เมื่อใจมันเซ ทะเลคือจุดหมาย เที่ยว 5 เกาะพม่า น้ำใสกิ๊ง ทรายขาวจั๊ว

เที่ยว 5 เกาะพม่า น้ำใสกิ๊ง ทรายขาวจั๊ว

เมื่อใจมันเซ ทะเลคือจุดหมาย … คราวนี้เราขอเอาใจคนโสด คนนก คนอกหักปี 2018 พาไปพักกาย พักใจ กับ 5 เกาะพม่า ฝั่งทะเลอันดามัน ที่น้ำโคตรใส และวิวโคตรสวย ที่สำคัญเดินทางง่าย เพียงนั่งเรือจากฝั่งจังหวัดระนอง แป๊ปเดียวก็ได้ฟิน!!

  1. เกาะ Cock Burn

ไม่ไปไม่ได้แล้ว เกาะค๊อคเบิร์น (Cock-Burn Islands)  เกาะเปิดใหม่แห่งทะเลพม่า ที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ น้ำใสกิ๊ง หาดทรายขาวละเอียด เนียนนุ่มเท้า และฟินขีดสุดกับอาณาจักรปะการังใต้ท้องทะเล แหวกว่ายไปพร้อมฝูงปลาหลากสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นปลาสินสมุทรลายฟ้า ปลานีโม่ ปลาหูช้าง ปลานกแก้ว

จุดเด่นคือมีทะเลแหวกเล็กๆ เป็นสันทรายตัดกลางเกาะ เมื่อน้ำลงก็สามารถเดินไปถ่ายรูปเก๋ๆ อวดโซเชียลว่าฉันมาเกาะค๊อกเบิร์นแล้วนะ หรือออกกำลังกายสักนิดปีนขึ้นไปบนจุดชมวิว 360 องศา ซึ่งสามารถมองเห็นแนวรัศมีน้ำตื้นสะท้อนแสงแดดระยิบระยับเป็นแนวยาวสุดสายตา และอ่าวทะเลแหวกสองฝั่งประกบกัน สวยจับใจ

*******************************************************************

  1. เกาะมุก

อีกหนึ่งเกาะสวาทหาดสวรรค์ของประเทศพม่า นั่นคือ เกาะมุก (Pearl Island) หรือชื่อตามภาษาพม่าก็คือ เกาะพินสา ถ้ามองภาพจากมุมสูง รูปร่างของเกาะจะมีความคล้ายกับไดโนเสาร์ มีความสงบ เป็นส่วนตัว และธรรมชาติยังบริสุทธิ์ อุดมสมบูรณ์ ด้วยความเป็นเกาะเปิดใหม่ได้ไม่นาน เหมาะสำหรับใครที่ต้องการหาสถานที่พักผ่อน หนีฝุ่นเมืองกรุงมานั่งริมชายหาด ทอดสายตามองทะเลกว้างไกล สูดอากาศสดชื่นเต็มปอด หรือด่ำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลลึก เยี่ยมเยียนบ้านน้องนีโม่ ซึ่งมีเยอะมากๆ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร

*******************************************************************

  1. เกาะนาวโอพี

เกาะนาวโอพี (nyaungoophee) ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์แห่งทะเลพม่า ดื่มด่ำกับน้ำทะเลสีฟ้าใส ที่ไล่เฉดสีความเข้มตามระดับความลึกของน้ำทะเล หาดทรายขาวละเอียด ที่เขาว่านุ่มเหมือนแป้ง วิวทิวทัศน์สวยหลักล้าน ที่ต่อให้ยืนมองทั้งวันก็ไม่เบื่อ

ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน เพราะเป็นเกาะส่วนตัว บนเกาะมีมีเพียงรีสอร์ทเดียวที่บริการห้องพักแบบบังกะโลทั้งหมด 20 หลัง มาถึงถิ่นแล้วอย่าพลาดดำน้ำดูปะการังหลากสี โบกมือทักทายฝูงปลานีโม่ ชมแมงกระพรุนยักษ์ หรือพายเรือคายัค สัมผัสน้ำทะเลใสราวกระจกสะท้อนแสง

