10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว

หลายท่านคงจะเคยได้ยิน “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” กันมาบ้างแล้ว หรืออีกชื่อที่รู้จักกันก็คือ“ซากุระเมืองไทย” นั่นเอง ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว

  1. ขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่

ขุนช่างเคี่ยน หรือสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน เป็นสถานที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งยอดฮิตของภาคเหนือ โดยจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และดอยปุย ที่นี่มีที่พักคอยให้บริการ แต่ควรสอบถามล่วงหน้าก่อน ที่สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน โทร 053-944053 หรือ 053-222014

*********************************************

  1. ขุนแม่ยะ จ.แม่ฮ่องสอน

ขุนแม่ยะ หรือเป็นที่รู้จักในนาม “หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ อยู่ในเส้นทางหลวง 1095 แม่มาลัย-ปาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทร. 053-248491, 053-819349 หรือ ททท. เชียงใหม่ โทร. 053-2761640

*********************************************

  1. สถานีเกษตรหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่

เป็นโครงการหลวงที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ การเดินทางให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1009 ราวหลักกิโลเมตรที่ 31 มีสามแยกตรงหมู่บ้านขุนกลาง จากนั้นเลี้ยวขวาไป 18 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานีเกษตรหลวงขุนวาง ชมดอกซากุระให้เต็มอิ่ม หากต้องการที่พัก ที่นี่ก็มีบริการให้นักท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อได้ที่ 053 114 133 , 081 960 2033

*********************************************

  1. สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จ.น่าน

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อ.นาน้อย จ.น่าน เลยจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในถูกห้อมล้อมไปด้วยต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่ชมพูสะพรั่งเต็มไปหมด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน โทร. 081-6023199, 088-8055928, 090-0501049

*********************************************

  1. ดอยช้าง-ดอยวาวี จ.เชียงราย

ตั้งอยู่ใน อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาผีปันน้ำด้านตะวันตก มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีการจัดภูมิทัศน์อย่างดีเยี่ยม พร้อมที่พัก ลานกางเต้นท์ และไฮไลท์สำคัญที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ กาแฟพันธุ์อาราบิก้า ที่โด่งดังในแบรนด์ “กาแฟดอยช้าง” ที่เราเห็นกัน โดยที่แห่งนี้ ยังขึ้นชื่ออีกว่าเป็นแหล่งปลูกต้นนางพยาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อบต.วาวี โทร. 0 5360 5950 หรือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงราย โทร. 0 5360 5941 , 0 5360 5955

*********************************************

  1. ดอยแม่ตะมาน จ.เชียงใหม่

ที่แห่งนี้ อาจไม่มีซากุระมากมายเหมือนที่อื่น แต่ด้วยพื้นหลังคือดอยหลวงเชียงดาว ทำให้ดอกไม้สีชมพูดูโดดเด่น และมีทัศนียภาพที่ชวนหลงใหลเป็นอย่างมาก นักเดินทางทั้งหลายไม่ควรพลาด ที่นี่มีจุดให้กางเต้นท์ แต่ต้องเตรียมทุกอย่างมาเอง ไม่มีให้เช่า สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. 053 222 014

*********************************************

  1. ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย

ดอยแม่สลอง นอกจากจะเป้นแหล่งปลุกชาจีนที่ขึ้นชื่อในภาคเหนือแล้ว ยังมีดอกนางพญาเสือโคร่ง พันธุ์ที่เล็กที่สุด มีสีชมพูอมขาว บานสะพรั่งตลอดทางขึ้นดอย เป็นไม้ป่าที่หาชมได้ยากในเมืองไทย อยู่ในระหว่างช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ เท่านั้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อบต.แม่สลองนอก 0-5376-5129 หรือที่ ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 0-5371-7433, 0-5370-0051-2

