แพทย์จีน ผู้เตือนไวรัสโคโรนา เสียชีวิตแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายแพทย์รายดังกล่าวเสียชีวิตเวลา เวลา 02.58 น. ตามเวลาประเทศจีน หลังจากตลอดทั้งวันมีข่าวออกมาต่อเนื่องถึงอาการป่วย
  • ด้านแพทย์ที่ทำการรักษาโพสต์อาลัย แม้จะพยายามจนสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้

เพจ อ้ายจง ได้มีการรายงานว่า นายแพทย์ หลี่ เหวินเหลียง วัย 34 ปี ซึ่งเป็น จนท.ทางการแพทย์ของจีนกลุ่มแรก ที่ออกมาโพสต์เตือนให้เฝ้าระวังไวรัสโคโรนา ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเวลา 02.58 น. ตามเวลาประเทศจีน

หลังเจ้าตัวได้รับเชื้อและเข้ารักษาอาการป่วยจากเชื้อดังกล่าวในโรงพยาบาลกลางเมืองอู่ฮั่น และตลอดทั้งวันของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีกระแสข่าวมาต่อเนื่องว่า คุณหมอรายนี้ยังมีเสียชีวิตอยู่ แต่อยู่ในภาวะวิกฤติ ทำให้ผู้คนที่ทราบข่าวต่างส่งใจให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยยื้อชีวิตได้ ความตายก็มาพรากคุณหมอรายดังกล่าวไปในที่สุด

โดยโรงพยาบาลกลางเมืองอู่ฮั่น ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ เว่ยป๋อ ว่า

“ในการต่อสู้กับการระบาดของโรคปอดบวมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ หมอหลี่ เหวินเหลียง จักษุแพทย์ของโรงพยาบาลเราโชคร้ายติดเชื้อ เขาจากไปแล้วแม้เราจะทุกความพยายามทั้งหมดเพื่อยื้อชีวิตของเขาเอาไว้”

สำหรับ จักษุแพทย์ หลี่ เหวินเหลียง เป็น 1 ใน 8 หมอกลุ่มแรกที่พยายามเตือนสังคมเรื่องการปรากฏของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่

โดยเมื่อปลายปีที่แล้ว คือ วันที่ 30 ธ.ค. 2562 ปีก่อน เขาส่งข้อความในกรุ๊ปแชตเตือนเพื่อนร่วมงานให้ระวังไวรัสปริศนาที่ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซาร์ส เพราะมีผู้ป่วยถูกส่งมาโรงพยาบาลหลายรายแล้ว และกำลังถูกกักกัน

จากนั้นให้หลังเพียง 4 วัน หมอหลี่ และหมออีก 7 คนที่แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดโรค ถูกทางการให้ลงนามว่าไม่ให้เปิดเผยข่าวนี้อีก

จนกระทั่ง 10 ม.ค. 63 หมอหลี่ เริ่มมีอาการไอ วันต่อมามีไข้ ก่อนที่จะพบว่าเขาป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากหนึ่งในคนไข้ของเขา จากนั้นก็ได้เข้ารับรักษาอาการป่วยเรื่อยมา จนสุดท้ายมีอาการทรุดและเสียชีวิตในที่สุด

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชา 2563

ประเด็นน่าสนใจ

  • แนะน้อมนำหลักการ ‘ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย’ มาปรับใช้ในชีวิต
  • เพราะการว่าร้าย ด้วยข่าวที่บิดเบือน สามารถทำให้เกิดความร้าวฉานได้

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานพระคติธรรมเนื่องในวันเนื่องในวันมาฆบูชา วันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์2563 ความว่า

ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ได้น้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ในดิถีเพ็ญเดือน 3 ภายหลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ 9 เดือน ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร

พระองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประทานแก่พระสาวก 1,250 รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุและเป็นพระอรหันต์ โดยมีหลักการสำคัญที่ทรงพระมหากรุณาประทานไว้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่

  1. การไม่ทำบาปทั้งปวง
  2. การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม
  3. การชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง

สารัตถะแห่งโอวาทปาติโมกข์นั้น นอกจากเป็นการประทานหัวใจของพระพุทธศาสนา ยังทรงสั่งสอนหลักสำหรับการเผยแผ่พระศาสนาไว้ด้วย มีหลัก 2 ประการแรกว่า การไม่กล่าวร้าย และการไม่ทำร้าย เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้ผู้สดับพระธรรมเทศนาเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน ล้วนเป็นพระภิกษุบริษัท หากแต่พระธรรมย่อมเป็นของสาธารณะสำหรับทุกชีวิต ที่ควรน้อมนำเข้ามาสู่ตน ไม่จำกัดว่าเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์

เพราะฉะนั้น พุทธศาสนิกชนทุกคนจึงพึงน้อมนำหลักการ ‘ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย’ มาเป็นพื้นฐานของการครองตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยกระแสข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือยุยง ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้าวฉานถึงขั้นประหัตประหารกัน

หากทุกท่านยึดมั่นอุดมการณ์ที่จะไม่กล่าวร้าย และไม่ทำร้ายใครๆ ไม่ว่าในกาลไหนๆ ตามหลักการของโอวาทปาติโมกข์ ถ้าท่านได้รับข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ ก่อให้เกิดความโกรธเคือง หรือขุ่นข้องหมองใจ

ท่านย่อมสามารถระงับการกระทำทางกายและทางวาจาที่เกรี้ยวกราด หยาบช้า หรือรุนแรงไว้ได้ ก่อให้เกิดสันติภาพในหมู่คณะรอบตัวท่าน อันจักขยายผลไปสู่ชาติบ้านเมือง และสังคมโลกได้ในที่สุด

ขอพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอพุทธบริษัททั้งหลายจงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อบรรลุถึงความงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.

หมอแล็บ แนะอย่าเชื่อ ยาหมอทหารรักษาสารพัดโรค

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบเป็นเพียงข้าวเกรียบเท่านั้น
  • จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เหตุถูกส่งไปยังชุมชนแล้ว

ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน เจ้าของเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้มีการออกมาชี้แจง หลังปรากฏภาพข้อความอ้าง มี “ยาหมอทหาร” สรรพคุณ สามารถรักษาอาการป่วนได้สารพัดโรคทั้งอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต

เหน็บชา เส้นตึง รวมไปถึงอาการกระดูกทับเส้นและเจ็บปวดต่างๆ ว่า ยาดังกล่าวไม่มีจริง เพราะจากการนำ เลข อย. ของ ‘ยาหมอทหาร’ ไปตรวจสอบ พบว่าเป็นเพียง เลข อย. ของข้าวเกรียบ เท่านั้น

“เอาเลขอย.ของ ‘ยาหมอทหาร’ ไปตรวจสอบ เป็นเลข อย. ของข้าวเกรียบ รสลาบแซ่บ ใครกินยานี้อยู่ นัวเลยไหมล่ะ”

ทั้งนี้หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยชาวโซเชียลต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็น ขอให้มีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ บางรายเคยได้จากผู้สูงอายุที่ได้รับแจกตามศูนย์ปฏิบัติธรรมแล้วด้วย