แต่งชุดไทยย้อนยุค เดินเที่ยวงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว”

แต่งชุดไทยย้อนยุค เดินเที่ยวงาน
“อุ่นไอรัก คลายความหนาว”

แต่งชุดไทยย้อนยุคเดินถ่ายรูปใจกลางกรุงเทพฯ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าให้จัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2561 บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ตั้งแต่เวลา 10.30 – 21.00 น. ของทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์และวันเสาร์ ขยายเวลาถึง 22.00 น.

เนรมิตพระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค ชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.5 และ ร.9 การแสดงศิลปวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทยสมัยอดีต สนุกกับกิจกรรมการถ่ายภาพโบราณ ตลอดจนเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ที่มาร่วมออกร้านจำนวนมาก

โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน ดังนี้

1.โซนพระลานพระราชวังดุสิต จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การไฟฟ้า การประปา ไปรษณีย์ไทย และธนาคารสยามกัมมาจล (ธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน)

2.โซนสนามเสือป่า จัดร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์และร้านค้ารับเชิญ เช่น ร้านจิตอาสา 904 ร้านภูฟ้า ร้านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ร้านมูลนิธิโครงการหลวง ร้านแม่บ้านเหล่าทัพ รวมทั้งมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านและฉายหนังกลางแปลง

3.โซนร้านอาหารและร้านค้า ภายใต้แนวคิด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานชุมชน วิถีไทย ซึ่งนอกจากซุ้มร้านอาหารไทยแล้ว ยังมีการสาธิตเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและร้านสตูดิโอให้ถ่ายภาพย้อนยุค

อย่างไรก็ตาม เพื่อแสดงออกถึงความเป็นไทยและความกลมกลืนเข้ากับบรรยากาศภายในงาน ขอเชิญชวนประชาชนแต่งชุดไทยย้อนยุค หากไม่มี สามารถสวมใส่ผ้าไทย หรือชุดสุภาพแทนได้ ทั้งนี้ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู โดยเงินรายได้จากการจัดงานจะนำไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก: NNT, กรมประชาสัมพันธ์

 

ไหว้พระ 9 วัด สมุทรสงคราม รับบุญต้นปี 2018

ไหว้พระ 9 วัด สมุทรสงคราม
รับบุญต้นปี 2018

นอกจากแวะชิมช้อปที่ตลาดอัมพวาจนอิ่มท้องแล้ว เราก็ต้องเข้าวัดทำบุญให้อิ่มใจกันด้วย ซึ่งที่จังหวัด สมุทรสงคราม ก็มีวัดวาอารามเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานอยู่หลายแห่ง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ เพราะอยู่ไม่ไกลกรุงเทพ ว่าแต่จะมีวัดไหนบ้างนั้น มาดูกันเลยดีกว่า

  1. วัดบางกุ้ง

มาเที่ยว สมุทรสงคราม ต้องแวะเที่ยววัดบางกุ้ง เพราะเป็น 1 ใน unseen  thailand ด้วยมีต้นไทรปกคลุมรอบพระอุโบสถ ด้านในมีพระพุทธรูปให้ขึ้นไปปิดทองพระขอพร นอกจากจะไหว้โบสถ์เลื่องชื่อแล้ว ที่นี่ยังมีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสินมหาราชและหุ่นนักมวยแห่ง ค่ายบางกุ้ง ด้วย ที่วัดบางกุ้งนี่เองตามประวัติศาสตร์ ระบุว่า เคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารช่วงสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2 และเป็นค่ายทหารของพระเจ้าตากสิน

นอกจากนี้ที่วัดบางกุ้งยังมีสวนสัตว์ให้เที่ยวชมอีกด้วย สามารถซื้อหญ้ามาป้อนอาหารสัตว์ได้ เช่น ม้า อูฐ กวาง แพะ นกยูง ควายเผือก และบริเวณหน้าวัดจะอยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง เป็นแหล่งชุกชุมของปลาน้ำจืด จนได้ชื่อว่า วังมัจฉา

*********************************************************

  1. วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม)

แต่เดิมชื่อวัดศรีจำปา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ชาวบ้านได้อาศัยวัดนี้เป็นที่หนีภัยสงครามพม่า และภายหลังได้ช่วยกันบูรณะวัดขึ้นใหม่แล้วเรียกว่า “วัดบ้านแหลม” ปัจจุบันวัดบ้านแหลมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น พระอารามหลวงชั้นตรีวรวิหาร  และได้รับพระราชทานนามว่า “วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” มีหลวงพ่อบ้านแหลมเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ สมุทรสงคราม ถ้ามาเที่ยวจังหวัดนี้แล้วไม่ได้มานมัสการหลวงพ่อก็เหมือนมาไม่ถึง

*********************************************************

  1. วัดบางกะพ้อม

เป็นวัดเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา สิ่งที่น่าเข้าไปชมคือภายในวิหารเก่าของวัด ซึ่งมีความสวยงามวิจิตรด้วยอิทธิพลการตกแต่งแบบจีน ผนังวิหารเป็นปูนปั้นลวดลายนูน แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธประวัติที่หาดูได้ยาก ส่วนผนังวิหารด้านล่างมีช่องเจาะเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป และตรงกลางวิหารประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดใหญ่สีรอยซ้อนกัน

นอกจากนี้ยังมีรูปหล่อ หลวงพ่อคง อดีตเจ้าอาวาส และเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัด จึงไม่แปลกใจที่มีบรรดาลูกศิษ์และผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมามาสักการะปิดทองจำนวนมาก

*********************************************************

  1. วัดจุฬามณี

วัดจุฬามณี เป็นวัดโบราณเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา สิ่งสำคัญที่อยู่คู่วัด ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวชม ได้แก่ ร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง โกวิโท อดีตเจ้าอาวาส และพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังมาก, อุโบสถจตุรมุขหินอ่อน ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียว จากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน และกราบไหว้องค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวเวสสุวัณ ก่อนกลับบ้านอย่าลืมซื้อทองม้วนสูตรโบราณเป็นของฝาก ซึ่งร้านจะตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดค่ะ

*********************************************************

  1. วัดบางแคใหญ่

วัดบางแคใหญ่ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ใกล้ๆ กับวัดบางแคน้อย เมื่อมาเยือนที่นี่ ควรเข้าไปสักการะ หลวงพ่อศรีสมุทรพุทธโคดม ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ นอกจากจะได้ชมพระอุโบสถที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปีแล้ว ภายในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง เช่น ธรรมเจดีย์ 7 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบ, หอระฆังที่อยู่ตรงซุ้มประตูระเบียงคตอุโบสถด้านข้าง ด้านขวาของหอระฆังเป็นอนุสาวรีย์เจ้าพระยาวงษาสุรศักดิ์ สมุหพระกลาโหม ตลอดจนจิตรกรรมฝาผนัง ที่เขียนด้วย สีฝุ่นผสมกาว ในสมัยรัชกาลที่ 2 เล่าเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ทั้งนี้ไม่ได้เปิดให้ชมทั้วไป ต้องขอนุญาตก่อน

*********************************************************

  1. วัดเขายี่สาร

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กๆ ที่ตำบลเขายี่สาร อำเภออัมพวา ความน่าสนใจก็คือ พระวิหารบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ ภายใน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย และหลวงพ่อปากแดง พระพุทธรูปปางมารวิชัย นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังมีพระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานอยู่ในถ้ำพระนอน, ศาลหลวงพ่อปู่ศรีราชา โดยจะมีการจัดงานนมัสการหลวงพ่อปู่ทุกๆ ปี รวมถึงพิพิธภัณฑ์บ้านยี่สาร ที่จัดแสดงวิถีชีวิตของชาวบ้านยี่สารด้วย

*********************************************************

  1. วัดศรัทธาธรรม (วัดมอญ)