*********************************************

  1. ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่

ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขา ทำให้ดูเหมือนท้องกะทะหรืออ่างนั่นเอง แหล่งสำคัญของการมาเที่ยวดอยอ่างขาง นั่นคือการเข้าชมดอกไม้เมืองหนาวในโครงการหลวง พร้อมทั้งมีโรงเรือนไม้ในร่ม โรงเรือนกุหลาบ ป่าซากุระ ป่าเมเปิ้ล สวนบอนไซ ฯลฯ มาที่เดียว เที่ยวเต็มอิ่มแน่นอน ที่สำคัญมีที่พักให้บริการด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 053 450 107-9 ต่อ 114

*********************************************

  1. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อยู่บนเส้นทางเดียวกันกับขุนวาง ศูนย์แห่งนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตื์ พระบรมราชินีนาถโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที นอกจากนี้ยังมีต้นนางพญาเสือโคร่ง บานชมพูสะพรั่งริมทะเลสาป เป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ เพราะมันสวยงามมาก สอบถามเพิ่มเติม โทร. 053-286728 , 053-286729

*********************************************

  1. ภูลมโล จ.เลย

ภูลมโล ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ดอกพญาเสือโคร่งจะบานสะพรั่งในช่วงมกราคม หรือในบางปีที่ลมหนาวมาเยือนเร็ว ก็จะมีให้เห็นตั้งแต่ปลายปีเลยทีเดียว จองสถานที่กางเต็นท์ และสอบถามการเดินทางได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 0 5535 6607 , ททท. จังหวัดเลย โทร. 0 4281 2812

เรียบเรียงโดย : Travel MThai

รูปภาพจาก : siamtravel.in.th, chillpainai.com, klongdigital.com, skyscanner.co.th,holidaythai.com, 
toptenthailand.com, gonorththailand.com, tourismthailand.org, creditonhand.com

รับส่วนลด 500 บาท! เมื่อพักที่ ไวท์ แซนด์ บีช เรสซิเดนซ์ แอนด์ พูล วิลล่า (White Sand Beach Residences and Pool Villas) จ.ชลบุรี

ไวท์ แซนด์ บีช เรสซิเดนซ์ แอนด์ พูล วิลล่า (White Sand Beach Residences and Pool Villas) จ.ชลบุรี    

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

ไวท์ แซนด์ บีช เรสซิเดนซ์ แอนด์ พูล วิลล่า (White Sand Beach Residences and Pool Villas) จ.ชลบุรี ที่พักทำเลดีพื้นที่ 29.5 ไร่ บนถนนสุขุมวิท ใช้เวลาขับรถจากสนามบินสุวรรณภูมิมาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น และยังสามารถเดินทางไปยังที่เที่ยวอีกหลายที่ในพัทยาได้อย่างสะดวกสบาย ห้องพักของไวท์ แซนด์ บีช เรสซิเดนซ์ แอนด์ พูล วิลล่า แบบออกเป็น 2 ส่วน คือ

White Sand Beach Residences ห้องพักจำนวน 197 ห้องบนตึกสูง 37 ชั้น ที่สามารถมองออกไปชมวิวทะเลได้แบบพาโนราม่า ตกแต่งได้อย่างมีสไตล์พร้อมความสะดวกสบายระดับ 5 ดาว ห้องพักโซนนี้มีให้เลือก 5 ประเภท ตั้งแต่ห้องสตูดิโอ ไปจนถึงห้องพักแบบ 3 ห้องนอน พร้อมระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวาง สามารถใช้เวลายืนชมพระอาทิตย์ตกได้จากระเบียงห้อง

White Sand Beach Pool Villas วิลล่าจำนวน 34 หลัง ที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นกลางสวน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักโซนนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Three Bedrooms Pool Villa สามารถเข้าพักได้ 5 คน และ Three Bedrooms Deluxe Pool Villa ที่สามารถเข้าพักได้ถึง 6 คน

ห้องพักแบบ Studio

ห้องพักแบบ One Bedroom Suite

ห้องพักแบบ Two Bedroom

ห้องพักแบบ Executive Two Bedroom

ห้องพักแบบ Family Two Bedroom

ห้องพักแบบ Three Bedrooms Pool Villa

ห้องพักแบบ Three Bedrooms Deluxe Pool Villa

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น
-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon
-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ
-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก
-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-1007008  เท่านั้น
-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้
-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 31 มี.ค. 61

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/pattaya/white-sand-beach-residences-and-pool-villas.html

ปั่นจักรยานรถไฟ Railbike คังชอน ชมใบไม้เปลี่ยนสี

ที่เที่ยวเกาหลี ที่กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กับ Railbike การปั่นจักรยานบนรางรถไฟ โดยในเกาหลีเองมีการปั่น Railbike อยู่หลายที่ ที่ได้รับความนิยม และปั่นได้ง่ายมากที่สุดคือ Railbike Gangchon คังชอน ที่เราจะได้ปั่นเข้าไปชมธรรมชาติ วิวป่าเขา และแม่น้ำ

ปั่นจักรยานรถไฟ Railbike คังชอน ชมใบไม้เปลี่ยนสี

Railbike คังชอนแห่งนี้ใครที่ติตดามรายการ Running Man (ep.144) คงคุ้นตากันเป็นอย่างดี ที่เหล่าสมาชิกได้ไปร่วมปั่นกัน ซึ่ง Railbike คังชอนตั้งอยู่ที่ เมืองคาพยอง ใกล้ๆ กับเกาะนามิ เพราะฉะนั้นคุณสามารถจัดทริปเพื่อเที่ยวเกาะนามิต่อได้เลย

ป้ายทางเข้า Rail Park

การเดินทาง
สามารถเดินทางโดยรถไฟจะเร็ว และสะดวกที่สุด คุณสามารถขึ้นรถไฟ ITX ไปได้ แต่ว่าไม่ค่อยจะแนะนำ เพราะเมื่อคุณตกรถไฟ ITX คุณจะเสียเวลาเกินไป ฉะนั้นควรเผื่อเวลาและนั่งรถไฟปกติไป โดยที่คุณต้องไปต่อรถไฟสาย Gyeongchun ที่สถานี Sangbong เพื่อไปลงที่สถานี Gimyujeongโดยเวลาเดินทางเส้นนี้จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 13 นาที ฉะนั้นต้องเผื่อเวลาล่วงหน้าที่คุณต้องเดินทางมาที่สถานี Sangbong ด้วย โดยที่ผมไปใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง

ตั๋วปั่นจักรยาน
Rail Bike คังชอน จะมีรอบทุกชั่วโมงตั้งแต่ 9.00 น. – 17.00 น. โดยที่สามารถซื้อตั๋วที่หน้างานได้เลย หรือว่าสามารถจองผ่านเอเจนซี่ต่างๆ จากนั้นก็ไปรับตั๋ว ราคาผมซื้อจากเอเจนซี่ในไทย สำหรับ 2 คนอยู่ที่ 27,00 วอน ประมาณ 810 บาท (แบบ 4 คนอยู่ที่ 36,00 วอน)แต่ละเอเจนซี่ขายไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งนิดหน่อยๆ ไม่ต้องไปคิดมาก โดยการจองตั๋วไปก่อนเพราะว่า คนค่อนข้างเยอะ ไหนจะมีทัวร์มาลงอีก และรถปั่นแบบนั่ง 2 คนจะมีน้อยกว่าแบบนั่ง 4 คน ฉะนั้นเมื่อเราจองตั๋วแล้ว ต้องคำนวณเวลาในการเดินทางไปอย่างรัดกุมกันเลยทีเดียว

ถ้าเอาเด็กมาด้วยจะเซ็ตนั่งตรงกลาง หากระเป๋ามาวางไว้ได้ ซึ่งตรงนี้สามารถฝากของที่จุดขายตั๋วได้ด้วยนะ เพราะยังไงเราต้องกลับมาที่เดิม รถเข็นไรงี้ สบายๆ

