62) นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. เปิดเผยความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Max. Demand) ของพื้นที่ กฟน. ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ทำลายสถิติเดิมเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2562 โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562 เวลา 13.30-14.00 น. ที่ผ่านมา เท่ากับ 9,525.93 เมกะวัตต์ ถือเป็นค่าสูงสุดของ กฟน. ในปัจจุบัน และมากกว่าค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 14.00-14.30 น. ที่ผ่านมา เท่ากับ 9,412.56 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติสูงสุดเป็นครั้งที่ 2 ภายในเดือนเดียวกัน

สำหรับสถิติค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Max Demand) ที่เคยเกิดขึ้น 3 ปี ย้อนหลัง ของ กฟน. มีค่าดังนี้ ปี 2559 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ 9,296.57 เมกะวัตต์ ปี 2560 วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ 9,114.74 เมกะวัตต์ และในปี 2561 วันที่ 24 เมษายน อยู่ที่ 8,889.82 เมกะวัตต์ โดย กฟน. พร้อมดูแลระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง เพียงพอ ตลอด 24 ชม. แม้จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้เสียหาย​แชร์ลูกโซ่ ร้อง ผบก.น.​4 หลังถูกโกงเงินขายนมแพะ-เล่นเกมส์ออนไลน์ ​

ผู้เสียหาย​แชร์ลูกโซ่  ร้อง ผบก.น.​4 หลังถูกโกงเงินขายนมแพะ-เล่นเกมส์ออนไลน์ ​

วันนี้(26 เม.ย.) เวลา 13.00 น. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พาผู้เสียหาย​จากแชร์​ลูกโซ่ ​2 รูปแบบ เดินทางเข้าร้องทุกข์​ต่อ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้​บังคับการ​นครบาล ​4 ​ที่ห้องประชุม​ศปกนครบาล 4 โดยคดีแรกเป็นคดีหลอกขายนมแพะ เหมือนรูปแบบธุรกิจ​ขายตรงแต่ปรากฏ​ว่า​สั่งซื้อของไปนานแล้วไม่ได้รับสินค้าแถมยังมีค่าแนะนํา​ให้หาสมาชิกจำนวนมาก​ ส่วนคดีที่สอง คือหลอกให้เล่นเกมส์​แล้ว​จะได้รับผลตอบแทน​แต่พอผู้เสียหาย​หลงเชื่อ​ ปรากฏ​ว่า​ไม่ได้รับผลตอบแทน​ตามที่กล่าวอ้าง จึงรู้ว่าถูก​หลอกลวง

ผู้เสียหายจากการเล่นเกมส์ เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายประมาณ 100 กว่าคน มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท ตนเล่นเกมส์หน้าเว็บ ซึ่งจะมีปุ่มกดให้เอาไอเทมเกมส์มาขาย โดยซื้อขายผ่านทางไลน์กลุ่มก่อนตกลงโอนเงิน ส่วนตัวรู้จักกับผู้โกงจากการที่เข้ามาตีสนิททำให้มีความไว้วางใจ เนื่องจากผู้โกงเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในระดับหนึ่งจึงไม่คิดว่าจะโดนหลอก

ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้เสียหายภาคประชาชน มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ในวันนี้กว่า 20-30 คน มีเหตุเกิดในหลายพื้นที่ส่วนใหญ่ สน.ลาดพร้าว วังทองหลาง และสน.อื่นๆ โดยเฉพาะผู้เสียหายจากนครบาล 4 มีความเสียหายเกี่ยวกับการฟอกเงิน การหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนทำให้ประชาชนเสียหายเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นจะได้ทำการสอบปากคำให้ได้รายละเอียดแน่ชัด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป