หนุ่มโพสต์เล่า ขนของไปให้ลุงเก็บของเก่า แต่ผงะอยู่บ้านหลังโต

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่มใจบุญโพสต์ นำของไม่ใช้แล้วไปให้ลุงเก็บของเก่า แต่พบว่าลุงมีบ้านใหม่ใหญ่โตกว่า
  • เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ อย่ามองคนเพียงภายนอกแล้วตัดสินเขา

โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก นักบุญ คุณเติร์ก ที่ได้เปิดเผยว่า ‘อย่ามองคนเพียงแค่ภายนอกเพราะสิ่งที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด’ หลังจากเจ้าตัวเตรียมขนของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ไปให้คุณลุงเก็บของเก่ารายหนึ่ง แต่พอไปถึงกลับพบว่าคุณลุงคนดังกล่าว มีฐานะดีกว่าที่เขาคิด

โดยผู้โพสต์เล่าว่า ปกติเขาจะเก็บของเก่าจำพวกขวด, แกนลอนนมเก่าที่ใช้แล้ว เอาไว้ให้ลุงรายหนึ่งที่ชอบตระเวนเก็บของเก่าในช่วงกลางดึกของทุกคืน ซึ่งก่อนที่เขาจะพบความจริงว่า ลุงคนดังกล่าวมีบ้านหลังโตนั้น ก็เพราะว่าเขาได้มีการจัดบ้าน โล๊ะของที่ไม่ได้ใช้แล้ว จากนั้นจึงคิดว่าเอาไปให้ลุงดีกว่า เพื่อจะได้มีของขายเพิ่ม

เขาจึงขอที่อยู่พร้อมเบอร์โทร เพื่อขันอาสาเอาของไปส่งให้ถึงที่ แต่พอไปถึงผู้โพสต์กลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะบ้านของลุงนั้นใหญ่และน่าอยู่มาก ไม่คิดว่าการเก็บของเขาสามารถทำให้มีฐานะดีได้ พร้อมกับโพสต์ข้อความแบบติดตลกว่า ขอเอากลับคืนไปขายเองได้มั้ย

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างคิดเห็นไปทำนองเดียวกันว่า จากนี้ไปขอไปเก็บของเก่าขายเหมือนกับลุง เผื่อว่าจะได้มีบ้านหลังโตๆ บ้าง ขณะเดียวกันก็ชื่นชมเจ้าของกระทู้ที่รู้ความจริง แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะทำความดีด้วยการให้เช่นนี้

แม่จ่านิวยัน! ลูกถูกทำร้าย ไม่ใช่เรื่องหนี้ ฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามสดกรณีทำร้าย “จ่านิว”

ประเด็นน่าสนใจ

  • แม่ของจ่านิว ยื่นหนังสือถึงตัวแทน ส.ส. ฝ่ายค้าน ให้พิจารณาผลักดันให้มีการดูแลคุ้มครองนักกิจกรรมระบอบประชาธิปไตย พร้อมขอให้เร่งรัดคดี จับกุมคนผิดมาลงโทษ แม่จ่านิวยืนยันว่า ที่จ่านิวถูกทำร้ายไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทวงหนี้
  • จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเขตคลองสามวา เตรียมยื่นกระทู้ถามสด กรณีจ่านิวถูกทำร้าย โดยพลเอกประวิตรได้มอบหมายให้พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางมาตอบกระทู้ถามสดแทน

ความเคลื่อนไหวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่หอประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ นางสาวพัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกทำร้ายร่างกายเข้ายื่นหนังสือถึงตัวแทน 7 ส.ส. ฝ่ายค้าน

เพื่อส่งถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาผลักดันให้มีการดูแลคุ้มครองนักกิจกรรมระบอบประชาธิปไตยให้มากขึ้น และขอให้มีการเร่งรัดคดี และจับกุมคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่าการที่จ่านิวถูกทำร้ายไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทวงหนี้ แต่เชื่อว่าเป็นปัญเรื่องหาทางการเมือง เนื่องจากจ่านิวเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่อาจไม่ถูกใจคนบางกลุ่ม

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเขตคลองสามวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จ่านิวถูกทำร้ายร่างกาย ได้เตรียมยื่นกระทู้ถามสด พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการติดตามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำผิดกรณีทำร้ายจ่านิว ซึ่งพลเอกประวิตรได้มอบหมายให้พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางมาตอบกระทู้ถามสดแทน

นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประทุษร้ายกับประชาชน หลังมีนักกิจกรรมหลายรายถูกทำร้ายร่างกายก่อนหน้านี้ เช่น นายเอกชัย หงส์กังวาล นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง โดยคาดว่าจะมีการบรรจุเรื่องนี้ได้ในสัปดาห์หน้า

ขอบคุณข้อมูลจาก Mono 29 News

ยื่นร้อง สธ. ถูก รพ.ตรวจผล HIV พลาด เข้าใจผิดว่าป่วยกว่า 5 ปี

ทนายรณณรงค์ พาผู้เสียหาย ยื่นร้อง สธ. เอาผิด รพ.ตรวจผล HIV พลาด ถูกสังคมดูแคลนอยู่อย่างลำบาก หลังเข้าใจผิดว่าป่วยกว่า 5 ปี

วันนี้(3 ก.ค.) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานางมนีรัตน์ คงหอม เข้าร้องเรียนต่อนพ.พิรักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 11 หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจเชื้อHIV ผิดพลาด เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

นางมนีรัตน์ เปิดเผยว่า เมื่อปี 2557 หลังตนคลอดบุตรคนที่ 4 ที่โรงพยาบาลทุ่งสง แพทย์ได้ตรวจพบเชื้อ HIV จากนั้นตนก็ได้เข้าสู่การรักษาโดยกินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2561 ได้ไปคลอดลูกคนที่ 6 ที่โรงพยาบาลพิษณุโลก แพทย์ได้แจ้งผลตรวจอย่างละเอียดว่าไม่พบเชื้อ HIV จึงได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตต่อในสังคมได้ ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หลังรู้ผลตรวจผิดพลาด ตนถูกรอบข้างรังเกียจ จนบางครั้งคิดสั้นฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ ลูกคนที่ 4 และ 5 ก็ได้กินยาต้านไวรัสมาโดยตลอดกว่า 5 ปีแล้ว กังวลว่าจะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ

นายรณณรงค์ กล่าวว่า ตนพาผู้เสียหายมาร้องเรียนในวันนี้ เพื่อให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบโรงพยาบาลทุ่งสงว่ามีผู้ป่วยรายอื่นอีกหรือไม่ที่โรงพยาบาลตรวจผิดพลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนสอบถามความรับผิดชอบจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่ใช่ความผิดของแพทย์ แต่เป็นความผิดของเครื่องมือ

ด้าน นพ.พิรักษ์พล กล่าวว่าขณะนี้ได้แจ้งเรื่องไปยังโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะรีบตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดพลาดของบุคคล หรือเครื่องมือ ซึ่งการตรวจเชื้อ HIV ของโรงพยาบาลของรัฐ มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ต้องดูว่าโรงพยาบาลนี้ผิดพลาดที่ส่วนไหน ย้ำให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งดำเนินการเรื่องการเยียวยาควบคู่กันไป