โฆษกแจง หลังภาพว่อน บิ๊กป้อม นั่งเครื่องบินเจ็ท ตร. ปฏิบัติหน้าที่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาพบิ๊กป้อม โดยสารเครื่องเจ็ทปฏิบัติภารกิจ
  • คนแห่วิจารณ์พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของเครื่องบิน
  • โฆษกตำรวจจึงชี้แจ้งว่า เครื่องลำนี้ประจำการเมื่อปี 2561 ใช้ในภารกิจสำนักงานตำรวจ ไม่ใช่ภารกิจรองนายกฯ เพียงคนเดียว

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อปรากฏคลิป พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงโดยสารเครื่องบินเจ็ทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.ลพบุรี ก่อนจะตั้งคำถามถึงที่มาของเครื่องบินลำดังกล่าว เพราะเหมือนกับว่าเป็นการซื้อมาให้ บิ๊กป้อม ใช้โดยเฉพาะ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นใช้ในภารกิจนั้น

วันนี้ (8 ก.ค. 2562) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเผยว่า เครื่องบินเจ็ทลำนี้เข้าประจำการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ ปี 2561 ใช้ในภารกิจที่เข้าไปในพื้นที่ช่วงรันเวย์สั้น และเฮลิคอปเตอร์เข้าไม่ถึง ซึ

่งเครื่องลำนี้ใช้ในภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่ใช้เพื่อภารกิจของรองนายกฯ แต่เพียงผู้เดียว ส่วนภาพที่เห็นว่าข้างในหรูหรานั้นไม่เป็นความจริง เป็นภาพที่ถูกตัดต่อขึ้นมาเท่านั้น

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนทั่วไป เกี่ยวกับการใช้เครื่องบินเจ็ทของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดลพบุรี นั้น

พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินเจ็ทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่น Dassault Falcon 2000 S RTP33-742

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดซื้อเพื่อใช้ในราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเข้าประจำการเมื่อปี 2561 และใช้ในภารกิจของผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจเยี่ยมหน่วยการปฏิบัติภารกิจกวาดล้างตรวจค้น ทั้งทางด้านยาเสพติด การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การสืบสวน และงานความมั่นคงต่างๆ อย่างเป็นประจำทุกสัปดาห์

โดยเครื่องบินรุ่นดังกล่าว เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีสนามบิน มีรันเวย์ขนาดสั้นๆ และสามารถไปได้ในทุกสภาพอากาศ ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ปกติไม่สามารถบินได้ และมีเพียง 10 ที่นั่ง สภาพภายในก็เหมือนกับเครื่องบินขนาดเดียวกันโดยทั่วไป ภาพภายในเครื่องที่ปรากฎในสื่อนั้น เป็นภาพตัดต่อ ไม่ตรงกับความเป็นจริง

สำหรับวันดังกล่าว ก็เป็นการปฏิบัติภารกิจปกติ มีผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บังคับบัญชาหน่วยต่างๆ ได้ร่วมนั่งไปปฏิบัติภารกิจด้วย

อนึ่ง เครื่องบินลำดังกล่าวนั้น ไม่ได้ใช้เพื่อสำหรับภารกิจของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้น โดยปกติผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังใช้ปฏิบัติภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเป็นประจำอยู่แล้วตามปกติ

จึงขอเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

รายได้ท่องเที่ยวทรุด คาดทั้งปีขยายตัวเพียงร้อยละ 4.3

กองเศรษฐกิจท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่า ตลอดปีนี้ประเทศไทย จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท โดยขยายตัวเพียง 4.3%

กองเศรษฐกิจท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่า ตลอดปีนี้ประเทศไทย จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท โดยขยายตัวเพียง 4.3% แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2.1 ล้านล้านบาท และรายได้จากคนไทยท่องเที่ยวในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท

ซึ่งเป็นรายได้ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึง 180,000 ล้านบาท ตามที่ ททท.คาดว่าตลอดปีนี้จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ทั้งสิ้น 3.38 ล้านล้านบาท ขยายตัว 9.5% จากปีที่ผ่านมา

ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ ททท.เพิ่งปรับลดเป้าการขยายตัวของรายได้ จากเดิมที่ขยายตัว 10% จากปีก่อนลงมา ทำให้เม็ดเงินที่ได้จะต่ำกว่าเป้าที่ ททท.ตั้งไว้เดิม 3.4 ล้านล้านบาท ลงมา 20,000 ล้านบาท

เปิดคลิปนาที เด็ก 13 ซิ่งบิ๊กไบค์เกิดอุบติเหตุชนที่เชียงใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุบิ๊กไบค์ชน จยย.-รถยนต์ ที่เชียงใหม่ ก่อนพบผู้ขี่เป็น ด.ช.อายุ 13 ปี
  • เพจ กระโหลกแดง นำคลิปมาเผยแพร่ทำให้เห็นว่า บิ๊กไบค์ขับมาด้วยความเร็วสูง
  • ครอบครัวเด็กขี่บิ๊กไบค์ เผยพาไปอบรมการขับขี่แล้ว ก่อนออกรถให้

จากเหตุการณ์สุดระทึก มีผู้ขี่รถจัรยานยนต์บิ๊กไบค์ซิ่งประสานงากับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และไถลไปชนรถยนต์อีกคันจนได้รับความเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บ ที่บริเวณหน้าตลาดศรีอรุณพลาซ่า อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ก่อนที่เวลาต่อมาจะทราบว่า ผู้ขี่รถจักรยานยนต์เป็นเพียงเด็กชายวัยเพียง 13 ปีนั้น

วันนี้ (8 ก.ค. 2562) เพจ กระโหลกแดง ได้มีการเผยแพร่คลิปขณะเกิดเหตุดังกล่าว โดยเผยให้เห็นว่าคนขับบิ๊กไบค์ขี่มาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะหยุดไม่ทันหลังมีรถตัดหน้า ทำให้ชนเข้าอย่างจังก่อนตัวรถจะไถลไปชนกับรถยนต์อีกคันจนได้รับความเสียหาย ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ‘เห็นคลิปแล้วถ้าตายกูก็สมน้ำหน้าอะ’

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างสงสัยว่าเหตุใดทางครอบครัวถึงปล่อยให้เด็กอายุเพียง 13 ปี ขี่รถที่มีกำลังแรงขนาดนี้

ครอบครัวของเด็ก 13 ปี ขอโทษ พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้นเวลาต่อมา ผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวจะออกมาชี้แจงว่า เพราะเห็นลูกชอบความเร็ว และฝันอยากเป็นนักแข่ง ถึงได้มีการออกรถให้ จากนั้นได้พาไปเรียนขับขี่จนมีความสามารถและแข่งขันในสนามได้มาหลายรางวัล

ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นคงมาจากเหตุสุดวิสัยจนลูกไม่สามารถหักหลบทัน จนเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนลูกชาย และคู่กรณีได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้หากมีการสอบสวนว่าลูกชายผิดจริงทางครอบครัวก็พร้อมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด

ขณะเดียวกันผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นพี่สาวของเด็กหนุ่มขี่บิ๊กไบค์ ก็ได้มีข้อความระบุไปทำนองเดียวกับผู้ปกครองของเด็กหนุ่มคนดังกล่าว พร้อมเผยว่าทางครอบครัวต้องขอโทษ และขอรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กฎหมายไทย เผยคนที่จะขี่รถ จยย.ได้ ต้องมาอายุไม่ต่ำกว่า 15-18 ปี

สำหรับในทางกฎหมายได้ระบุไว้ว่า การขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนได้นั้นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งผู้ที่จะยื่นขอใบอนุญาตขับขี่นั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบรูณ์ แต่ถ้ารถจักรยานยนต์นั้นมีกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบรูณ์ ก็สามารถขอใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวได้

ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนข้อหาขับขี่รถโดยไม่พกพาใบอนุญาตขับรถจะถูกปรับในอัตราเดียวกัน โดยจะไม่สามารถมาชำระค่าปรับย้อนหลังภายใน 7 วันได้เหมือนข้อหาอื่น จำเป็นต้องเปรียบเทียบปรับทันทีก่อนที่จะปล่อยให้ขับรถต่อไป