เที่ยวซากะ ญี่ปุ่น กับ 12 เดือน 12 เทศกาล

“เที่ยวล่าสุด” ชวนตะลุยเมืองซากะของญี่ปุ่น

พาชม 12 เดือน 12 เทศกาล ในอารมณ์ที่แตกต่าง

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวในญี่ปุ่น หลายๆ คนคงจะนึกถึง โตเกียว ฮอกไกโด โอซาก้า ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่นอกนอกจากเมืองท่องเที่ยวเหล่านี้ ประเทศญี่ปุ่นยังมีจังหวัดเล็กๆ โดยรอบที่น่าท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งหนึ่งในจังหวัดที่ “หนังสือเที่ยวล่าสุด” จะพาไปรู้จัก ได้แก่ ซากะ (Saga) จังหวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือบนเกาะคิวชู มีพื้นที่ประมาณ 2,400 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 830,000 คน ซึ่งมักจะถูกมองเป็นเพียงจังหวัดทางผ่านของสายรถไฟ แต่แท้จริงแล้วซากะเป็นจังหวัดที่มีความน่าสนใจและแฝงไปด้วยมนตร์เสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ อีกทั้งอุดมไปด้วยธรรมชาติทั้งภูเขา ทะเล วัฒนธรรมเก่าแก่ อาหารรสเลิศ และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่สำคัญซากะมีสภาพอากาศที่สดใสเหมาะแก่การท่องเที่ยว โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี จึงทำให้ซากะมีการจัดเทศกาลประจำถิ่นขึ้นทุกเดือนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือน

โดย “เที่ยวล่าสุด ซากะ” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของบริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด กับส่วนบริหารท้องถิ่นเมืองซากะ ประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ข้อมูลในเล่มอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์ของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ และเป็นข้อมูลที่ได้มาจากคนท้องถิ่นที่คนทั่วไปอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน อย่างเช่นที่เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเทศกาลในแต่ละเดือนของเมืองซากะซึ่งให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเลือกมาท่องเที่ยวในฤดูไหนก็สามารถลิ้มรสวัฒนธรรมแห่งซากะได้อย่างจุใจ

 เทศกาล อนจาอนจา

เริ่มต้นกันที่เดือนมกราคมกับ เทศกาล อนจาอนจา [おんじゃおんじゃ] ที่ทุกคนจะนำของประดับปีใหม่จากทั่วเมืองมารวมกันไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อเผาและขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนแคล้ว คลาดจากอันตรายใดๆ ตลอดทั้งปี

เทศกาลโคมไฟอุเรชิโนะ อัตตะคะ มัตสึริ

ในเดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ เทศกาลโคมไฟอุเรชิโนะ อัตตะคะ มัตสึริ [うれしのあったかまつり] ที่ตามร้านค้าและท้องถนนจะประดับโคมไฟกระดาษสาอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีการแสดงพื้นเมือง มีอาหารและเครื่องดื่มให้ชิมตลอดทั้งงาน

เทศกาลทัวร์โรงเหล้าคาชิมะ ซาคากุระ ทัวริซึม

เดือนมีนาคม กับ เทศกาลทัวร์โรงเหล้าคาชิมะ ซาคากุระ ทัวริซึม [鹿島酒蔵ツーリズム] สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่ชื่นชอบสาเกไม่ควรพลาดเทศกาลนี้ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเดินช็อปปิ้งสาเกท้องถิ่นจากหลากหลายแบรนด์ ทั้งจากโรงเหล้าในฮิเซ็นฮามาชูกุและจากพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ร่วมสนุกอีกมากมาย

เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาฤดูใบไม้ผลิ

เดือนเมษายนกับ เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาฤดูใบไม้ผลิ ฮารุ โนะ คามาโมโตะชิ [春の窯元市] ที่มีการจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาราคาย่อมเยาภายในหมู่บ้านโอคาวาชิยามะ โดยแต่ละร้านค้าจะตกแต่งร้านด้วยธีมฤดูใบไม้ผลิอย่างสวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว

เทศกาลกีฬากลางโคลน คาชิมะ กาตาลิมปิก

เดือนพฤษภาคมกับ เทศกาลกีฬากลางโคลน คาชิมะ กาตาลิมปิก [鹿島ガタリンピック] หนึ่งในเทศกาลสุดแปลกของเมืองซากะ ที่จะมีการแข่งกีฬาหลากหลายประเภทท่ามกลางโคลนของทะเลอาริอาเกะ ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศสุดสนุกสนาน

เทศกาลชักเย่อ โยบุโกะ โอสึนาฮิกิ

เดือนมิถุนายนกับ เทศกาลชักเย่อ โยบุโกะ โอสึนาฮิกิ [呼子大綱引เป็นเทศกาลชักเย่อครั้งใหญ่แห่งโยบุโกะ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 420 ปี โดยมีความเชื่อว่าเป็นการขอพรให้สามารถทำการเกษตรได้ดี มีพืชผลอุดมสมบูรณ์ และจับปลาได้มากตลอดปี

เทศกาลดอกไม้ไฟประจำฤดูร้อน

เดือนกรกฎาคมกับ เทศกาลดอกไม้ไฟประจำฤดูร้อน คิวชูฮานาบิไทไค [九州花火大会] เทศกาลดอกไม้ไฟสุดตระการตาซึ่งจะมีการจุดดอกไม้ไฟกว่า 6,000 ลูก ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกโรแมนติกสุดๆ

เทศกาลพาเหรด ซาคาเอะ โนะ คุนิ มัตสึริ

เดือนสิงหาคมกับ เทศกาลพาเหรด ซาคาเอะ โนะ คุนิ มัตสึริ [佐賀城下栄の国まつり]รับชมขบวนพาเหรดการแสดงเต้นรำ Sou Odori ประจำท้องถิ่น ซึ่งจะมุ่งหน้าไปยังปราสาทซากะ พร้อมด้วยกิจกรรมรื่นเริงอีกมากมาย

เทศกาลเดนโตเกโน

เดือนกันยายนกับ เทศกาลเดนโตเกโน [伝統芸能まつり] ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมและสัมผัสศิลปะการแสดงพื้นเมืองอันเก่าแก่ คือการเต้น เมงบุริว ที่ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปีศาจออกเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีที่มีเอกลักษณ์สืบทอดกันมาแต่ช้านาน

เทศกาลแข่งบอลลูนเมืองซากะ

เดือนตุลาคมกับ เทศกาลแข่งบอลลูนเมืองซากะ [佐賀インターナショナルバルーンフェスタ] เทศกาลนานาชาติสุดยิ่งใหญ่อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเมืองซากะ มีจุดเริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1980 และเริ่มจัดเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปี ค.ศ. 1989 ปัจจุบันมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 800,000 คน จนกลายเป็นเทศกาลบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากหลากหลายประเทศทั่วโลก นอกจากการแข่งขันบอลลูนแล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงการประดับไฟสร้างสีสันยามค่ำคืนด้วย

เทศกาลคาราสึ กุนจิ

เดือนพฤศจิกายนกับ เทศกาลไฮไลท์ของเมืองซากะที่หลายคนรู้จักกันดีก็คือ เทศกาลคาราสึ กุนจิ [唐津くんち] เป็นเทศกาลแห่งศาลเจ้าคาราสึที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี นับเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการแห่ขบวนโคมลอยฮิคิยามะ รวมทั้งสิ้น 14 ขบวนรอบเมือง เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณเทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

เทศกาลแสดงแสงสีเสียง โยชิโนะการิ ฮิคาริ โนะ ฮิบิกิ

และปิดท้ายด้วย เทศกาลแสดงแสงสีเสียง โยชิโนะการิ ฮิคาริ โนะ ฮิบิกิ [吉野ヶ里 光の響] ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี ถือเป็นเทศกาลเก่าแก่ที่ปฏิบัติกันมาหลายสิบปี เนื่องจากเป็นเทศกาลสักการบูชาพระอาทิตย์ที่จะจัดขึ้นในวันที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุดในรอบปี ภายในงานจะมีการประดับประดาด้วยแสงสีสุดตระการตา และการจุดดอกไม้ไฟกว่า 700 ลูก พร้อมการอวดโฉมของเหล่าบอลลูนที่ส่องสว่างไสวให้ความรู้สึกสวยงามแปลกตาในยามค่ำคืน ถือเป็นงานเทศกาลที่ได้สืบสานประเพณีและน่าตื่นตาตื่นใจมากอีกเทศกาลหนึ่ง

ถึงแม้ว่าซากะ (Saga) จะเป็นจังหวัดเล็กๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่คนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก แต่รับรองว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีเสน่ห์และสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่ หากได้ลองมาสัมผัสจะรู้ว่า ซากะ (Saga) ยังมีอะไรอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวมาค้นหาด้วยตัวเอง และ “หนังสือเที่ยวล่าสุด ซากะ LIMITED EDITION” เล่มนี้ก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับคุณ

 

10 ที่เที่ยวเดือนเมษายน ดับร้อนชุ่มฉ่ำรับซัมเมอร์

10 ที่เที่ยวเดือนเมษายน
ดับร้อนชุ่มฉ่ำรับซัมเมอร์

ในที่สุด ก็เดินทางมาถึงเดือนที่ฮอตที่สุดของปี ที่อุณหภูมิสูงจนปรอทแทบแตก เล่นเอาเหงื่อไหลเป็นกะละมังเลยทีเดียว แต่ก็มีเทศกาลดับร้อนอย่างสงกรานต์ ช่วยให้ชุ่มฉ่ำคลายร้อนกันถ้วนหน้า นอกจากสงกรานต์แล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่พอจะลดดีกรีความร้อนลงได้บ้างเหมือนกัน และเป็นตัวเลือกดีๆ สำหรับใครที่กำลังแพลนไปเที่ยวช่วงหยุดยาว ไปสำรวจดูกันเลย กับ 10 ที่เที่ยวเดือนเมษายน ที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลนะจ๊ะ

  1. ประเพณีปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

ขอบคุณรูปภาพจาก : amazingthaitour

งานประเพณีปอยส่างลอง หรือบวชลูกแก้ว คือ การบรรพชาสามเณรหมู่ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวไต (ไทยใหญ่) ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อชี้ให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนาของชุนท้องถิ่น โดยปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2561 ที่วัดกลางทุ่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน กิจกรรมในงานจะเริ่มตั้งแต่ขบวนแห่ส่างลอง (แห่ครัวหลู่)  ซึ่งเด็กผู้ชายที่เข้าพิธีบรรพชา จะต้องแต่งหน้า ทาปาก ใส่เสื้อผ้าสวยงาม และสวมเครื่องประดับต่างๆ ส่วนชาวบ้านที่ร่วมขบวนจะร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน

*************************************************************

  1. ดอกกัลปพฤกษ์ ริมเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์

ขอบคุณรูปภาพจาก : TAT Sukhothai fanpage

ราวๆ เดือนเมษายนของทุกปี ต้นกัลปพฤกษ์จะพากันผลิดอกสีชมพูหวานแหวว บานสะพรั่งอยู่ริมเขื่อนสิริกิติ์ เหนือทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ที่ได้ฉายาว่า ทะเลสาบสุริยัน-จันทรา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัค หรือถีบจักรยานน้ำ ชมทัศนียภาพรอบอ่าวได้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น หมู่บ้านเรือ, สวนสุมาลัย, พระธาตุกลางน้ำ, พระพุทธสิริสัตตราช (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) เป็นต้น

*************************************************************

  1. อ่าวแสมสาร สัตหีบ

อ่าวแสมสาร สัตหีบ ตัวเลือกของคนอยากเที่ยวทะเลคลายร้อน แต่ไม่อยากเดินทางไกล ที่นี่ประกอบด้วยเกาะหลายเกาะ เช่น เกาะจวง เกาะโรงโขน เกาะโรงหนัง ฯลฯ ลึกลงไปใต้ท้องทะเล ธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์ ให้เราฟินไปกับแนวปะการังสวยๆ ดอกไม้ทะเลหลากสี และฝูงปลานานาพันธุ์ อย่างเจ้านีโม่สุดน่ารัก พระเอกแห่งมหาสมุทร

*************************************************************

  1. อุทยานนกน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง

นอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักดูนกแล้ว ทะเลน้อยยังมีสิ่งน่าสนใจอันโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” โดยในช่วงเช้าเหล่าบัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ เหมาะแก่การล่องเรือชมบัวเพลินๆ พร้อมมีเพื่อนร่วมทางอย่าง นกกระยาง นกอีโก้ง นกนางนวล นกเป็ดแดง นกเป็ดคับแค นกเป็ดผี และอีกหลายชนิด ซึ่งฤดูกาลที่นกชุกชุมที่สุดคือ เดือนมกราคม-เมษายน

*************************************************************

  1. วัดใต้น้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

อุโบสถหลังเก่า ของวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งหากระดับน้ำลดต่ำลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มาเยือนเสมอ ช่วงเวลาที่แนะนำคือ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือหางเรือยาวเที่ยวชมทะเลสาบได้

*************************************************************

  1. แหลมกระทิงจ.ภูเก็ต

จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสุดอันซีน ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวเสน หาดในหาน จ.ภูเก็ต ด้านบนมีวิวทุ่งหญ้าและโขดหินตะปุ่มตะป่ำกระจัดกระจายไปทั่ว สามารถยืนมองทะเลอันดามันได้กว้างไกล 360 องศา มองไปได้ไกลถึงแหลมพรหมเทพฝั่งตรงข้ามนู่น และไฮไลท์เด็ด ‘หินเรือใบ’ เป็นหินประหลาด ยอดแหลมชี้ขึ้นฟ้า รูปร่างคล้ายเรือใบ ที่เขาว่าต้องไปนั่งแอคท่าเท่ๆ ถ่ายรูปสักช็อตสองช็อต

*************************************************************

  1. แก่งบางระจัน จ.เพชรบูรณ์

แก่งบางระจัน เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ และยาวประมาณ 300 เมตร อยู่ใกล้กับลำน้ำเข็ก ติดกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หน่วยหนองแม่นา) มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการพายเรือล่องลำน้ำเข็ก ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด ที่ในหนึ่งปีมีให้ชมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และดงผีเสื้อนับหมื่นตัว ที่บินมาให้เราสัมผัสอย่างใกล้ชิด

*************************************************************

  1. ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านการเวลามาร่วมพันปี จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน บนยอดภูเขาไฟสูงที่ดับสนิทแล้ว หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์

สำหรับประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง จะจัดขึ้นในวันที่ 3-5 เมษายน  จะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นบ้านในตอนกลางวัน ส่วนภาคค่ำจะมีการแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา และชมปรากฏการณ์ แสงพระอาทิตย์ขึ้นลอดผ่าน 15 ช่องบานประตู ในวันที่ 3-5 เมษายน 2561 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

*************************************************************

  1. ล่องแพห้วยกระทิง จ.เลย

อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน หรือ อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง มีความพิเศษกว่าการไปกินและพักผ่อนจากที่อื่น คือ บรรยากาศที่ร่มเย็น ลมโกรกสบายเมื่อลอยเรือแพอยู่กลางอ่างเก็บน้ำ แวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของป่าไผ่และภูเขาที่โอบล้อม สำหรับหน้าร้อนแบบนี้แล้ว มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ พร้อมกับอาหารบ้านๆ ที่แสนจะอร่อยเป็นที่สุด

