สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แจ้งเตือนห้ามเข้าพื้นที่ 3 วัดโบราณ

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ 3 วัดโบราณ ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้งสปอตไลท์
  • เนื่องจากเกรงว่านักท่องเที่ยวอาจได้รับอันตรายจากการทดสอบระบบไฟฟ้าได้

สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมโบราณสถานวัดอีก้าง วัดหนานช้าง และวัดปู่เบี้ย ซึ่งเป็นวัดโบราณภายในพื้นที่โบราณสถานเวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ให้ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้าภายในพื้นที่บริเวณดังกล่าว

เนื่องจากวัดโบราณทั้งสามแห่งอยู่ในระหว่างการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างโบราณสถาน และอยู่ระหว่างทดสอบระบบไฟฟ้า หากประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินไปถูกเหล็กหรือสายไฟอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีฝนตกเกือบทุกวัน ทางสำนักศิลปากรที่ 7 จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวชมความงามและถ่ายภาพบริเวณด้านนอกโบราณสถานเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

สำหรับโครงการปรับภูมิทัศน์เวียงกุมกามในส่วนแรกนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ โดยเตรียมเปิดให้เข้าชมความสวยงามของวัดโบราณทั้งสามแห่งในช่วงกลางคืนเป็นครั้งแรกด้วย หลังจากนั้นจะขยายการปรับภูมิทัศน์และติดตั้งไฟส่องสว่างไปยังโบราณสถานอื่นภายในพื้นที่เวียงกุมกามที่มีความโดดเด่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่

แจงคำสั่งย้าย “ณัฎฐ์” พ้นรองเลขาฯ กกต.เซ่นปมเลือกตั้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เลขาธิการ กกต.ชี้แจงคำสั่งปรับย้ายรองเลขาธิการ กกต.
  • ชี้แจงเหตุผล คำสั่งมีขึ้นเพื่อความเหมาะสม
  • ไม่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า การย้ายตำแหน่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดพลาดในช่วงเลือกตั้งหรือไม่

พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยืนยันว่าได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน กกต. เรื่องคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ 2 ฉบับ คือการปรับย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง

แล้วเลื่อนตำแหน่ง นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต.รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วม และให้นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วม ไปรับผิดชอบงานด้านบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติแทน มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมเป็นต้นไป

คำสั่งดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมในการทำงานเท่านั้น โดยพันตำรวจเอกจรุงวิทย์ปฎิเสธที่จะตอบว่าการปรับย้ายตำแหน่งเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดพลาดในช่วงการเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับนายณัฏฐ์แล้ว ยืนยันไม่ได้ออกคำสั่งกะทันหัน

สถานการณ์ภัยแล้ง ‘ภาคอีสาน’ ยังวิกฤต แม่น้ำชีบางช่วงแห้งขอดจนเดินข้ามได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบหลายจังหวัดภาคอีสาน เช่นที่ ตำบลวังสะพุง จังหวัดเลย นาข้าวเริ่มเหี่ยวเฉา เนื่องจากขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง
  • ขณะที่ปริมาณแม่น้ำชีช่วงที่ไหลผ่านบ้านท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคาม เริ่มแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หลังฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน

ภาพมุมสูงแม่น้ำชีช่วงที่ไหลผ่านบ้านท่าสองคอน ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคาม เผยให้เห็นสภาพลำน้ำแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หลังฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งปริมาณค่าฝนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน มีเพียง 291 มิลลิเมตร

เช่นเดียวกับนาข้าวของชาวบ้านห้วยอีเลิศ ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย บางส่วนเริ่มเหี่ยวเฉาจากการขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง และ คลองส่งน้ำสาธารณะก็แห้งขอด เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยอีเลิศไม่ปล่อยน้ำให้แก่เกษตรกรเพราะต้องสำรองน้ำไว้ใช้สำหรับผลิตประปา

ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา ชาวนาบ้านสระแทด ตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมต่อท่อน้ำกับระบบสปริงเกอร์สร้างความชุ่มชื้นให้กับต้นข้าวแทนการสูบน้ำใส่นาข้าวโดยตรง เกษตรกรเชื่อว่า เป็นวิธีการประหยัดน้ำ และลดความเค็มของน้ำที่จะทำให้ต้นข้าวตายในช่วงฤดูแล้งปีนี้

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพะเยา ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำกว๊านพะเยาลดลงจนถึงขั้นวิกฤต กินพื้นที่หลาย 1,000 ไร่ /ทั้งนี้ปริมาณน้ำกว๊านพะเยาเหลือเพียง 9.67 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณความจุ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกในพื้นที่ในช่วงสัปดาห์หน้า ปริมาณน้ำกว๊านพะเยาก็จะลดลงและจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมทั้งการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดพะเยา

ล่าสุดสถานการณ์ภัยแล้ง ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรในจังหวัดพะเยาเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งน้ำในการอุปโภคบริโภคที่เริ่มจะได้รับผลกระทบเนื่องจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานเร่งแก้ไขเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรง จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ โดยขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562