เจอแล้วสาววัย 24 เหยื่อศาลาริมน้ำถล่ม ที่แม่กลอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบแล้วร่างผู้สูญหายรายที่ 2 เหตุศาลาริมน้ำถล่มลงแม่น้ำแม่กลอง
  • ร่างผู้ตายถูกซากศาลาทับอยู่ใต้น้ำ
  • จนท.ลำเลียงร่างขึ้นมาได้แล้ว

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์สุดสลดอุบัติเหตุศาลาริมน้ำ ที่ตั้งเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พังถล่มลงแม่น้ำแม่กลอง จนเป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บ 23 ราย และสูญหายไป 3 คน ก่อนที่เวลาต่อจะเปลี่ยนตัวเลขเหลือ 2 คน คือ นางสุรีย์ อุราชื่น เป็นแม่ค้าขายอาหาร และ น.ส.พรพิไล เสือเล็ก ซึ่งเป็นลูกค้าที่มาทานอาหาร

และช่วงดึกของวานนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบร่างของนางสุรีย์ และสามารถนำร่างขึ้นมาจากที่เกิดเหตุได้แล้วหลังถูกโครงสร้างของอาคารทับร่างอยู่นั้น วันนี้ (17 ก.ค. 2562) รายงานข่าวได้แจ้งว่า

เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็สามารถพบร่างของ น.ส.พรพิไล ผู้สูญหายอีกคนแล้ว โดยพบว่าร่างของเธอติดอยู่กับซากของศาลาที่พังถล่มเช่นกัน จากนั้นได้ช่วยกันลำเลียงร่างขึ้นมายังจุดอำนวยการ เพื่อตรวจสอบก่อนส่งต่อให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ด้านนายวินัย เสือเล็ก พ่อของ น.ส.พรพิไล ผู้ประสบเหตุได้เล่าผ่านเพจ บิ๊กเกรียน ว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับการสูญเสีย เพราะตนเป็น 1 ในอาสาที่มาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกได้ และต้องมาหาร่างของลูกสาวเช่นนี้

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่​ ปภ. ได้สั่งควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอันตรายแล้ว และห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง​เข้าไปในบริเวณนี้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และไม่กีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในภารกิจค้นหาดังกล่าว นอกจากนี้ยังเตรียมพิจารณารื้อถอนศาลาอีกหลังที่เหลือด้วย หลังจากพบว่าเสาศาลา มีรอยร้าวชำรุด

สำหรับศาลาแห่งนี้คาดว่าสร้างมาแล้วกว่า 47 ปี และทางจังหวัดเตรียมจะทำการรื้อถอนเพื่อสร้างเขื่อนริมน้ำป้องกันการัดเซาะในปี 2563 แต่ไม่ทันการมาเกิดเหตุเศร้าสลดจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ฮือฮา พบกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์คอยาว อายุนับล้านปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืช พันธุ์คอยาว คาดอายุนับล้านปี ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
  • ขณะนี้เตรียมให้มีการขุดค้น และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว

สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระครูปัญญา วิริยะสุนทร เจ้าอาวาส วัดป่าปัญญาวิริยาราม ว่ามีพระลูกวัด และชาวบ้านเกษตรสมบูรณ์ หมู่ 1 ต.คำพอุง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด พบชิ้นส่วนกระดูกขนาดใหญ่ คาดว่าอาจเป็นกระดูกไดโนเสาร์ บริเวณเชิงเขา ห่างจากจุดที่มีการพบฟอสซิล หอยกลายเป็นหิน อายุกว่า 100 ล้านปี เมื่อเร็วๆนี้ เพียง 3 กม.

หลังได้รับรายงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มอบหมายให้ นายเลิศบุศก์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และ นายวิชิต ศีลพันธุ์ นายอำเภอโพธิ์ชัย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ พบชิ้นส่วนของกระดูกขนาดต่างๆ จำนวนหลายชิ้น ซึ่งชาวบ้านและพระสงฆ์เก็บรวบรวมไว้

นางสาวศศอร ขันสุภา นักธรณีวิทยาชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2(ขอนแก่น) กรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า กระดูกที่พบเป็นกระดูกไดโนเสาร์ ช่วงขาท่อนบนขวา ชนิดกินพืช พันธุ์คอยาว หางยาว จำพวกซอโรพอด ในชั้นหินทราย หมวดหินโคกกรวด (Khok Kruat Formation) กลุ่มหินโคราช (Khorat Group) อายุทางธรณีกาลในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น (Early Cretaceous) คาดมีอายุนับล้านปี อย่างไรก็ตามจะได้ทำการตรวจสอบหาอายุที่ชัดเจนอีกครั้ง

ด้าน นายเลิศบุศก์ บอกว่า เบื้องต้นทางจังหวัดได้ทำความเข้าใจกับประชาชน และผู้นำในพื้นที่เพื่อกำหนดแนวเขตห้ามมิให้ประขาชนเข้าไปทำการขุดค้น เก็บชิ้นส่วนกระดูก และซากฟอสซิลหอยหินโดยเด็ดขาด และจะทำเรื่องเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจ และทำการขุดค้นอย่างจริงจัง ทั้งนี้ในอนาคตทางจังหวัดเตรียมพัฒนาบริเวณดังกล่าวให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมขาติและประวัติศาสตร์ต่อไป

ทนายเดชาตั้งข้อสงสัย หรือเหยื่อ “แพรวา 9 ศพ” จะตายฟรี ?

ประเด็นน่าสนใจ

  • โลกโซเชียลลุกฮือ หลังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุแพรวา 9 ศพ ได้ออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากครอบครัวของนางสาวแพรวา
  • ผู้รอดชีวิตรายนี้ระบุว่า ตนไม่ได้รับเหลียวแลหลังเกิดเหตุมาตลอด 9 ปี

ขณะที่เพจทนายคลายทุกข์ ชี้ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง9 ศพ แม้จะมีคำพิพากษาแต่กลับไม่ได้เงิน พร้อมกระตุ้นจิตสำนึก4จำเลยต้องหันมาเยียวยาผู้เสียหายบ้าง

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดังเจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ ได้แสดงความเห็นทางกฎหมายผ่านโซเชียล กรณีแฮทแทคแพรวา 9 ศพติดอันดับ1 ของเทรนด์ทวีตเตอร์ของไทย ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นปี 2553 เด็กสาวอายุ17 ปี ขับรถเก๋งซีวิคไม่มีใบขับขี่แล้วเกิดขับไปชนกับรถตู้โดยสาร ที่มีผู้โดยสารนั่งมาทั้งหมด 14 คน ซึ่งเป็นบุคลากรต่างๆของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และคนอื่นๆกระเด็นตกลงมาจากโทลเวย์ บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด9 ศพ และยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจขาดการเยียวยาจากครอบครัวของเด็กสาววัย 17 ปี ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงปัจจุบัน ผ่านไป 9 ปี ศาลฏีกาเพิ่งตัดสินไปเมื่อ2 เดือนที่ผ่านมา มีคำพิพากษาสั่งให้ชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งค่าเสียหายส่วนใหญ่เป็นการขาดไร้อุปการะ เนื่องจากจากคนตายมีหน้าที่ตามกฏหมายต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ลูกเมีย รวมแล้วประมาณ 10 ล้านบาท ก็ปรากกฏว่าหลังได้รับคำบังคับมา30วันแล้ว จำเลยทั้ง4 ประกอบด้วยคนขับรถชน คือนางสาวแพรวา ที่ปัจจุบันบรรลุนิติภาวะแล้ว พ่อและแม่แพรวา รวมทั้งผู้ที่ให้ยืมรถต้องร่วมกันชำหระหนี้

ทนายเดชา เผยต่อด้วยว่า จนถึงวันนี้ 9 ปี ครอบครัวของเหยื่อกลับไม่ได้รับการเยียวยาเลย แต่คำพิพากษาคดีแพ่งศาลฏีฏาก็ได้รับความเสียหายไม่มีทางออก นี่คือปัญหาของสังคม ซึ่งทางแก้คือต้องไปสืบทรัพย์ของจำเลยทั้ง 4 ยึดมาให้ได้ ถ้ามีการโอนหนี ก็ต้องดำเนินคดีอาญาโกงเงินเจ้าหนี้ หรือเพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉลในทรัพย์สินต่างๆ นี่คือเป็นปัญหาการฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง ได้คำพิพากษามาแต่ไม่ได้เงิน เท่ากับว่า คำพิพากษานั้นไม่ศํกดิ์สิทธิ์ จนสังคมต้องตั้งคำถามว่า หรือจะตายฟรี ทั้งนี้อยู่ที่จิตสำนึกของจำเลยทั้ง4ในคดี ว่าจะดิ้นรนหาเงินมาเยียวยาให้กับญาติคนตายทั้ง 9คนหรือไม่