*******************************************************************

  1. เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต

ที่เห็นเป็นภาพทะเลรูปหัวใจนี้ คือ เกาะค๊อกคอม (Cock’s Comb Island) หรือเรียกสวยๆ แบบไทยว่า เกาะหัวใจมรกต เป็นเกาะหินปูน ไม่มีชายหาด การเข้าไปข้างในได้ต้องอาศัยการดำน้ำ โดยลอดผ่านช่องใต้หินปูน จึงต้องระมัดระวังอย่างมาก

เกาะค๊อกคอม ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยปะการังและฝูงปลาสีสันสดใส ใครชื่นชอบการดำน้ำและรักการผจญภัย ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด

*******************************************************************

  1. หมู่เกาะมังกร

หมู่เกาะมังกร หรือหมู่เกาะลัฟโบโร่ (Lord Loughborogh) เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 โดดเด่นด้วยน้ำทะเลสีมรกต ทรายละเอียดนุ่มไม่ระเคืองเท้า เหมาะกับการดำน้ำแบบ snorkeling มากๆ ประกอบไปด้วย 3 เกาะหลัก ได้แก่

  1. เกาะลอร์ดแฮฟเว่น (Lord Heaven Island) สามารถทะลุไปอ่าวเล็กๆ ชื่อ Shark Bay ด้านหลังเกาะได้ มีโขดหินเรียงรายสวยงาม และน้ำทะเลใสมองเห็นทะลุถึงเบื้องล่าง
  2. เกาะลัฟโบโร่ (Lord Loughborogh) ตรงหน้าอ่าวเรียกว่าSleeping Dragon หรืออ่าวมังกรหลับ มีจุดชมวิวมุมสูง ที่ต้องเดินเท้าขึ้นไปบนโขดหิน เมื่อมองลงมาจะเห็นชายหาดโค้งสวย และลักษณะของเกาะที่เหมือนมังกรหลับ ดูแปลกตา ส่วนด้านหลังเกาะจะเป็นหน้าผาสูง ถ่ายรูปออกมาได้ฟิลเหมือนอยู่ยุโรป
  3. อ่าวดราก้อนเนส (Dragon Nest) หรือรังมังกร อยู่ฝั่งตรงข้าม เกาะลัฟโบโร่บริเวณนี้น้ำทะเลก็น่าเล่นไม่แพ้กัน

เป็นโสดแล้วไง อย่าได้แคร์ ไปเที่ยวคนเดียวก็ชิลล์ได้ อย่ารอช้า เก็บกระเป๋าดีกว่า ไปนอนแช่น้ำฟินๆ ดูทะเล ปู ปลา ปะการัง ให้ลืมเหงา ลืมเศร้า กันเลย

ขอบคุณรูปภาพจาก : Grande Travel, Love Andaman, teamranongtravel

 

ภูมิใจในไทย ใส่ผ้าไทยท่องโลก กับ “แพรี่พาย”

ภูมิใจในไทย ใส่ผ้าไทยท่องโลก กับ “แพรี่พาย”

หากพูดถึงบิวตี้บล็อคเกอร์ชื่อดังอย่าง “แพรี่พาย” หรือ “แพร- อมตา จิตตะเสนีย์” แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงทริคการแต่งหน้า หรือคลิปสอนแต่งหน้าต่างๆของเธอเป็นอันดับต้นๆ แต่หารู้ไม่ว่า การแต่งตัวแบบไทยๆ ใส่ผ้าไหมไทยไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ของสาวมากความสามารถหน้าอินเตอร์อย่างแพรี่พายนั้น ก็โดนใจชาวโซเชี่ยลไม่น้อย ลองมาส่องแฟชั่นผ้าไหมไทย กับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆของสาวแพรี่พายกัน

วัดภูมินทร์ จ.น่าน

เบื้องหลังเป็นภาพเขียนกระซิบรักของปู่ม่าน-ย่าม่าน

ภูมินทร์ : Wat Phumin – อ.เมือง ที่เที่ยว จ.น่าน

รูปนี้ คุณแพรี่พายบรรยายใต้ภาพว่า อ.เมือง ที่เที่ยว จ.น่าน ตำนานสุดโรแมนติกของปูย่าม่านกระซิบรักกันส่วนเรากระซิบแม่ (มี้จ๋า ขอตังค์หน่อย) “ผ้าซิ่นที่แพรใส่อยู่นั้นเป็นลายปู่ม่าน ส่วนของคุณแม่เป็นลายย่าม่านค่ะ ทั้งเมืองเต็มไปด้วยความรักจริงๆค่ะ มีศิลปินมากมายได้นำแรงบันดาลใจมาสร้างสรรค์ผลงานกันต่อ ขออนุญาตนำรูปมาแชร์ให้เพื่อนๆมาได้ชมนะคะ จบรูปสุดท้ายด้วย ตะโกนบอกรักด้วยภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ”

วัดมิ่งเมือง จ.น่าน

*********************************************************************

กาแฟบ้านไทลื้อ – ลำดวนผ้าทอ

หากไปเที่ยว จ.น่าน แล้วต้องการแวะซื้อของฝาก ผ้าทอ ลองแวะที่ “ลำดวนผ้าทอ กาแฟไทลื้อ” อยู่ที่ อ.ปัว จ.น่าน จะเป็นผ้าทอเมืองน่าน, ผ้าไทลื้อ, ผ้าทอพื้นเมือง, ชุดเสื้อผ้าสำเร็จรูปสไตล์พื้นเมือง และของฝาก ของที่ระลึก ในราคาย่อมเยา ส่วน ร้านกาแฟไทลื้อ ตั้งอยู่ด้านข้างๆ ร้าน เป็นซุ้มไม้ ตกแต่งสไตล์ไทลื้อ

*********************************************************************

วัดไชยวัฒนาราม จ. อยุธยา

ขึ้นรถไฟ 15 บาทไปเที่ยวอยุธยา

*********************************************************************

วัดพระแก้ว

*********************************************************************

พระราชวังหลวง (City Palace), จัยปูร์ ประเทศอินเดีย

*********************************************************************

ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอแจแปน โอซาก้า

*********************************************************************

ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์

เป็นยังไงบ้างกับบิวตี้บล็อคเกอร์พาเที่ยว ใส่ผ้าไหมไทยไปเที่ยวแบบคุณแพรี่พายก็เก๋และชิค มีสไตล์ไม่น้อย

*********************************************************************

ขอบคุณรูปภาพจาก Instagram pearypie, Facebook pearypiemakeupartist

หนีร้อน หลบฝน มุ่งสู่ 9 ที่เที่ยวต่างประเทศ น่าไปในเดือนพฤษภาคม

9 ที่เที่ยวต่างประเทศ
น่าไปในเดือนพฤษภาคม

ย่างเข้าเดือนพฤษภาคมกันแล้ว ใครที่ชีพเจ้าลงเท้า แอบส่องราคาตั๋วเครื่องบินเวลาทำงานทุกวัน แต่ก็ยังไร้แพลนว่าจะไปไหนดี เราได้รวบรวม 9 ที่เที่ยวต่างประเทศ ที่หมาะสุดๆ กับการไปเยือนในเดือนพฤษภานี้ เพราะดีทั้งอากาศ ดีทั้งวิว ที่พักก็ถูก แถมมีงานอีเวนท์ คอนเสิร์ต รอคุณไปสนุกสนานอยู่เพียบ ไปดูกันเลยว่าจะมีเมืองไหน ประเทศใดบ้าง

  1. แอชวิลล์, รัฐนอร์ทแคโรไลน่า

เดือนพฤษภาคม นับเป็นเดือนที่เหมาะแก่การไปเที่ยวเมืองที่รายล้อมไปด้วยขุนเขา อย่าง เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลน่า สหรัฐอเมริกา ที่นั่น คุณจะได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังเป็นสวรรค์ของคนที่รักในเสียงดนตรี รักการจิบเบียร์เย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ ที่สำคัญคือ มาเที่ยวในเดือนพฤษภาคมนี้ ยังได้สนุกกับเทศกาล LEAF Festival (10-13 พฤษภาคม) และ Montford Music and Arts Festival (19 พฤษภาคม)

************************************************************

  1. เมมฟิส, รัฐเทนเนสซี

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในการกินแล้วล่ะก็ เมืองเมมฟิสนี่แหละ เวิร์คสุดๆ บาร์บีคิวที่นี่เริ่ดมากๆ ยิ่งเนื้อซี่โครงนี่ฟินสุดๆ และถ้าใครที่เป็นแฟน Elvis ด้วยแล้ว ต้องไม่พลาดมาเยือน เกรซแลนด์ (Graceland) คฤหาสถ์หลังงามของราชาร็อคแอนด์โรลล์ ที่พำนักสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของ เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) ทั้งสิ้น

Graceland

Credit : mrfood

อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดเลยก็คือเทศกาล Memphis in May International Festival ที่จัดขึ้นปีละครั้ง ระหว่างวันที่ 4 – 26 พฤษภาคม โดยภายในงานจะมีการแสดงดนตรี ศิลปะ และการแสดงที่ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ภายในงานยังจะมีการประกวดทำบาร์บีคิว อีกหนึ่งการประกวดที่โด่งดังระดับโลก ที่รับรองว่าสายกินต้องเลิฟมากแน่ๆ

************************************************************

  1. อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone)
    สหรัฐฯ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเที่ยวธรรมชาติแล้วล่ะก็ ที่นี่ก็ตอบโจทย์มากๆ เพราะ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน แห่งนี้ นับเป็นอุทยานแห่งแรกของโลกและของสหรัฐอเมริกา มีบ่อน้ำร้อนและน้ำพุร้อนรวมกันมากกว่า 10,000 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมายเช่น หมีกริซซี่ (Grizzy Bear) หมีดำ (Black Bear) ควายป่าไบซัน กวางมูส (Moose) กวางเอลค์ (Rocky Mountain Elk) แพะภูเขา บิ๊กฮอร์น (Bighorn sheep) แมวปา (Lynx)

************************************************************

  1. แวนคูเวอร์, ประเทศแคนาดา

เหตุผลที่ทำให้แวนคูเวอร์ กลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ไปเยือนแคนาดาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็คือวัฒนธรรมอันโดดเด่นและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมไปถึงอาหารหลากหลายชนิด

อีกอย่าง อากาศช่วงนี้ก็กำลังดี พอให้ไปเดินเล่นฟินๆ กันที่ สวนสาธารณะสแตนเลย์ (Stanley Park) หรือไปชมงานศิลป์สวยๆ ในแกลเลอรี่ ฟังเพลงเพราะๆ เดินดูของทำมืออาร์ตๆ กินอาหารแสนอร่อย กันที่ แกรนด์วิลล์ ไอซ์แลนด์ (Grandville Island) ถ้ายังไม่จุใจก็ไปเดินเล่นกันต่อที่ แกสทาวน์ (Gastown) สัมผัสเสน่ห์ของไชน่าทาวน์อีกแห่งที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา

************************************************************

  1. กุสโก, ประเทศเปรู

เดือนพฤษภาคม นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวเมืองกุสโก (Cusco) เมืองหลวงเก่าของจักรวรรดิอินคา เมืองนี้ยังเป็นทางผ่านไปยัง มาชูปิกชู ซากอารยธรรมโบราณที่ องค์กรยูเนสโก ประกาศให้เป็นมรดกโลก ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในใจของใครหลายๆ คน นอกจากนี้ มาเที่ยวเมืองกุสโก ยังจะได้สัมผัสกับความสวยงามของโบสถ์แบบโคโลเนียล และกลิ่นอายความเป็นอยู่ของคนในจักรวรรดิเก่าแก่อย่างอินคาอีกด้วย นับเป็นสวรรค์ของคนรักประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

************************************************************

  1. ริโอ เด จาเนโร, ประเทศบราซิล

เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวที่นี่เริ่มซา ราคาห้องพักก็เริ่มถูกลง เดินเล่นชิลล์ๆ ที่ชายหาดอิปานีมา ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ แถมยังไม่ต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ยิ่งถ้าเป็นคอบอลแล้วล่ะก็ อย่าลืมเช็ครอบแข่งที่สนามกีฬามารากานังด้วยล่ะ เพราะมีแมตช์เจ๋งๆ รออยู่ตลอดทั้งเดือน

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังมาก ก็คือ รูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer นับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ด้วย

************************************************************

  1. ลิสบอน, ประเทศโปรตุเกส

ลิสบอน เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกสแห่งนี้ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุด colorful แหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ ถนนหนทางสวยๆ มาเที่ยวช่วงนี้อากาศกำลังดี เหมาะแก่การไปเดินทอดน่องเพลินๆ ริมทะเลอย่าง หาดกุนโช (Guincho Beach) เป็นชายหาดในมหาสมุทรแอตแลนติกที่สวยที่สุดของโปรตุเกส  แล้วก่อนกลับก็อย่าลืมไปเช็คอิน ชมวิว ถ่ายรูปเก๋ๆ กันที่แลนด์มาร์คสำคัญ อย่าง Belém Tower เป็นหอคอยริมแม่น้ำเทกัส (Tagus) สร้างด้วยหินอ่อน มีความสูงกว่า 30 เมตร

หอคอยบีเล็ม (Belém Tower)

************************************************************

  1. ฟลอเรนซ์, ประเทศอิตาลี

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบเสพงานศิลป์สวยๆ ชอบเที่ยวไปกินไปเพลินๆ แล้วล่ะก็ ฟลอเรนซ์ ก็นับเป็นอีกเมืองที่ต้องไปเยือนให้ได้ ที่นี่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลก เต็มไปด้วยโบสถ์สวยๆ หากมาเที่ยวในเดือนพฤษภาคม แน่นอนว่าจะได้เสพงานศิลป์ ท่ามกลางเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมมากมายให้เลือกกันนับไม่ถ้วน

สะพานเวคคิโอ (Ponte Vecchio)

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ เช่น สะพานเวคคิโอ (Ponte Vecchio) ถือเป็นสะพานที่เก่าแก่สุดของเมือง เพราะอยู่มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกที่หนึ่งคือ มหาวิหารซานตา โครเซ่ (Basilica di santa Croce) ภายในเป็นที่ฝังศพของ ไมเคิลแองเจโล และกาลิเลโอ รวมถึงบุคคลชาวอิตาลีในช่วงเวลา 500 ปี อีกหลายคน

************************************************************

  1. บูดาเปสต์, ประเทศฮังการี

บูดาเปสต์ เมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่ผสมผสานทั้งสถาปัตยกรรมรูปแบบเก่า และแบบสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์สตีเฟน, อาคารรัฐสภาฮังการี ใกล้ๆ กับรัฐสภายังมี สะพานเชน (Chain Bridge) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำดานูบ ที่อนุญาตให้เดินข้ามได้ในเวลากลางคืน ขอบอกเลยว่าวิวยามค่ำสวยงามจับใจ แต่ทริปบูดาเปสต์จะสมบูรณ์ไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้ไปแช่อ่างน้ำร้อน (Thermal Baths) กิจกรรมไฮไลท์เด็ดของเมือง

เป็นยังไงกันบ้างกับที่เที่ยวที่เรานำมาเสิร์ฟกันวันนี้ ที่ไหนโดนใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เพื่อนๆ ก็จองตั๋วแล้วไปจัดกันเลยด่วนๆ รับรองว่าวันหยุดธรรมดาๆ จะกลายเป็นวันที่แสนวิเศษเชียวล่ะ

Source : businessinsider