อู่ฮั่นคุมเข้ม ‘นักท่องเที่ยวขาออก’ หวั่นแพร่ ‘โคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ จัดทัพ 9 รพ. 61 คลินิก รับมือ

เมืองอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีนประกาศใช้มาตรการอันหลากหลายในการควบคุมและการเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวขาออกที่เข้มงวดกว่าเดิม เพื่อควบคุมการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV)

คณะกรรมการสุขภาพนครอู่ฮั่นสั่งห้ามนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะออกนอกเมือง ด้านตำรวจท้องถิ่นตั้งจุดตรวจรถโดยสารส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อตรวจสอบสัตว์ปีกและสัตว์ป่าที่ยังมีชีวิต

เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรดแบบติดตั้ง 35 เครื่อง และแบบพกพามากกว่า 300 เครื่อง ถูกนำมาใช้คัดกรองผู้โดยสารที่มีไข้ตามสถานีขนส่งต่างๆ ในเมืองอู่ฮั่น เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีรถโดยสาร และท่าเรือโดยสาร

รัฐบาลนครอู่ฮั่นระบุว่าเจ้าหน้าที่จะขึ้นทะเบียนผู้โดยสารที่มีไข้ แจกหน้ากาก และแผ่นพับเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบ รวมถึงแนะนำให้ไปพบแพทย์ นอกจากนี้ผู้โดยสารสามารถยกเลิกและเปลี่ยนตั๋วได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

นับจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันจันทร์ (20 ม.ค.) จีนพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วทั้งหมด 224 ราย โดยเป็นผู้ป่วยยืนยัน 217 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยในเมืองอู่ฮั่น 198 ราย มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) 14 ราย และกรุงปักกิ่ง 5 ราย

ตั้งทัพ 9 โรงพยาบาล 61 คลินิก รับมือ

คณะกรรมการสุขภาพนครอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีน ประกาศรายชื่อโรงพยาบาล 9 แห่ง และคลินิกไข้ 61 แห่ง เป็นหน่วยงานดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ประกอบด้วยสมาชิก 25 คนจากโรงพยาบาลระดับมณฑลและเทศบาลนคร 10 แห่ง

คณะกรรมการฯ ระบุว่าโรงพยาบาลท้องถิ่นได้ยกระดับการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ป้องกันผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และเร่งเสริมการติดตามแบบทั่วไป โดยผู้ป่วยสงสัยได้รับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที

ที่มา – สำนักข่าวซินหัว

พยากรณ์อากาศ 22 ม.ค. 63 – ภาคเหนือ/อีสาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคเหนือ พื้นราบอากาศเย็น-หนาว มีหมอกในตอนเช้า ยอดดอยมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่
  • ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่
  • ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ20 ของพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า และมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้และอ่าวไทยตอนล่างมีลมตะวันออกพัดปกคลุม

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า สำหรับบริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้าอุณหภูมิต่ำสุด 13-22 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 4-16 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 13-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5-10 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ เมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ ฝั่งตะวันตก

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

กรมการค้าภายใน ปัดน้ำมันปาล์มขาดแคลน หลังราคาบรรจุขวดพุ่ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยเหตุราคาพุ่งมาจากมาตรการพยุงราคาปาล์ม
  • ย้ำน้ำมันปาล์มในสต๊อกไม่ขาดแคลน ยังมีใช้อยู่
  • แนะผู้บริโภคเลือกน้ำมันถั่วเหลืองแทน เพราะราคาถูกกว่า

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังราคาน้ำปาล์มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 42 บาท จากเดิมที่ลิตรละ 35-38 บาท ว่า

สาเหตุของการปรับขึ้นราคาดังกล่าว เป็นผลมาจากราคาปาล์มที่สูงขึ้น ขณะนี้ราคาปาล์มทะลายอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 บาท – 7 บาท 80 สตางค์ ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่น้ำมันปาล์มดิบ หรือซีพีโอ อยู่ที่กิโลกรัมละ 30-40 บาท ทำให้น้ำมันปาล์มบรรจุขวดต้องปรับราคา

อีกทั้งราคาปาล์มที่สูงขึ้นในช่วงนี้ เป็นผลจากมาตรการพยุงราคาปาล์มในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการควบคุมการลักลอบการนำเข้าปาล์ม /การใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 10 และบี 20 /การนำผลิตกระแสไฟฟ้า พร้อมขอความเห็นใจผู้บริโภค ราคาน้ำมันปาล์มยังอยู่ในราคาควบคุม ซึ่งผู้บริโภคยังมีทางเลือกน้ำมันถั่วเหลือง ที่ราคาถูกกว่าได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่าน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคไม่ขาดแคลน เพราะยังมีสต็อกน้ำมันปาล์มยังสูงถึง 3-4 แสนตัน เพียงพอต่อการบริโภค ก่อนที่ผลผลิตจะออกในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าบางห้างน้ำมันปาล์มบางยี่ห้อ หายไปจากชั้นวางนั้น เป็นเรื่องธุรกิจระหว่างผู้ผลิตกับห้าง ที่ไม่สามารถตกลงกันได้สำหรับสต็อกใหม่ เนื่องจากต้นทุนใหม่สูงขึ้น