การปั่น จะเหมือนปั่นฟรีตามแรงเคลื่อนของรถ ลักษณะทางที่ปั่นสบายๆ หน่อยเพราะไม่ต้องปั่นขึ้นเนินอะไร ปั่นไปเรื่อยๆ ซึ่งผมว่ามันไม่ล้า แต่มีอาการเมื่อยๆ ต้องสวิงขา

เมื่อเริ่มปั่น จะให้ขบวนนั่ง 4 คนไปก่อน มีหลายคันมาก เหลือๆ  แล้วตามด้วยแบบนั่ง 2 คน ฉะนั้นถ้าคุณไปกัน 6 คนจะเอารถแบบ 2 และ 4 ไปด้วยกัน อันนี้ไม่ได้นะ

ปั่นๆ ไปตามทาง มีข้ามถนนด้วยนะ แต่มีไม้กั้นรถให้ แบบรถไฟเลย

อากาศดีแบบสุดๆ เย็นๆ

ที่นี่เปิดแทบทุกสภาพอากาศเลยนะครับ หิมะตกก็มาปั่นกันได้ สวยไปอีกแบบ

ช่วงต้นเดือน พ.ย.

ปั่นไป ชมวิวไป ในการปั่นจะไม่สามารถแวะจอดได้นะครับ หรือ ของตกก็ห้ามจอดเด็ดขาด

มาอีกไฮไลท์ของ Railbike คือการลอดอุโมงค์ ซึ่งมีทั้งหมด 3 อุโมงค์ใหญ่ๆ

พยายามเกาะกลุ่มกันไป แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะ เพราะต้องไปทางเดียวกัน 5555

วิวสุดยอดไปเลย

เจออีกอุโมงค์ละ

จบเมื่อพ้นอุโมงค์ที่สาม จะถึงจุดพัก

ลงมาถ่ายรูปกันสักนิด มีเวลาประมาณ 15 นาที

ยิ้มมมมม

มีห้องน้ำ และ ร้านค้าบริการ

ไม่รู้ว่าเพราะเป็นแบบปั่น 2 คนจึงมาหลังสุด เลยได้พักแปบเดียว สักพักรถไฟก็มาละ

นั่งรถไฟชมธรรมชาติกันต่อ

เมื่อลงรถไฟ ต้องเดินไปขึ้นรถบัสกลับ อันนี้เดินดีๆ นะครับ เจอร้าน GS25 ค่อยเลี้ยว เพราะจะมีจุดจอดรถบัส เพื่อรับนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์อยู่ ผมเองยังเกือบขึ้นผิดคัน ดีที่ถามก่อน

เดินๆๆๆๆๆ ชมวิวๆ

อ่า เจอร้าน GS25 ละ เลี้ยวซ้ายได้

เราต้องข้ามไปฝั่งนู้น สามารถเลือกสะพานที่จะข้ามได้ตามใจชอบ

ของผมเลือกแบบก้อนหินเนี้ยแหละ ใกล้ชิดน้ำดี 555

ข้ามมาก็เดินๆ มาจุดนี้ คือจุดจอดรถบัส Railbike

รถบัส ไม่มีนับคนนะครับ เมื่อไม่มีคนต่อแถวคือล้อหมุน ถ้าตกรถคาดว่าน่าจะต้องรออีก ชั่วโมงนึงเพื่อกลับกับอีกกลุ่ม

กลับมาถึงที่เดิม ใช้เวลา 10-15 นาทีเท่านั้น ก็จบการปั่น Railbike คังชอน เรียบร้อย ซึ่งอย่างที่บอกว่าให้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงต่อรอบ และอย่าลืมคำนวณเวลาเดินทางด้วยนะ ถ้ามีสถานที่ที่เราจะต้องไปเที่ยวต่อ ยังไงถ้ามาเกาหลี Railbike ก็ถือว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และแปลกตาไม่เบาเลยละครับ