อย่าเชื่อข่าวปลอม!! พูดใส่ร้าย “พล.อ.อภิรัชต์” ผู้บัญชาการทหารบก

ประเด็นน่าสนใจ

  • กองทัพบก ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อการเเผยแพร่ข้อความในโซเชียลมีเดียของผู้บัญชาการทหารบกเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • ข้อความที่ถูกสร้างขึ้นสร้างความเข้าใจผิด มีการใช้ถ้อยคำรุนแรง เข้าข่ายในลักษณะ Fake News หรือ (ข่าวปลอม)

พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่าจากกรณีมีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วยการนำภาพ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ไปประกอบข้อความที่ไม่เป็นจริง เกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาพประกอบข้อความดังกล่าวอาจส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดและเข้าข่ายในลักษณะ Fake News หรือ (ข่าวปลอม)

กองทัพบก ขอยืนยันว่า พลเอก อภิรัชต์ ไม่เคยให้ความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว และขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือส่งต่อเพราะเป็นการสร้างข้อความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกองทัพบกจะพิจารณาส่งข้อมูลให้ Anti Fake News Center ดำเนินการตามกระบวนการ รวมทั้งสืบหาต้นตอของการกระทำผิดต่อไป

ทั้งนี้ หากจะติดตามข่าวสารของกองทัพบก ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือจากแหล่งที่มาที่เป็นทางการ เช่น ข่าวสารที่มาจากผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือส่วนงานที่มีหน้าที่ เช่น ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก ทีมงานโฆษกกองทัพบก เป็นหลัก

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสับสนและให้การรับทราบข้อมูลข่าวสารอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง รวมทั้งหากมีข้อสงสัยหรือพบเห็นข้อมูลใดที่ไม่มั่นในว่าเป็นเรืองจริง สามารถแจ้งตรวจสอบได้ที่ FB “ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก” และ ทวิตเตอร์ Armypr_News

สภาเศรษฐกิจโลกชี้ไทยเสี่ยงเกิดฟองสบู่-รัฐบาลล้มเหลว

ประเด็นน่าสนใจ

  • สภาเศรษฐกิจโลกจัดอันความเสี่ยงธุรกิจทั่วโลก
  • ชี้ไทยเสี่ยงสูงสุดเกิดปัญหาฟองสบู่ รองลงมาเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล-ถูกโจมตีทางไซเบอร์
  • พร้อมแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเชิงลึกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้จัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจทั่วโลกปี 2562 นี้ 10 อันดับแรกพบว่า 10 อันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้แก่

  1. ภัยธรรมชาติ
  2. การโจมตีทางไซเบอร์
  3. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ
  4. วิกฤตการณ์ทางการเงิน
  5. เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรง
  6. เศรษฐกิจฟองสบู่
  7. การโจรกรรมข้อมูล
  8. วิกฤติราคาพลังงาน
  9. ภาวการณ์ว่างงาน
  10. ความล้มเหลวของรัฐบาล

สำหรับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. เศรษฐกิจฟองสบู่
  2. ความล้มเหลวของรัฐบาล
  3. การโจมตีทางไซเบอร์
  4. ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโดยมนุษย์
  5. ความไม่มั่นคงทางสังคม

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรมีการศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการด้านการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการต่างประเทศ รวมทั้งหาทางแนวทางและมาตรการป้องกันและรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมด้วย

โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าจะดำเนินการการติดตามรายงานผลสำรวจ การจัดอันดับและการศึกษาต่างๆ ขององค์กรที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก อาทิ ธนาคารโลก และสภาเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเด็นทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ซึ่งนับเป็นหน้าที่สำคัญของสำนักงานฯ ที่จะสนับสนุนข้อมูลและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ ให้ตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวเนื่องกัน เพื่อส่งเสริมการค้าเชิงรุก (proactive strategy) ให้สามารถขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น

สเปนพบผู้ป่วยไข้เลือดออก ติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ “แต่ไทยยังไม่พบผู้ป่วย”

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกชาวสเปนติดเชื้อไวรัสโรคไข้เลือดออกผ่านการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยในประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ที่ติดต่อผ่านช่องทางการมีเพศสัมพันธ์
  • แนะร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเน้นมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวในต่างประเทศว่า พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกชาวสเปนติดเชื้อไวรัสโรคไข้เลือดออกผ่านการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า

ได้ตรวจพบเชื้อไวรัสโรคไข้เลือดออกในอสุจิของทั้งผู้ป่วย และคู่นอนชาย ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่แพร่ระบาดในประเทศคิวบา ซึ่งทั้งคู่เคยไปมาก่อนหน้านี้

จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการติดเชื้อผ่านช่องทางการมีเพศสัมพันธ์ เช่น เดียวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน

ทั้งนี้ ควรต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลต่อไป ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อผ่านช่องทางดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับการติดต่อของโรคไข้เลือดออก ในช่องทางหลักยังเป็นการถูกยุงลายกัด ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ซึ่งจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการปวดท้อง หรือท้องเสียร่วมด้วย ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะยาบางชนิด

เช่น ไอบรูโปรเฟน หรือแอสไพริน อาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น ถ้ามีไข้สูงนานเกินสองวัน ควรรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล และช่วงไข้ลด ถ้ามีอาการซึม เบื่ออาหาร ปวดท้อง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็วแต่เบา อาจมีเลือดไหลที่โพรงจมูก อาเจียนเป็นเลือด แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องรีบกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลให้ทันท่วงที เพราะอาจเสียชีวิตได้

นายแพทย์อัษฎางค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ควรเน้นไปที่การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยขอให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นกำลังหลักในระดับพื้นที่ที่จะกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับยุงลาย โดยการสื่อสารให้ความรู้เรื่องภัยสุขภาพ ร่วมกับใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ดังนี้

1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง

2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บขยะ เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ได้ เน้นการจัดการในพื้นที่ 7 ร. ได้แก่ โรงเรือน/บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงแรม/รีสอร์ท/อุทยาน โรงธรรม/วัด/มัสยิด/โบสถ์ โรงงานอุตสาหกรรม/เขตเศรษฐกิจพิเศษ และสถานที่ราชการของแต่ละหน่วยงานเครือข่าย

ทั้งนี้ อสม. และผู้ที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันสำรวจประเมินความเสี่ยงจากความหนาแน่นของลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ โดยได้เริ่มพัฒนาระบบการรายงานแบบออนไลน์ ซึ่งนำมาใช้ในบางพื้นที่แล้ว และพร้อมจะขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ไปพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร อสม. ตามนโนบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข

ซึ่งจะเพิ่มความรวดเร็วในการประเมินความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคในแต่ละพื้นที่ และดำเนินการจัดการแก้ปัญหาให้ทันเวลาได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดการกับยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคติดต่อนำโดยแมลง จะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ

1.โรคไข้เลือดออก

2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา

3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข้อมูลจาก : กองโรคติดต่อนำโดยแมลง / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค