10 ประเทศตามล่าแสงเหนือ ต้องไปสักครั้งก่อนตาย!

ปรากฏการณ์ “แสงออโรร่า” หรือที่หลายคนเรียกันว่า แสงเหนือ, แสงใต้ นั้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติสุด Unseen ที่บอกเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปชมและสัมผัสให้ได้! ซึ่งจะพบเห็นได้ในแถบขั้วโลกเหนือ และในช่วงฤดูหนาว โดยทาง TourKrub.co ได้รวบรวม 10 สถานที่ตามล่าแสงเหนือ มาให้เราได้ดูกัน

10 ประเทศตามล่าแสงเหนือ
ต้องไปสักครั้งก่อนตาย!

  1. ประเทศสวีเดน (SWEDEN) 

จุดที่ดีที่สุด : Kiruna, Abisko, Swedish Lapland

ด้วยสภาพอากาศแบบเฉพาะตัวของพื้นที่ ในสวีเดนนั้นได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าเป็นจุดชม”แสงเหนือ”ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะ “Torneträsk Lake” ทะเลสาบที่มีความยาวถึง 70 กม. ใกล้ๆกับอุทยานแห่งชาติอาบิสโก้ ที่มีท้องฟ้าโปร่งๆเหมาะสำหรับการชมแสงเหนือเป็นอย่างมาก

  1. ประเทศรัสเซีย (RUSSIA)

จุดที่ดีที่สุด : Murmansk, Siberia, Kola Peninsula

ในทางตอนเหนือของรัสเซีย คือจุดที่คุณจะมีโอกาสที่จะได้พบกับ “แสงเหนือ” อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือง Murmansk ใกล้ๆกับ The Kola Peninsula  รัสเซียถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้เราได้พบกับแสงเหนือ

นอกจากนี้ ประเทศรัสเซีย คนไทยสามารท่องเที่ยวได้ถึง 30 วันโดยที่ไม่ต้องทำหารขอวีซ่า อาจจะเป็นทริปเริ่มต้นสำหรับใครหลายๆ คนที่กำลังอยากไปชมแสงเหนือ ไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่า..

  1. ประเทศไอซ์แลนด์ (ICELAND)

จุดที่ดีที่สุด : Þingvellir National Park, Kirkjufell , most of the country

หลบออกจากแสงสีในเมืองหลวงแล้วมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ ที่ซึ่งแผ่นดินของสหรัฐอเมริกากับยูเรเชียนมาบรรจบกันจนเกิดเป็นหุบเขาขึ้นมา และส่วนที่ทำให้ไอซ์แลนด์ต่างจากประเทศอื่นก็คือคุณสามารถที่จะมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือได้แทบทุกที่ภายนอกเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อย่าง “เรคจาวิค” (Reykjavik)

  1. ประเทศฟินแลนด์ (FINLAND)

จุดที่ดีที่สุด : Luosto, Nellim, Utsjoki, Ivalo, Kakslauttanen ,lapland

มุ่งหน้าสู่ ลูสโต (Luosto) ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ และเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้เจอกับ”แสงเหนือ”แบบตัวเป็นๆเราแนะนำ “Hotel Aurora” โรงแรมที่จะสัญญาณเตือนดังขึ้นเพื่อเรียกคุณออกไปชมเมื่อเกิดปรากฏการณ์ขึ้น หรืออาจจะไปที่สถานที่มีดาวสวยๆอย่าง “เมืองเนลลิม” ใกล้ๆกับ “ทะเลสาบอินารี” ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศฟินแลนด์ก็ยังได้

     5.รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา (ALASKA)

จุดที่ดีที่สุด : Anchorage, Fairbanks, Denali, the Yukon

หากอยู่ในเขตที่เรียกว่า “The Zone”แล้วล่ะก็ แทบจะการันตีได้เลยว่าเราจะได้พบกับ”แสงเหนือ” อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นออกจากเมืองให้ไวแสงเหนือรออยู่ข้างนอกแล้ว ><

  1. ประเทศแคนนาดา (CANADA)

จุดที่ดีที่สุด : Calgary, Ontario, Yukon Territory, Manitoba

พื้นที่รอบๆ ทะเลสาปพริสไทน์ (pristine Lake) ทางด้านเหนือของออนทาริโอ (Ontario)และเมืองเล็กอย่าง ทุนดรา (tundra) ที่แห่งนี้จะสามารถมองเห็น”แสงเหนือ”ได้ไกลถึงชายแดนฝั่งใต้ของสหรัฐอเมริกา แต่เชื่อเถอะว่าอยู่ฝั่งแคนาดาเนี่ยคือที่นั่งแถวหน้าสำหรับการชมปรากฏการณ์นี้แล้ว

  1. ประเทศนอร์เวย์ (NORWAY)

จุดที่ดีที่สุด : Svalbard, Alta, Svalbard, Finnmark

เมือง Tromso ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม สำหรับการไปดูแสงสีเขียวที่น่าทึ่งแบบนี้ แถมยังมีทางเลือกมากกว่าที่อื่นคือการนั่งเรือไปรอบๆ ชายฝั่ง ด้วยเรือ “Hurtigruten” ที่จะปลุกเราเมื่อเกิดปรากฏการณ์”แสงเหนือ”ขึ้น

  1. ประเทศกรีนแลนด์ (GREENLAND)

จุดที่ดีที่สุด : Kulusuk, Ammassalik , Kuuk

ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ “กรีนแลนด์“ เป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ต้องการมาตามล่า”แสงเหนือ” เพราะถึงจะไม่ได้พบกับแสงเหนือ แต่การได้เห็นวิวทิวทัศน์ของที่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ข้อดีอีกอย่างของกรีนแลนด์ก็คือที่นี่จะสามารถรับชม”แสงเหนือ”ได้เกือบจะทั่วประเทศเลย เรียกว่าไม่พลาดแน่ๆถ้ายังไม่หลับนะ

  1. ประเทศสก็อตแลนด์ (SCOTLAND)

จุดที่ดีที่สุด : Aberdeen, Isle of Skye, Northern Highlands, Dunnet Head

แม้ว่าส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุ หมอก และเมฆ อย่างสก็อตแลนด์จะไม่ใช่ที่ๆเหมาะแก่การดูท้องฟ้ามากนัก แต่ในช่วงฤดูหนาวที่ฟ้าเริ่มเปิดที่นี่คืออีกหนึ่งแห่งที่จะมอบโอกาสชม”แสงเหนือได้เป็นอย่างดีเลย

  1. ประเทศเดนมาร์ก (DENMARK)

จุดที่ดีที่สุด : rubjerg knude Faroe Islands archipelago.

แม้ว่าเดนมาร์คจะเป็นหนึ่งใน หมู่เกาะอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุก็ตาม ที่นี่ก็ยังมีหมู่เกาะ Faroe ที่สามารถล่าแสงเหนือได้อีกที่หนึ่ง

ทัวร์ชมแสงเหนือ : http://bit.ly/2feEZQQ
จองและสอบถามข้อมูลได้ที่ : 02-013-5335
ติดตามอัพเดตแพ็คเกจใหม่ๆได้ที่ Line Official: @Tourkrub.co

เว็บไซต์ : https://tourkrub.co/

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook TourKrub.co

 

รับส่วนลด 500 บาท! เมื่อพักที่ ลันตา ปุระ บีช รีสอร์ท (Lanta Pura Beach Resort) เกาะลันตา จ.กระบี่  

ลันตา ปุระ บีช รีสอร์ท (Lanta Pura Beach Resort) เกาะลันตา จ.กระบี่

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

ลันตา ปุระ บีช รีสอร์ท (Lanta Pura Beach Resort) เกาะลันตา จ.กระบี่ รีสอร์ทหรูริมชายฝั่งทะเลอันดามัน บนเกาะลันตา ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นให้บริการห้องพักทั้งหมด 108 ห้อง ทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ระเบียงส่วนตัว อินเทอร์เน็ตไร้สาย ตู้นิรภัย อ่างจากุชชี่ รวมไปถึงร้านอาหาร ที่จอดรถ และบริการซักรีด ส่วนสระว่ายน้ำของที่นี้มีทั้งหมด 3 สระ ซึ่งเป็นสระเด็ก 1สระ มีบาร์ริมสระให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาริมสระได้อย่างเพลิดเพลิน และทางรีสอร์ทก็ยังมีการนวดบำบัดให้บริการเช่นกัน ในส่วนของห้องอาหาร ทางรีสอร์ทมีบริการเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ส่วนอาหารกลางวันและเย็นสามารถสั่งเป็นเซ็ทเมนูหรือจานเดียวได้

ระบบขนส่งสารธารณะที่ใกล้รีสอร์ทที่สุด คือ ท่าเรือ ที่อยู่ห่างจากรีสอร์ทไปเพียงแค่ 300 เมตร ห่างไปไม่ไกลยังมีศูนย์การค้า ธนาคาร ร้านอาหารทะเล ตลาดกลางคืน ศูนย์สุขภาพ โรงเรียน วัด และสถานีตำรวจ เรียกว่าอยูู่ใจกลางแหล่งชุมชนบนเกาะลันตาเลยทีเดียว นอกจากนั้น ยังมีบริการทัวร์มากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นทัวร์เกาะรอก ทัวร์ 4 เกาะ ทัวร์ดำน้ำ ชมปะการัง พายเรือคายัค ตกปลา ฯลฯ ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม รายการทัวร์บางประเภทอาจจะไม่มีให้บริการ

สถานที่ใกล้เคียง – เมืองกระยี่ อ่าวนาง หาดไร่เลย์ เกาะพีพี เกาะยาว เกาะจำ เกาะห้า เกาะปอดะ เกาะไหง เกาะมุก เกาะกระดาย หินแดง หินม่วง

การเดินทาง – สามารถขึ้นเรือมาได้จากเมืองกระบี่ ภูเก็ต เกาะพีพี อ่าวนาง หาดไร่เลย์ เหาะไหง เกาะกระดาน เกาะมุก เกาะจำ เกาะยาว เกาะหลีเป๊ะ และเกาะลังกาวี หรือขึ้นมินิบัสได้จากตัวเมืองกระบี่ อ่าวนาง คลองม่วง เขาสก เขาหลัก ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ตรัง หาดใหญ่

ตัวอย่างห้องพัก

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น

-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon

-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ

-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก

-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-100-7008 เท่านั้น

-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้

-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 30 มิ.ย. 61

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/koh-lanta/lanta-pura-beach-resort.html

7 ข้อควรรู้ก่อน ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น สนุกได้ปลอดภัยด้วย

7 ข้อควรรู้ก่อน ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
สนุกได้ปลอดภัยด้วย

เดี๋ยวนี้ถ้าอยากไปญี่ปุ่น ไม่ต้องง้อทัวร์แล้วค่ะ เดินทางแสนง่าย มีระบบคมนาคมที่ไฮเทคและเชื่อมโยงทั่วถึง แต่บางครั้งถ้าเราอยากเที่ยวนอกตัวเมือง อย่างเกาะฮอกไกโด หรือ โอกินาว่า ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งบ้านเขากับบ้านเรา การขับรถก็คล้ายๆ กัน คือพวงมาลัยอยู่ด้านขวา และขับเลนซ้ายเป็นหลัก อีกทั้งหลายสายการบินก็ออกโปรโมชั่นมากระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนคนชอบเที่ยวกันอยู่บ่อยๆ ยิ่งถ้าไปกันหลายคน คุ้มมากๆ อะ

ถ้าอย่างนั้นเราต้องทราบ 7 ข้อควรรู้ก่อนขับรถเที่ยวญี่ปุ่น กันก่อนค่ะ เพื่อตลอดทริปเที่ยวของคุณ เป็นไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย

  1. ใบขับขี่สากล

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น อย่างแรกที่ควรมีก็คือ ใบขับขี่สากล หรือใบขับขี่ระหว่างประเทศ เพียงยื่นเอกสารตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดมาก็สามารถรับใบขับขี่สากลเพื่อเตรียมตัว ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ได้เลย โดยจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 505 บาทเท่านั้น

  1. กฏจราจรและมารยาทเบื้องต้น

  • รถในญี่ปุ่นจะมีพวงมาลัยอยู่ด้านขวา
  • คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • ประเทศญี่ปุ่นขับรถช่องเลนซ้ายเป็นพื้นฐาน
  • รถที่จะเลี้ยวขวาต้องรอก่อน ให้รถทางตรงหรือรถเลี้ยวซ้ายไปให้หมดก่อน
  • ที่ญี่ปุ่นไม่มีเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดต้องรอสัญญาณไฟเว้นแต่จะมีป้ายบอก
  • ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรและป้ายจราจรอย่างเคร่งคัด
  • ระวังเรื่องอัตราความเร็วของรถยนต์ ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ระวังในพื้นที่ห้ามแซง
  • หยุดรถให้สนิท ที่ป้ายสัญญาณหยุดรถ และ ที่ด้านหน้าทางข้ามรถไฟ
  • ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคนเดินเท้ามาเป็นอันดับแรกถ้าเห็นคนจะข้ามถนนที่ทางม้าลาย ต้องหยุดรถให้คนข้ามก่อนไม่ว่าจะมีไฟแดงหรือไม่ ถ้าคนเดินเท้าได้รับอันตราย ผู้ขับขี่จะมีความผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้
  • ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ขณะขับรถยนต์
  • ขอเตือนว่าค่าปรับจราจรที่ญี่ปุ่นโหดมาก หากฝ่าฝืนจอดรถในที่ห้ามจอด รถของคุณอาจอัตรธานไปอยู่ที่โรงพัก และต้องเสียค่าปรับมากถึง 15,000 บาททีเดียว
  1. ป้ายจราจร

สัญลักษณ์ส่วนมากจะเป็นสากล เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันทั่วโลก เช่น ถนนลื่น ห้ามจอด เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เป็นต้น แต่ก็มีบางสัญลักษณ์ที่มีภาษาญี่ปุ่นประกอบ อย่างป้ายหยุด ซึ่งบางครั้งอาจพบเห็นตัวอักษรเหล่านี้บนพื้นถนน แต่ไม่ปรากฏบนป้าย จึงควรจดจำไว้จะได้ไม่สับสน

  1. สัญญาณไฟจราจร

ขับรถมาเรื่อยๆ เจอสัญญาณไฟสีเหลืองขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องหยุดทันที ส่วนไฟแดงหมายถึงหยุดมาสักพักแล้วและยังคงหยุดอยู่ นอกจากนี้ยังมีลูกศรสีเขียวชวนงงบนสัญญาณไฟจราจร ซึ่งหลายๆ แยกในญี่ปุ่นมักเปิดไฟเขียวเลี้ยวขวาพร้อมกับฝั่งตรงข้ามที่เปิดไฟเขียวตรงมา ที่นี้ก็ต้องรอรถทางตรงไปหมดก่อน ถึงจะเลี้ยวขวาได้

ถึงแม้แถวบนจะเป็นไฟแดง แต่ถ้าแถวที่สองเป็นไฟเขียว เราก็สามารถเดินรถไปตามลูกศรได้ทันที

  1. GPS ในรถยนต์ ตัวช่วยกันหลง

นอกจาก Google Map แล้ว GPS ในรถยนต์ก็จำเป็นต่อการท่องเที่ยวเหมือนกัน ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาที่ใช้ในการพิมพ์เลย เพราะเพียงใส่เบอร์โทรศัพท์ของจุดหมายปลายทาง ก็สามารถระบุตำแหน่งได้แล้ว เยี่ยมสุดๆ

  1. บัตร ETC card ขึ้นทางด่วน

บัตรทางด่วน ETC card มีสองแบบ คือ แบบตัดเงินตามระยะทาง และแบบเหมาจ่าย ไม่จำกัดเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เราผ่านด่านทางด่วนได้อย่างรวดเร็ว ลักษณะการใช้งานคล้ายกับการใช้ Easy Pass ในบ้านเรา โดยต้องติดเครื่องรับบัตรไว้ในรถเช่าก่อน

  1. ปั๊มน้ำมันแบบบริการตัวเอง

ปั๊มน้ำมันในประเทศญี่ปุ่นมีทั้งแบบ พนักงานเติมให้ และเติมด้วยตัวเอง ถ้าแจ๊คพอตเจอปั๊มที่ไร้วี่แววพนักงาน แถมไม่มีภาษาอังกฤษบอกอีก มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  • หลังจากดับเครื่องยนต์เรียบร้อย ก็เลือกประเภทน้ำมัน ระบุจำนวนที่ต้องการเติม และวิธีการชำระเงิน (เงินสด/เครดิตการ์ด)
  • แตะแผงป้องกันไฟฟ้าสถิต เพื่อกำจัดไฟฟ้าสถิตในตัวเราออกไป เปิดฝาถัง และหยิบหัวฉีดที่ต้องการจะเติมใส่เข้าไป
  • บีบตรงที่จับหัวปุ๊มน้ำมัน เพื่อให้น้ำมันไหลออกมา  รอจนมันหยุด
  • ใส่หัวฉีดกลับเข้าที่เดิม และชำระเงินตามประเภทที่เลือกไว้ รอรับใบเสร็จจากเครื่อง พร้อมเงินทอน

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลบางส่วน: chillchilljapan, sugoijp.com, japanaru.blogspot, visitokinawa, jnto.or.th