ทั้งชิมและช้อปจบในที่เดียว เมื่อไปโตเกียวต้องที่ “ชินจุกุ ทาคาชิมายะ”

หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวในโตเกียวแล้ว สองสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “ชิม” และ “ช้อป” ซึ่งห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง ทาคาชิมายะ สาขาชินจุกุ (Shinjuku Takashimaya) ก็เป็นที่ที่สามารถตอบโจทย์บรรดานักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับอาหารรสชาติเยี่ยมแล้ว ยังเต็มไปด้วยสินค้าชั้นนำให้เลือกสรรแบบไม่รู้จบ เรียกได้ว่าเป็นห้างที่ใครไปแล้วก็อยากไปอีก แถมยังอยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

ชิมอาหารเลิศรส ช้อปสินค้าพรีเมี่ยม

ที่ห้าง “ชินจุกุ ทาคาชิมายะ” โตเกียว, ญี่ปุ่น

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ห้างสรรพสินค้าทาคาชิมายะได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ คือการเดินทางที่แสนสะดวกสบาย อยู่ใกล้กับสถานที่ JR Shinjuku เพียงเดินจากประตู New South Gate ออกไปราว 2 นาทีก็ถึง Shinjuku Express Way Bus Terminal จึงสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากสนามบิน

สำหรับแบรนด์ในห้างเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Tiffany, CHANEL รวมถึงแบรนด์ที่มีแค่ที่ทาคาชิมายะแห่งเดียวในชินจูกุอย่าง BAO BAO ISSEY MIYAKE, Gucci, Hermes, BVLGARI, Cartier และยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ในตึกไทม์สแควร์ที่ห้างทาคาชิมายะ ชินจูกุ ยังมีร้านขวัญใจวัยรุ่นอย่าง ‘Tokyu Hands’ และ ‘UNIQLO’ ให้ได้เลือกช้อปอีกด้วย ตามด้วยร้านอาหารที่เรียงรายอยู่บนชั้น 12-14 อยากแวะฝากท้องหลังจากเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งมาทั้งวันก็จัดไป!

ร้านเด็ดร้านดังในห้างทาคาชิมายะ สาขาชินจูกุ

ไม่แวะไปไม่ได้เด็ดขาด!

ใครที่กังวลว่าจะเดินไม่ครบทุกร้าน เพราะเวลาอันแสนจำกัด หายห่วงได้ เพราะเราจะพาทุกท่านไปพบกับร้านค้าแนะนำในแต่ละหมวดหมู่กัน

หมวดที่ 1 เครื่องสำอาง

แบรนด์ JILL STUART ที่ผสมผสานระหว่างเสน่ห์อันอ่อนโยนสดใสของเด็กสาวกับความเซ็กซี่เย้ายวนของหญิงสาวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นเครื่องสำอางที่ทำให้ผู้หญิง “น่ารัก” ในแบบของตัวเอง แถมแพคเกจจิ้งยังเป็นประกายให้ความรู้สึกประหนึ่งเป็นเจ้าหญิงเมื่อเลือกใช้ เหมาะกับหญิงสาวที่อยากมีลุคอ่อนหวานปนเซ็กซี่

แบรนด์ JILL STUART กำลังมาแรง

ไอเท็มตัวท็อปที่กำลังมาแรงของ JILL STUART คือลิปสติก Shine & Moist Type ‘Lip Blossom’ ที่มีสีให้เลือกถึง 20 สีด้วยกันในราคาสบายกระเป๋า เพียง 2,800 เยน (รวมภาษี) เท่านั้น ตัวลิปประกอบด้วย Rosemary Essence, Lavender Oil, Avocado Oil ที่ช่วยรักษาความนุ่มชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ตัวฝาเป็นรูปกลีบดอกไม้ที่สามารถเปิดได้ เมื่อเปิดขึ้นมาจะพบกับตัวJและกระจกเล็กๆใช้ส่องเพื่อเพิ่มความมั่นใจในยามที่ต้องการเติมลิป

ลิปสติก มีสีให้เลือกถึง 20 สี!

สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สกินแคร์บำรุงผิวอยู่ ต้องไม่พลาดแบรนด์ COSMEDECORTE (คอสเมเดคอร์เต) ที่โดดเด่นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผ่านการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเรื่องสภาพผิวมาอย่างยาวนาน จึงวางใจได้ในเรื่องของคุณภาพและประสิทธิภาพ ปัจจุบันมี Basic Skincare Products ที่เป็นตัวท็อปอยู่หลายไลน์ให้เลือกตามสภาพผิว แต่ที่กำลังฮอตสุดๆ ถูกใจบรรดานักท่องเที่ยว ต้อง 3 ชิ้นนี้เลย

สกินแคร์ แบรนด์ COSMEDECORTE (คอสเมเดคอร์เต)

ขวดซ้ายสุด : AQ Lotion (200 mL ราคา 10,000 เยนรวมภาษี)
โลชั่นต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยที่จะทำให้ผิวของคุณนุ่ม เด้ง เปล่งประกายความอ่อนเยาว์ เสริมสร้างผิวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ขวดกลาง : LIPOSOME Treatment Liquid (170 mL ราคา 10,000 เยนรวมภาษี)
โลชั่นที่จะปลุกความงดงามให้กับผิวหน้าของคุณ โดยเนื้อครีมจะซึมผ่านเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว พร้อมมอบความชุ่มชื้นทั่วใบหน้า ทำให้ผิวของคุณสดใส เปล่งประกายยาวนาน

ขวดขวาสุด : Vita De Reve Herbal Vitalizing Lotion (150 mL ราคา 4,500 เยนรวมภาษี)
โลชั่นชนิดพิเศษที่มีส่วนผสมของ Essence จากธรรมชาติ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว และสามารถซึมลึกเข้าไปบำรุงผิวชั้นในได้อย่างรวดเร็วแม้ในผิวที่แห้งและหยาบกระด้าง เป็นตัวเลือกที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวๆ ที่อยากให้ผิวกระจ่างใสและเนียนนุ่ม

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการตรวจสอบสภาพผิวและความชุ่มชื้นของผิวเพื่อให้คำแนะนำในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้าของคุณอีกด้วย

หมวดที่ 2 อาหาร

ที่ชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นโซนขายอาหารและขนมโดยเฉพาะ จึงเกิดเป็นคำว่า “เดพะจิคะ” ซึ่งย่อมาจาก เดพาโตะ (デパート) ที่แปลว่าห้างสรรพสินค้า และจิคะ (地下) ที่แปลว่าชั้นใต้ดิน ในโซนนี้จะมีทั้งอาหาร วัตถุดิบ และอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำอาหารเรียงรายกันอยู่ราวกับเป็นธีมพาร์คสวนอาหารเลยทีเดียว

โซนขายอาหารและขนม จะอยู่ชั้นใต้ดิน

แน่นอนว่า “เดพะจิคะ” ของห้างทาคาชิมายะ สาขาชินจูกุนั้นต้องเพียบพร้อมสำหรับทุกความต้องการ ไม่เพียงอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น อาหารตะวันตกหรืออาหารจีน รวมไปถึงร้านขนมญี่ปุ่นและขนมหวานต่างๆ ก็มีครบ

นอกจากนี้แต่ละร้านยังมีการเพิ่มความพิเศษด้วยการนำวัตถุดิบของแต่ละฤดูกาลมาทำ “เบนโตะ” หรือข้าวกล่องหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อและนำกลับไปทานที่บ้านได้อีกด้วย

ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนเมษายนจะมีฤดูกาลชมดอกซากุระที่เรียกว่า “โอะฮานามิ” ซึ่งในช่วงนี้ก็จะมีสินค้าลิมิเต็ดอีดิชั่นอย่างข้าวกล่อง “โอะฮานามิเบนโตะ” (สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 3,000 เยน) และ “ซากุระโมจิ” หรือขนมโมจิที่ห่อด้วยใบซากุระหมักเกลือ ที่มีวางจำหน่ายเฉพาะช่วงชมดอกไม้เท่านั้นมาให้ลองทานกันด้วย

ข้าวกล่องลิมิเต็ดอีดิชั่น มีเฉพาะมีนา-เมษา เท่านั้นจ้า

และยังมีซูชิหน้าปลาดิบสดๆ, ปลาย่าง, ยากิโทริ, แกงกะหรี่, สลัด, และเครื่องเคียงต่างๆ อีกมากมาย

หมวดที่ 3 ขนม

คาร์ล ยูไฮม์ (KARL JUCHHEIM) ร้านบามคูเฮนที่ได้ชื่อมาจากเชฟทำขนมที่อบบามคูเฮนขึ้นเป็นคนแรกในประเทศญี่ปุ่น เป็นขนมที่อบโดยใช้สูตรดั้งเดิมจากประเทศเยอรมนี ขนมบามคูเฮนที่ร้านนี้จะเนื้อขนมจะค่อนข้างมีเนื้อที่ละเอียด แต่ละชั้นเรียวบางประหนึ่งวงแหวนแสนสวย

ทีเด็ดของร้านนี้คือ “มัตฉะบามคูเฮน” เนื้อขนมจะเป็นชาเขียวมัตฉะที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจและรสหวานปนขม ถูกอบอย่างพิถีพิถันและเคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลตแสนอร่อย หนึ่งชิ้นราคาเพียง 130 เยน(รวมภาษี) หรือหากอยากซื้อหลายๆ ชิ้นก็สามารถซื้อเป็นเซ็ต 7 ชิ้นในราคาเพียง 1,000 เยน(รวมภาษี) โดยที่แต่ละชิ้นจะถูกห่อแยกเป็นอย่างดี สามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้

“มัตฉะบามคูเฮน” ขนมที่ห้ามพลาดเด็ดขาด! ซื้อทานเองก็ได้ เป็นของฝากก็ดี^^

สำหรับใครที่ชื่นชอบช็อกโกแลตของญี่ปุ่น ที่นี่ก็มีร้าน “คิทแคท” อันเลื่องชื่อและเป็นที่รักของผู้คนในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกตั้งอยู่ด้วย! โดยที่ร้าน Kit Kat Chocolatory แห่งนี้จะมีการตกแต่งร้านตามฤดูกาลอยู่เสมอ ควรค่าแก่การแวะไปเยี่ยมชมบรรยากาศ ถ่ายรูป และซื้อช็อกโกแลตของโปรดติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่สุด

บรรยากาศช่วงวันฮาโลวีน ハロウィン時期の様子

สำหรับช็อกโกแลตรสชาเขียว มีทั้ง “Sublime Matcha” ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างชาเขียวเข้มข้นชั้นดีกับผงชาเขียว หรือผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “Moleson Matcha” ที่เพิ่มท็อปปิ้งเจ๋งๆ อย่างถั่วแดง ข้าวพอง และเปลือกส้มยูซึเข้าไป และมีช็อกโกแลตหลากหลายรสชาติอีกมากมายที่หาซื้อตามร้านทั่วไปไม่ได้เพราะมีจำหน่ายแค่ที่ร้าน KitKat Chocolatory ที่เดียวเท่านั้น เป็น “คิทแคทแบบพิเศษ” ที่รอให้คุณไปลิ้มลอง

*สต็อกของในร้านอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามช่วงเวลาต่างๆ

อยากช้อปแบบสุดคุ้ม ต้องมาเยือนเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคม เท่านั้น!

เดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ร้านค้าในห้างทาคาชิมายะ ชินจูกุ ก็มีการจัดเซลล์ลดราคาสินค้า 10 – 20% ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเดือนมกราคมที่จะมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ “ถุงโชคดี” ที่จะมีวางจำหน่ายในวันที่ 2 มกราคมอันเป็นวันเปิดให้บริการวันแรกของปีหลังจากวันหยุดปีใหม่ พอยท์ของถุงโชคดีคือเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าข้างในถุงมีของอะไรบ้าง ต้องซื้อแล้วมาลุ้นเอาทีหลังเท่านั้น แต่โดยปกติของในถุงมักจะมีราคามากกว่าค่าถุงโชคดีอยู่แล้ว และก็มักจะมีแต่ของดีๆ จึงมีหลายคนที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ถุงโชคดีแล้วเดินทางมาต่อแถวรอแย่งซื้อกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่ห้างทาคาชิมายะ ชินจูกุ ก็มีลูกค้ามาต่อคิวรอตั้งแต่ก่อนห้างเปิด กลายเป็นภาพที่มีคู่กับบรรยากาศวันปีใหม่ราวกับเป็นแสงแรกของปีก็ไม่ปาน

สิทธิพิเศษมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ที่ชั้น 11 จะมี Tax Free Counter, Duty Free, ห้องทำละหมาด และอื่นๆ อีกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ

Tax Free Counter

Duty Free

ทางเข้าห้องละหมาด

นอกจากนี้ที่ Tax Free Counter ยังมีบริการส่งสินค้าอยู่ด้วย สำหรับลูกค้าที่ช้อปเยอะแบบจัดเต็มแต่ไม่อยากแบกกลับโรงแรมเอง หากเป็นโรงแรมที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทางห้างก็จะมีบริการส่งฟรี (ประมาณ 20 แห่ง สามารถตรวจสอบกับทางพนักงานได้) หรือจะให้ส่งไปที่สนามบินฮาเนดะหรือสนามบินนาริตะก็ได้เช่นกัน แต่ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่าย หรือใครที่อยากแลกเงิน บริเวณใกล้กับ Tax Free Counter มีเครื่องแลกเงิน Money Exchange จบปัญหาเงินเยนไม่พอสำหรับการช้อป สามารถขึ้นมาแลกเงินที่นี่แล้วไปช้อปต่อได้ทันทีไม่มีขาดช่วง

ที่สำคัญที่สุด ณ ตอนนี้ห้างทาคาชิมายะ ชินจูกุ มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนคอยให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย ติดต่อได้ทุกเมื่อ ช้อปได้อย่างสบายใจ

มากิน ดื่ม ชิม ช้อป กันอย่างจุใจที่ห้างสรรพสินค้าทาคาชิมายะ สาขาชินจูกุกันเลย!

ข้อมูลทั่วไป

新宿タカシマヤ Shinjuku Takashimaya (ชินจุกุ ทาคาชิมายะ)
ที่อยู่ : 5-24-2 Sendagaya, Shibuya-ku, Tokyo 151-8580
เวลาทำการ : 10.00 – 20.00 น. (วันศุกร์และวันเสาร์ปิด 20.30 น.)
วันหยุด : ไม่มี (ยกเว้นวันที่ 1 มกราคม)
เบอร์โทรศัพท์ : 03-5361-1111

 

เช็คอินเที่ยวญี่ปุ่น ตามรอยสาวๆ วง BNK48

เช็คอินเที่ยวญี่ปุ่น ตามรอย
สาวๆ วง BNK48

แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ~~ เชื่อว่าวินาทีนี้คงไม่มีใครร้องตามเพลงนี้ไม่ได้แน่ๆ สำหรับเพลง Fortune Cookie หรือคุกกี้เสี่ยงทาย เพลงฮิตติดหูจากสาวๆ น่ารักทั้ง 28 คน วง BNK48 ที่เวลานี้ครองใจโอตะวัยทีน วัยเด็ก หรือแม้แต่รุ่นแม่ไปเป็นที่เรียบร้อย

และหากว่าวันหนึ่งเราได้ไปเที่ยวกับเมมเบอร์ วง BNK48 ที่เราปลื้มล่ะ โอ๊ย >< มันคงฟินไม่น้อย อ๊ะๆ ความฝันนั้นดูจะไกลตัวไปซะหน่อย เอาแค่ได้ไปเที่ยวในที่เดียวกัน ถ่ายรูปมุมเดียว แค่นี้ก็ดีมากแล้วเนาะ ซึ่งเพจ Hell Eating And Travel : HEAT ก็เป็นผู้สานฝันนั้นสำเร็จ โดยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นตามสถานที่ต่างๆ ที่สาวๆ เคยไปมา พร้อมถ่ายภาพซ้อนกันให้เห็นชัดๆ กันไปเลย จะเป็นอย่างไรมาดูกัน

ภาพนี้คือ ณ Saraku ที่เมือง Ibusuki จังหวัด Kagoshima โดยเป็นคลิปมาจาก BNK48 Senpai ตอนที่ Cherprang  Jennis และ Music ไปแช่ออนเซ็นทราย

ภาพนี้คือ Jan และ Namsai ไปที่จังหวัด MIE บริเวณย่านการค้าหน้าศาลเจ้า Ise (Naiku Mae)

ภาพนี้คือน้อง Kaimook ทานแพนเค้กที่ร้าน Bills บริเวณย่าน Tenjin เมือง Hakata

ภาพนี้คือ Jan และ Namsai ไปที่จังหวัด MIE บริเวณย่านการค้าหน้าศาลเจ้า Ise (Naiku Mae)

ภาพนี้คือแก๊งค์ที่ไปงานแสดงที่คิวชูก่อนจะมาที่โตเกียว ประกอบด้วย Namhom / Mind / Pupe / Kaimook / Mobile และ Cin Cin ถ่ายแถวหน้าถนน Takshita ย่าน Harajuku

ภาพนี้คือ Jan และ Namsai ไปเที่ยวปราสาท Ueno ที่เมือง IGA จังหวัด MIE

ภาพหน้าวัด Sensoji ย่าน Asakusa ในรายการ BNK48 Senpai ที่ Special Guest จาก AKB48 มาพร้อมกับ Cherprang Music และ Jennis

 

 

ภาพนี้คือ Jan และ Namsai ไปที่จังหวัด MIE บริเวณคลองใกล้ย่านการค้าหน้าศาลเจ้า Ise (Naiku Mae)

 

ภาพนี้คือน้อง Pupe หน้าถนน Takeshita ย่าน Harajuku

ภาพนี้คือร้าน Shirokuma ร้านขายของหวานที่ Kagoshima ซึ่ง Special Guest จาก AKB48 มาทานกับ Cherprang Music  Jennis จากรายการ BNK48 Senpai

ภาพนี้คือ Pupe และ Mobile ยืนถ่ายรูปกลางแยก Shibuya อันโด่งดัง

เหล่าเมมเบอร์  BNK4 เซลฟี่กับ AR มาร์คซัง (ผู้จัดการวง BNK48 ฝ่ายญี่ปุ่น) แถวหน้าถนน Takeshita ย่าน Harajuku

เป็นยังไงล่ะ อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบนี้บ้างใช่ม๊า ใครสนใจอยากตามรอยสาวๆ BNK48 ไปฟินไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัยล่ะก็ อย่ารอช้า จองตั๋วแล้วออกบินกันเลย

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลบางส่วนจาก: Hell Eating And Travel : HEAT

 

The Red Sun (Thailand) ต๊อกปกกีแชมป์เปี้ยนของ “เมย์ พิชญ์นาฏ”

สวัสดีค่ะมาพบกับตามรอยนักชิมและมาเฟียฟู้ดกันอีกเช่นเคย วันนี้พามาทานอาหารเกาหลีอย่างกับไปเที่ยวเกาหลีอย่างไงอย่างงั้นเลยกับร้าน The Red Sun (Thailand) ต้องบอกเลยถ้ากินต๊อกปกกีแบบต้นตำหรับเกาหลีที่หาทานได้ที่เมืองไทยมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้นค่ะ

The Red Sun (Thailand) ต๊อกปกกีแชมป์เปี้ยนของ “เมย์ พิชญ์นาฏ”

The Red Sun (Thailand) เป็นแฟรนไชส์จากประเทศเกาหลีที่มีมากกว่า 50 สาขา เป็นร้านที่โด่งดังมากๆ ในเกาหลี  The Red Sun (Thailand) แห่งนี้ที่นำทีมโดยคุณเมย์ พิชญ์นาฏ ดาราสาวแสนสวย หนึ่งในหุ้นส่วน และผองเพื่อน ร่วมกันเปิดร้านนี้ขึ้นมา ใครที่รู้จักร้าน The Red Sun ก็ย่อมรู้ดีว่าร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องต๊อกปกกี มีรางวัลการันตีเป็นถึงแชมป์เปี้ยนจากช่อง SBS ของเกาหลีเลยทีเดียว

The Red Sun (Thailand) เปิดสาขาแรกอยู่ที่สยามสแควร์ ทำเอาสยามแตกกันเลยทีเดียว คนต่อแถวกันยาวเยียด จึงมีสาขาที่สองที่ เซ็นทรัล ศาลายา แห่งนี้ค่ะ ร้านอยู่ชั้น 1 คอนเซ็ปต์การตกแต่งร้านยังเหมือนเดิม เน้นความคลาสสิคด้วยปูนเปือยขัดมัน และเพิ่มความสวยหรูด้วยโคมไฟทันสมัยเข้าด้วยกัน โดยมีตุ๊กตาหมีน่ารักเป็นสัญลักณ์ของร้าน

เมนูแนะนำ เริ่มต้นกันด้วยเมนูที่ต้องสั่ง ไม่สั่งไม่ได้แล้วกับ บูเด ต๊อกปกกี กับมอสซาเรลล่าชีส มีให้เลือก 2 ไซส์ด้วยกัน หากมากันน้อยก็สั่งแค่ไซส์ S ก็พอค่ะ ในราคา 395 บาท เท่านั้น แต่ถ้าหากมาเป็นแกงค์ให้สั่งไซส์ L สุดคุ้มในราคา 735 บาทเท่านั้น ความเผ็ดเลือกได้ 3 ระดับ ระดับ 2 เหมาะกับคนไทยมากที่สุดค่ะ

มอสซาเรลล่าชีส บูเด ต๊อกปกกี (Budae Tokpokki With Mozzarella Cheese) 

เมื่อพนักงานยกมาเสิร์ฟก็จะมีบริการคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ด้วยค่ะ ทั้งนี้ยังสามารถสั่ง Topping เพิ่มได้อีกด้วยทั้งหมด  26 อย่าง เลยทีเดียว มาเฟียฟู้ดไม่จุใจเลยสั่ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึกสด ลูกชิ้นไข่ปลา ฟิชชีสสติ๊ก มาเพิ่มอีก

ต็อกปกกีที่อยากจะแนะนำอีกเมนูหนึ่ง คือ จาจัง ต๊อกปกกี ซอสจาจังสูตรพิเศษหนึ่งเดียวในไทยที่ส่งตรงจากเกาหลี มากับหมูสไลด์ชิ้นใหญ่

จาจัง ต๊อกปกกี (Jajung Tokpokki)

วิธีทาน ต๊อกปกกี ให้อร่อย มีอยู่ 4 ขั้นตอน

  1. เมื่อหม้อมาเสิร์ฟให้เริ่มเปิดไฟแรงถึงระดับ 8
  2. เติม Topping ที่สั่งมาเพิ่ม เพื่อรสชาติเฉพาะตัวคุร
  3. รอให้น้ำเดือดจนให้น้ำข้น 4-6 นาที ยังบอกอีกด้วยว่ายิ่งเคี่ยว ยิ่งข้น ยิ่งอร่อย
  4. ลดไฟมาที่ระดับ 2 ซึ่งร้อนกำลังดีแล้วลงมือทานได้เลย

ยังมีอีกเมนูหนึ่งที่เป็นแชมเปี้ยนเหมือนกันกับข้าวผัดเรดซัน ที่ทางร้านเรียกว่าคู่หูแชมเปี้ยนตามมาติดๆ

ข้าวผัดเรดซัน 3 หน้า (Trio Pokapoka Rice) 

ถ้าจะทานให้อร่อยต้องขูดจนถึงก้นกระทะเลยค่ะ จะมีความกรอบและหอมซ่อนอยู่ ข้าวผัดเรดซันมี 2 ไซส์เหมือนกันค่ะ ไซส์ S และ L ไซส์ S ราคาอยู่ที่ 195 บาท ไซส์ L ราคา 365 บาท

ต๊อกคาโบนาร่า (Tok Carbonara) 180 บาท อยากลิ้มรสของต๊อกแบบเต็มๆ ต๊อกมีความนุ่มหนึบๆ ผสมกับซอสคาโบนาร่า

โจลเมียนหมู Redsun (Daejikoki Jolmyun) 145 บาท หมูสไลด์ออแกนิคที่คลุกเคล้ากับซอสสูตรเข้มข้นของเรดซันเท่านั้น ทำให้โจลเมียนหมูจานนี้อร่อยไม่เหมือนใคร

กิมจิชิคเก้นเชคกี้ (Kimchi Chicken Shaky) 130 บาท ไก่เนื้อแน่นปรุงรสกิมจิสูตรลับเฉพาะของเรดซัน เป้นเมนูทานเล่นก็ได้ ทานจริงจังก็ดีค่ะ

คนในวงการต่างพากันมากินเยอะแยะมากมาย

น้อง แอปเปิ้ล เดอะสตาร์ นักแสดงในเรื่องสงครามนางงามซีซั่น 2

คุณเก๋ ชลลดา

มาเฟียฟู้ดและน้องกุ๊กเกลอร่อยกันจนไม่สนใจกล้องกันเลยทีเดียวค่ะ กำลังสนุกสนานกับการทานต๊อกปกกีอยู่ ครั้งหน้ามาเฟียฟู้ดและเดอะแกงค์จะพาไปทานอาหารที่ไหนและมีของฝากอะไรให้กับผู้ชมกันอีกติดตามได้ที่ food.mthai.com กับสโลแกน “อร่อยจริง เจอกัน”