ด้านผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อว่า tintin ระบุว่า เป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุบนรถตู้โดยสารคันที่เกิดเหตุในวันนั้นแต่ยังโชคดีที่รอดเสียชีวิต ตอนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ไหปลาหัก 3 ท่อน เข่าซ้ายแตก แขนขวาหัก ต้องนอนรักษาตัวบนเตียงขยับไปไหนไม่ได้นานถึง 2 เดือน และต้องฝึกเดินใหม่อีก 2 ปี โพสต์ข้อความระบุว่า แม้จะรู้ว่าเป็นเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดและไม่ได้ตั้งใจ แต่ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุกับครอบครัวไม่ได้สนใจคดีใดๆ เลย มาศาลแค่เพียงครั้งแรกที่เป็นภาพออกสื่อ และก็ไม่เคยมาอีก ส่งทนายความมาแทนทุกครั้ง

ขณะที่ในโซเชียลยังได้โพสต์ประโยคหนึ่งของแม่คนขับรถตู้โดยสาร ที่เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น ถูกหยิบนำมาเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ กับคำพูดที่ว่า “อยากจะได้เงินก็ออกแรงหน่อย” ซึ่งญาติของเหยื่อก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ และยังรู้สึกเสียใจทุกครั้งที่คดีมาถึงชั้นศาลแพ่ง จนไปถึงชั้นศาลฏีกา แต่คู่กรณีฝ่ายผู้ก่อเหตุไม่เคยปรากฏตัวมาฟังคำพิพากษาคดีเลยสักครั้ง

นอกจากนี้ โลกโซเชียลได้มีการแชร์หมายศาลคดีดังกล่าว โดยในหมายศาลที่เผยแพร่ ระบุว่าแพรวาได้เปลี่ยนชื่อ ใช้ อรชรหรือแพรวา หรือบัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์

ทั้งนี้ในโซเชียลยังได้มีการทวีต ย้อนถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น พร้อมทวงถามความยุติธรรมในคดีให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในวันนั้น บางคนมีการขุดคุ้ยการใช้ชีวิตในอดีตถึงปัจจุบันของผู้ก่อเหตุอีกครั้ง พร้อมกับเผยว่าผู้ก่อเหตุได้มีการเปลี่ยนชื่อแล้ว 2-3 ครั้ง หลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น รวมทั้งมีการแชร์ภาพพิธีมงคลสมรสของนางสาวแพรวากับแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นนักการเมือง เมื่อไม่นานมานี้ด้วย

ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์รถตู้สาธารณะถูกชนบนทางยกระดับอุตราภิมุข ที่ถูกขนานนามเรียกชื่อว่าเหตุการณ์ แพรวา9ศพ เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 27 ธันวาคม 2553 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งมาชนรถตู้ชนจนกระเด็นไปปะทะขอบทางอย่างแรง ทำให้ร่างผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บอีก 5 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและยังมีสติรับรู้ดีหลังเกิดเหตุ ซึ่งคดีดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของสังคมในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าคดีนี้อาจจะไม่ได้รับความยุติธรรมและความโปร่งใสในกระบวนการทางกฎหมาย

ในส่วนของรูปคดี ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือคดีอาญาและคดีแพ่ง

  • คดีอาญา

ยังคงดำเนินการเรื่อยมาถึงปัจจุบันและยังไม่สิ้นสุด แม้ศาลจะมีคำพิพากษาให้ผู้ก่อเหตุจำคุกเป็นเวลา 2 ปี รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติจำเลย 3 ปี พร้อมกับบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง และห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปี ในส่วนนี้ถือว่าจบไปแล้ว

  • คดีแพ่ง

ส่วนนี้แหละที่เป็นปัญหา โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ในชั้นฎีกาของศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษา ให้ฝ่ายจำเลยทั้ง 4 คน คือ จำเลยที่ 1 คือคนที่ชน ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 คือ พ่อแม่ของคนที่ชน ส่วนจำเลยที่ 4 คือ คนที่ให้ยืมรถไปขับ โดยศาลอ่านคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าเสียหายไร้อุปการะ บุคคลที่เลี้ยงดู บุคคลที่มีชีวิตอยู่ ศาลฎีกาได้แก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยยืนยันให้ฝ่ายจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเหมือนที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษามาแล้ว ให้ชดใช้ผู้เสียหายทุกคนก็คือ 26 ล้านบาท และคดีถึงที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามในวันพิพากษาฝ่ายจำเลยแม้แต่ทนายความ ก็ไม่มาฟังคำพิพากษา

ทั้งนี้โจทก์ จะต้องส่งหรือให้ทางศาลไปปิดหมายให้รับทราบคำพิพากษา จากนั้น 30 วันจะต้องนำเงินค่าเสียหายมาชำระ หรือมาวางต่อกับศาล แต่ถ้าปิดหมาย ก็ใช้แค่ 15 วัน แต่นับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2562 มาถึงวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าจากฝ่ายจำเลย จึงเป็นที่มาที่ฝ่ายผู้เสียหายออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง