10 สถานที่เคาท์ดาวน์สุดฟิน! ต้อนรับปีใหม่ 2018 คัดสรรแล้วว่าต้องไป

10 สถานที่เคาท์ดาวน์สุดฟิน!
ต้อนรับปีใหม่ 2018

เผลอแป๊ปเดียว เทศกาลปีใหม่ก็วนกลับมาอีกครั้ง หลายคนวางแผนไปเที่ยวต่างจังหวัด หลายคนไม่ได้ไปไหน และสำหรับใครที่กำลังมองหา สถานที่เคาท์ดาวน์ อยู่ วันนี้ Travel Mthai ก็ได้รวบรวมมาให้ทั้งหมด 10 แห่ง คัดสรรแล้วว่าต้องไป! แต่ละที่จัดยิ่งใหญ่และสวยงามแบบไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

  1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World)

จัดเป็นประจำทุกปี และยิ่งใหญ่ทุกปีที่ สถานที่เคาท์ดาวน์ ของคนกรุงเทพ ณ ลานด้านหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พบกิจกรรมนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ การแสดงพลุ ดอกไม้ไฟ และสนุกสุดมันส์ไปกับเหล่าศิลปินมากมาย ที่ยกขบวนกันมาสร้างเสียงเพลงให้ฟังแบบข้ามคืน เช่น เป๊ก ผลิตโชค, Room39, ฮั่น The Star, แสตมป์ อภิวัชร์, The Parkinson, เจมส์ จิรายุ ฯลฯ  ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2560 – 1 มกราคม 2561

**********************************************************

  1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์
    (Asiatique the Riverfront)

เคาท์ดาวน์สุดฟินริมแม่น้ำเจ้าพระยาในสไตล์ย้อนยุคที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ หรือจะเลือกขึ้นไปยืนรับลมชิลๆ บนชิงช้าสวรรค์ยักษ์ เพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงของคุ้งน้ำ ได้บรรยากาศสุดโรแมนติก เคล้าไปกับเสียงเพลงจากศิลปินดังยุค 90’s ที่จะทำให้คุณหวนนึกถึงอดีต ทั้ง หนุ่ย อำพล, มอส ปฏิภาณ, ป้าง นครินทร์, เดอะ พาร์กินสัน, อินสติ้งค์, มิสเตอร์ทีม, นนท์ ธนนท์, ร่วมด้วยดีเจ ริต้า และ นาฟ อิเลคโทรนิค ไลฟ์ แบน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: Asiatique

**********************************************************

  1. Mega Countdown 2018
    เมกา บางนา (MEGA Bangna)

ระเบิดความมันส์ กับงาน Mega Countdown 2018 แลนด์มาร์กงานเคาท์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพตะวันออก นับถอยหลังไปพร้อมกับศิลปินมากคุณภาพ อย่าง นิว-จิ๋ว, ออฟ ปองศักดิ์, Tattoo Color, 25 Hours, Bodyslam, สล็อตแมชชีน, ก้านคอคลับ – โจอี้บอย และ สิงห์เหนือ เสือใต้ ตั้งแต่เวลา 18.00-01.30 ณ ลานจอดรถด้านนอกฝั่งอิเกีย ชั้น 1

**********************************************************

  1. Warm Up Countdown Party 2018
    Centerpoint of Siam Square

ถึงเวลาเหล่าวัยรุ่นรวมตัว ร่วมเทศกาลเคาท์ดาวน์ใจกลางสยามสแควร์ กับงาน  ‘Warm Up Countdown Party 2018’ ในธีม Pink Cloud Party ปาร์ตี้สีชมพู ให้หนุ่มสาวได้อวด pink item สุดชิคกันเต็มที่ เปิดฉากด้วยวงตรีน้องใหม่จากเวทีประกวด Hot Wave แล้วไปกรี๊ดสุดเสียงกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีดีทั้งคารมและหน้าตา เป๊ก ผลิตโชค, The Toys, 2Moons The Series และโอ๊ต ปราโมทย์ วันที่  31 ธันวาคมนี้ เริ่ม 11.00 น. – 20.00 น.  ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ ฝั่งสยามสแควร์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: Centerpoint of Siam Square

**********************************************************

  1. The Bangkok Countdown (TBC)
    Live Park พระราม 9

สาวก EDM และขาแดนซ์ทั้งหลายห้ามพลาด เทศกาลดนตรีของไทยที่รู้จักไปทั่วโลก The Bangkok Countdown (TBC) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม 2560 ณ Live Park พระราม 9 พบกับบรรดาดีเจชั้นนำของเมืองไทยและดีเจดังระดับโลก ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกและความประทับใจ นอกจากนี้ยังมีโซนร้านอาหารเจ้าดังจากทั่วกรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟเอาใจผู้ร่วมงาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: TBC

**********************************************************

  1. Khonkaen Countdown 2018
    ประตูเมือง จ.ขอนแก่น

ตื่นตาตื่นใจกับแสงสีสุดตระการตา ที่ผสมผสานความป็นพื้นบ้านสไตล์อีสานได้อย่างลงตัว กับงานเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ที่ไหน Khonkaen Countdown 2018 ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. 60 – 1 ม.ค. 61 ณ บริเวณประตูเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยปีนี้มาในธีม “เบิกบานทั่วหล้า” เนรมิตสวนสาธารณะประตูเมือง ให้กลายเป็นสวนเรืองแสง ประดับไฟวิบวับสวยงาม มีการจำลองประสาทที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้เป็น Landmark เด็ดยามค่ำคืน พร้อมคอนเสิร์ตสุดมันที่มาสร้างสีสันให้คืนข้ามปีเป็นคืนพิเศษยิ่งกว่าคืนไหน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: Khon Kaen Talk

**********************************************************

  1. กอดข้ามปี KHAOYAI COUNTDOWN
    Mindwinter Green เขาใหญ่

‘กอดข้ามปี  KHAOYAI COUNTDOWN’ ชวนคนข้างกายไปกอดข้ามปีให้คลายหนาว ฟังเพลงชิลๆ ในบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่ Mindwinter Green เขาใหญ่ มีปราสาทหลังสีขาวเป็นฉากหลัง มีทิวขาวอยู่เบื้องหน้า ให้ฟิลเหมือนนั่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านในประเทศยุโรป ตกกลางคืนนอนนับหมู่ดาวระยิบระยับ มันช่างดีเวอร์ๆ ก่อนก้าวข้ามปีไปพร้อมกับศิลปินคนโปรดกว่า 14 ท่าน เช่น บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ , แสตมป์ อภิวัชร, สิงโต นำโชค, Mind, The Parkinson, ว่าน ธนกฤติ และศิลปินอื่นอีกเพียบ จัดเต็มตลอด 2 วันตั้งแต่วันที่ 30–31 ธันวาคม 2560

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: Khaoyai Countdown

**********************************************************

  1. Ubonratchathani Countdown 2018
    เซ็นทรัลพลาซ่า อุบลราชธานี

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบสุดเหวี่ยง โยกกันให้สุดด้วยขบวนศิลปินชั้นนำ อาทิ แกงส้ม ธนทัต, LOMOSONIC, มาเรียม B5, NAP A LEAN และ BEDROOM AUDIO วันที่ 31 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: Centralplaza Ubonratchatani

**********************************************************

  1. PATTAYA COUNTDOWN 2018
    ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย, พัทยา

ขอบคุณรูปภาพจาก: พัทยารวยเกิ๊น

สถานที่จัดงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ภายในงานมีการตกแต่งแสงไฟให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเก็บภาพประทับใจ รวมถึงกิจกรรมสร้างความบันเทิงต่างๆ อาทิ การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง กิจกรรมจุดพลุไฟเพื่อต้อนรับปีใหม่ในช่วงเวลา 24.00 น เป็นอีกสีสันที่น่าไปสัมผัส โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ณ บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย)

**********************************************************

  1. อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ร่วมเคาท์ดาวน์ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้เมืองหนาว ชมไฮไลท์แสดงพลุสุดอลัง พร้อมเพลงบรรเลงจากศิลปินล้านนา และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน  “เตวิชญ์” และ “บอย-พิษณุ” ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น ถึง ตี 1 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: อุทยานหลวงราชพฤกษ์

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมด ยังมีอีกหลายแห่งที่จัดงานเคาท์ดาวน์เช่นเดียวกัน เช่น เซ็นทรัลศาลายา จ.นครปฐม, อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่, เซ็นทรัลเฟสติวัล จ. เชียงใหม่, สนามกลางบ้านเทอดไทย จ.เชียงราย, ปาร์ตี้ Roof Top ร้าน The Westin Grande สุขุมวิท ซอย 19 เป็นต้น อยากเฉลิมฉลองกันที่ไหน ก็เลือกที่ชอบกันได้เลย

 

10 จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมในไทย ปี 2017

10 จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ปี 2017

วันนี้เราได้รวบรวม จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2017  มาให้ดูกัน เรียบเรียงตามแบบฉบับของ Travel.Mthai เอง ลองเช็คดูซิว่า เพื่อนๆ ไปกันมาแล้วกี่ที่ พลาดจุดไหนไปบ้าง แล้วตามเก็บให้ครบกันนะคะ

  1. จังหวัดเพชรบูรณ์

เรียกว่าเป็น จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ตลอดกาล สำหรับเพชรบูรณ์ สภาพแวดล้อมทั่วไปเป็นป่าเขียวชะอุ่ม โอบล้อมด้วยยอดเขา มีพรรณไม้ขึ้นหนาแน่น อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่ไปสิบครั้งก็ไม่หมด ถ้ามาหน้าฝน ก็จะมองเห็นหมอกหนาตา กับความเขียวของป่าเขาและดอกไม้เบ่งบาน หากมาหน้าหนาว หมอกยังลอยฟุ้ง แต่เพิ่มเติมคือลมหนาว นักท่องเที่ยวนิยมมานอนกางเต๊นท์เพื่อรอชมทะเลหมอก โดยเฉพาะบนภูทับเบิก แหล่งปลูกกะหล่ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งยังคงฮอตฮิตไม่เคยเงียบเหงา

***********************************************************************

  1. จังหวัดเลย

เป็นจังหวัดชายแดนอยู่เกือบเหนือสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว และด้วยภูมิประเทศที่ประกอบไปด้วยภูเขาใหญ่น้อยประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเลยส่วนใหญ่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า “เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู”

ไม่ว่าจะเป็นเชียงคาน เมืองเล็กๆ เงียบสงบริมฝั่งโขง ที่สามารถขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นบนภูทอก หรือล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งไทย-ลาว ที่แก่งคุดคู้ นอกจากนี้ยังมีภูกระดึง ภูเรือ ภูลมโล ภูป่าเปาะ อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง และอื่นๆ อีกมายรอคุณไปสัมผัส

***********************************************************************

  1. จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ไม่ว่าฤดูกาลไหนก็ไม่เคยว่างเว้นผู้คน เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวเยอะแยะมากมาย ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ไม่ว่าจะเที่ยวชมวัดสไตล์ล้านนาในตัวเมือง ไปกราบไหว้พระธาตุดอยสุเทพ พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ หรือขึ้นดอยอ่างขางไปดูนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งมักจะบานช่วงธ.ค.-ม.ค. ต่อด้วยชมนาข้าวขั้นบันไดที่บ้านป่าบงเปียง แล้วนอนดูดาวฟินๆ กลางลมหนาวบนดอยหลวงเชียงดาว

***********************************************************************

  1. จังหวัดเชียงราย

เชียงรายเหนือสุดแดนสยาม ที่เรายังคงเห็นชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวล้านนาและชนเผ่าต่างๆ  นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นเขาไปชมทะเลหมอกและความสวยงามของธรรมชาติ บนดอยสูง ภูชี้ฟ้า ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว ดอยแม่สลอง ดอยผาตั้ง หรือจะท่องเที่ยวทำกิจกรรมในไร่บุญรอด ชมไร่ชาที่ฉุยฟง เดินสะพานเรือนยอดไม้ Tree top walk ในดอยตุง เป็นต้น

***********************************************************************

  1. จังหวัดน่าน

จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลอย่างหนาหู น่านเป็นเมืองเก่าที่มีชีวิต มีความน่ารักและโรแมนติกมากๆ แห่งหนึ่งในประเทศไทย โด่งดังด้วยภาพกระซิบรักบันลือโลกที่วัดภูมินทร์ ส่วนช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. ของทุกปี ต้นชมพูภูคาจะเบ่งบานชูช่อออกดอกสีชมพูสวยหวานอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา และหากมาเที่ยวหน้าฝน ขอแนะนำให้ไปอำเภอปัว เพราะจะได้เห็นนาข้าวเขียวขจีอยู่เต็มท้องทุ่ง และอย่าลืมแวะเก็บแต้มที่ดอยเสมอดาว นอนหนาวนับดาวฟินๆ บอกเลยมาเที่ยวน่าน ครบรสทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งป่าเขา ดอกไม้ สายน้ำ เมฆหมอก วัดวาอาราม ศิลปะ และวัฒนธรรมประเพณี