วัดศรัทธาธรรม ตั้งอยู่ที่ตำบลบางจะเกร็ง ระหว่างทางไปดอนหอยหลอด ชาวบ้านมักเรียกกันว่า วัดมอญ เนื่องจากเป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชุมชนมอญ มีจุดเด่นอยู่ที่พระอุโบสถทำจากไม้สักทองฝังมุกแท้รูปเรือสำเภา ส่วนเสาระเบียงฝังมุกลายไทย และผนังภายนอกฝังเปลือกหอยมุกเป็นลายเทพพนม ภายในเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพรามเกียรติ์ หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และมีพระประธานที่สำคัญคือ พระพุทธชินราช เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง

*********************************************************

  1. วัดอัมพวันเจติยาราม

วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ถึง 5 พระอุโบสถตลอดวัตถุโบราณในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นแทบทั้งสิ้น

สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และบทพระราชนิพนธ์ต่างๆ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้เขียนขึ้นตามแบบรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของอุทยาน ร.2 เนื่องจากเคยเป็นที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

********************************************************

  1. วัดภุมรินทร์กุฎีทอง

วัดภุมริทนร์กฎีทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ในตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา สิ่งที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม ได้แก่ กุฎีทองทำด้วยไม้สัก พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์กุฎีทองและอุทยานการศึกษา เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาอนุรักษ์ไว้ เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายครามและเครื่องทองเหลือง พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย รวมถึงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน

ที่สมุทรสงครามมีที่เที่ยวอีกมากมายรอให้คุณไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น ตลาดร่มหุบ พิพิธภัณฑ์ขนมไทย ตลาดน้ำท่าคา ป่าชายเลนคลองโคน หูยย บอกวันเดียวก็ไม่หมดอะ ต้องมาสำรวจด้วยตัวเองค่ะ แนะนำว่ามานอนโฮมสเตย์ในอัมพวา หรือคลองโคลน สักคืนสองคืน เพื่อจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและใกล้ชิดกับความน่ารักของชาวบ้านที่นี่ค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก: thai.tourismthailand, วัดบางแคใหญ่ อัมพวา สมุทรสงคราม

โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ นำเสนอดินเนอร์สุดโรแมนติก ที่ห้องอาหารสกาลินี

โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ เชิญชวนเหล่าบรรดาคู่รักมาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักด้วยมื้อค่ำอันสุดแสนจะโรแมนติกกับเมนูพิเศษ รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟ โรแบร์โต้ ฟินนา ที่ห้องอาหารสกาลินี

โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ

นำเสนอดินเนอร์สุดโรแมนติก ที่ห้องอาหารสกาลินี

ต้อนรับเทศกาลแห่งความรักที่สกาลินีด้วยดอกกุหลาบแดงสำหรับทุกคู่รักในค่ำคืนอันแสนโรแมนติด นอกจากนี้ยังได้ร่วมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ เมื่อมาดินเนอร์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2018

ค่ำคืนนี้ เชฟโรแบร์โต ฟินนา และทีม ได้นำเสนอการผสมผสานระหว่างบรรยากาศสุนแสนจะโรแมนติก เข้ากับอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศที่ถูกเตรียมอย่างดี โดยรวมไปถึงเมนูพิเศษจากเกาะซิซิลีที่ส่งตรงมาจาก น่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีให้เลือกตั้งแต่อาหารว่างอาหารจานหลัก ไปจนถึง ของหวาน รวมไปถึงแชมเปญ สปาร์คกลิ้งไวน์ และไวน์หลากหลายจากอิตาลี และฝรั่งเศส

มาเติมเต็มหัวใจให้ชุ่มฉ่ำไปกับมื้อค่ำแห่งความสุขที่ห้องอาหารสกาลินีได้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้

ห้องอาหารสกาลินี ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะได้ที่ 02 620 6666 หรืออีเมล bkksu.fb@hilton.com