*************************************************************

  1. ถ้ำผีหัวโต จ.กระบี่

ถ้ำผีหัวโต หรือ ถ้ำหัวกะโหลก อยู่ห่างจากอุทยานธารโบกขรณี ประมาณ 6 กิโลเมตร และห่างจากถ้ำลอดประมาณ 500 เมตร ที่มีชื่อว่า ถ้ำหัวกะโหลก เนื่องจากแต่เดิมภายในถ้ำเคยมีหัวกะโหลกมนุษย์ ที่มีขนาดโตกว่าปกติ นอกจากนี้ บนผนังถ้ำยังปรากฎภาพเขียนสีก่อนสมัยประวัติศาสตร์จำนวนมาก อาทิ รูปคน รูปสัตว์ ฯลฯ สามารถพายเรือแคนูชมทิวทัศน์ป่าชายเลนที่สงบร่มรื่นได้ ค่าเช่าเรือแคนู 1,200 บาทต่อคน รวมอาหารกลางวัน โดยสามารถเช่าเรือได้จากบริเวณท่าเรือบ่อท่อ

หลากหลายสถานที่ท่องเที่ยว หลากหลายทัศนียภาพ และบรรยากาศที่แตกต่างกันไป ใครสนใจเที่ยวแบบไหน ก็จิ้มเลือกเลยค่า

 

6 ที่เที่ยว ใส่ชุดไทย สะบัดสะไบ เที่ยวใกล้กรุงฯ

6 ที่เที่ยว ใส่ชุดไทย
สะบัดสะไบ เที่ยวใกล้กรุงฯ

ถ้าใส่ชุดไทยออกไปเที่ยวในเพลานี้ คงกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว เพราะไม่ว่าสถานที่ไหนๆ ก็ส่งเสริมให้ใส่ชุดไทยแทบทั้งนั้น ด้วยแรงหนุนจากภาครัฐ และกระแสละครบุพเพสันนิวาส ทำให้เราใส่ชุดไทยเดินเที่ยว ถ่ายรูป ได้อย่างไม่เคอะเขิน วันนี้ travel.mthai เลยรวบรวม 6 ที่เที่ยว ใส่ชุดไทย ใกล้กรุงเทพฯ มาให้ดูกัน เผื่อเป็นตัวเลือกดีๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะไปเที่ยวไหนในวันหยุดยาว

  1. เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124
    จ.กาญจนบุรี

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองจำลองย้อนยุคของไทยสมัย รัชกาลที่ 5 ที่เราจะได้ใช้ชีวิตแบบคนในยุคนั้นจริงๆ ทั้งบ้านเรือน อาหาร ของใช้ และภาษาที่ใช้ก็แบบดั้งเดิมกัน  อีกอย่างมุมถ่ายรูปสวยๆ นี่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น สะพานหัน ซึ่งเป็นสะพานไม้พาดข้ามคลอง มีร้านค้าตั้งเรียงรายขายถ้วยโถโอชาม ของกินเล่น และผลไม้อบแห้ง, เรือนไทยริมทุ่งนา, ศาลาริมน้ำ, บ้านเรือนริมน้ำ แุถมเราสามารถใส่ชุดไทยห่มสไบเดินเที่ยวหรือนั่งรถม้าให้เข้ากับบรรยากาศได้อีกด้วย

***********************************************************

  1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
    จ.อยุธยา

หากใครติดตาม ละครบุพเพสันนิวาส คงอยากหยิบชุดไทยในตู้เสื้อผ้า ออกไปเที่ยว วัดไชยวัฒนารามกันบ้างล่ะสิ วัดไชยฯ เป็นโบราณสถานส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา วันนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ หลังจากสมัยของพระเจ้าปราสาททอง และใช้จัดพิธีถวายพระเพลิงศพพระมหากษัตริย์เกือบทุกพระองค์ของอยุธยา ส่วนมุมถ่ายรูปต้องบอกว่าขลังและสวยทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นระเบียงคต พระปรางค์ หรือพระอุุโบสถ

***********************************************************

  1. เมืองโบราณ
    จ.สมุทราปราการ

เมืองโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้านในจำลองแลนด์มาร์คสำคัญๆ ทั่วเมืองไทยไว้มากมาย รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอันเกิดจากจินตนาการของผู้ก่อตั้ง เช่น  เขาพระวิหาร, ปราสาทหินพนมรุ้ง, พระอุโบสถจตุรมุขของวัดภูมินทร์ เป็นต้น แล้วยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำไม่รู้เบื่อ ทั้ง ตลาดน้ำ ล่องเรือ นั่งรถราง ไหว้พระ ปั่นจักรยาน ยิ่งเวลานี้ ทางเมืองโบราณเขาส่งเสริมให้แต่งชุดไทยมาเที่ยว ยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปใช้ชีวิตยุคอดีตอีกครั้ง

***********************************************************

  1. พระนารายณ์ราชนิเวศ
    จ.ลพบุรี

พระนารายณ์ราชนิเวศ หรือ วังนารายณ์ เป็นพระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ล่าสัตว์ ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกเมือง โบราณสถานที่สำคัญ เช่น พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์ฯ , พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท  เป็นพระที่นั่งท้องพระโรง ไว้ต้อนรับคณะราชทูตต่างประเทศ และยังมีในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนภาพประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณรูปภาพจาก : งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

นอกจากนี้ ที่วังนารายณ์ยังใช้เป็นสถานที่จัดงาน แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ทุกคนที่มาจะพร้อมใจกันใส่ชุดไทย เดินเที่ยวอย่างสนุกสนาน ในงานจะมีตลาดย้อนยุค มีให้แลกเงินพดด้วง ไว้จับจ่ายใช้สอยเหมือยสมัยก่อน ถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลพบุรีที่น่าชื่นชม

***********************************************************

  1. อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย

มาถึงเมืองมรดกโลกของไทยอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ที่นี่เราสามารถเช่าจักรยานปั่นเที่ยวชมโบราณสถานรอบๆ ได้ ซึ่่งรวมๆ แล้วทั้งภายนอกและภายในกำแพงเมือง มีโบราณสถานมากกว่า 200 แห่ง เช่น วัดชนะสงคราม วัดตระพังเงิน วัดศรีสวาย  วัดสะพานหิน ทำนบพระร่วง เนินปราสาทพระร่วง และวัดศรีชุม ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ชื่อ “พระอจนะ” เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีมนต์เสน่ห์ชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามากราบสักการะไม่ขาดสาย

***********************************************************

  1. สวนไทย พัทยา
    จ.ชลบุรี

สวนไย พัทยา ที่เที่ยว ใส่ชุดไทย ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 250 ไร่ ซึ่งจะพาเราย้อนไปใช้ชีวิตกินอยู่แบบไทยแท้ เรียนรู้วิถีชีวิตคนไทยทั้ง 6 ภูมิภาค คือ เหนือ กลาง ใต้ อีสาน ตะวันตก ตะวันออก เพลิดเพลินไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมหลายแขนง และอิ่มอร่อยกับอาหารคาวหวาน ผลไม้นานาชนิด

เป็นยังไงกันบ้าง แต่ละสถานที่น่าใส่ชุดไทยสวยๆ ไปถ่ายรูปเนาะ ไม่ว่าจะแต่งเป็นขุนช้างขุนแผน พี่ขุนเดชกับแม่หญิงการะเกด หรือคุณพี่เหมกับลำดวน มันก็คงจะอินมากๆ เลยล่ะ