***********************************************************************

  1. จังหวัดสุราษฎ์ธานี

เป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เพราะมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีเกาะน้อยใหญ่มากมาย ทั้งเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน หมู่เกาะอ่างทอง โดยเฉพาะเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่นักท่องเที่ยวนิยมมานอนแพ โดดน้ำเล่นหน้าบ้านพัก พอตอนเช้าจะมีเรือพาไปชมเขาหินสามเกลอ ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนที่ยอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต สวยงามมากจนได้สมญานามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย

นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยว “ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด” ที่เพิ่งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่นานนี้เอง น้ำใสกิ๊งไหลเย็นชวนให้เราจุ่มตัวลงแช่อย่างสบายอารมณ์

***********************************************************************

  1. จังหวัดกาญจนบุรี

กาญจนบุรี จังหวัดที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก ถ้าอยากพัก ชาร์ตพลังกาย พักใจ ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวเลยล่ะ มีที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่าง น้ำตกเอราวัณ น้ำตกไทรโยค ที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่าง สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ทางรถไฟสายมรณะ ใครสายบุญก็มีองค์พระให้เข้าไปกราบไหว้ที่ วัดถ้ำเสือ วัดป่าลำขาแข้ง หรืออยากผจญภัยแบบเสียวสุดติ่ง ก็ต้องลองเดินขึ้นยอดเขาช้างเผือก หากอยากนอนชิลล์ๆ ฟังเสียงสายน้ำ ใช้ชีวิตช้าๆ แบบสโลไลฟ์ ที่กาญจนบบุรีเขาก็มีแพพักให้เลือกนอนหลายที่เลยทีเดียว

***********************************************************************

  1. จังหวัดราชบุรี

พูดถึงจังหวัดราชบุรี เดี๋ยวนี้ไม่ได้มีแค่ฟาร์มแกะ สวนผึ้ง หรือโอ่งมังกรอันโด่งดัง ยังมีที่ท่องเที่ยวอื่นอีกหลายจุดน่าเช็คอิน ไม่ว่าจะเป็น เดินชมฟาร์มเมล่อนสไตล์ญี่ปุ่นที่ Colo Field  เสพย์งานศิลป์สุดอาร์ตที่ หอศิลป์ร่วมสมัย เถ้า ฮง ไถ่ ดีคุ้น  ป้อนอาหารอัลปาก้าที่ อัลปาก้า ฮิลล์  แวะแช่ตัวคลายเมื่อยที่ ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ขับรถขึ้นเขาชมวิวทะเลหมอกที่ ห้วยคอกหมู แชะถ่ายรูป อุทยานหินเขางู และฝากท้องมื้อเย็นที่ร้านอาหาร INLAYA bar&grill ทั้งหมดนี้รวมถึงเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพ เดินทางสะดวก ทำให้ราชบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ใครก็ห้ามพลาดมาเยือน

***********************************************************************

  1. จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในเมืองแห่งสีสัน ทะเลสวยๆ น้ำใส ไม่ต้องไปไกลถึงมัลดีฟส์ หรือจะเที่ยวตัวเมืองเก่า ถ่ายรูปชิคๆ กับสตรีท อาร์ต รวมไปถึงอาหารการกินที่หลากหลาย ทำให้เมืองภูเก็ตนี้ไม่เคยเงียบเหงา และด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ในน่านน้ำทะเลอันดามัน สามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะต่างๆ ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น เกาะไม้ท่อน เกาะเฮ เกาะไข่ เกาะยาว ฯลฯ รวมถึงจุดชมวิวแหลมพรเทพ ที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกได้ก่อนใคร จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสาย

***********************************************************************

  1. เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุง หนีความวุ่นวายจากในเมืองใหญ่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลกเที่ยวได้ตลอดปี ซึ่งมีที่เที่ยวฮิตๆ อย่าง  จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม, เขาใหญ่อาร์ตมิวเซียม, Toscana valley, Flora Park, Primo Piazza ตลอดจนโรงแรม ที่พัก ร้านอาหารและคาเฟ่ เปิดให้บริการจำนวนมาก และแต่ละที่นั้นก็ช่างตกแต่งได้อาร์ตซะเหลือเกิน ทำเอานักท่องเที่ยวหลายคนไปแล้วไม่อยากกลับเลยล่ะ

***********************************************************************

ทั้งหมดนี้ก็คือ 10 จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมในไทย ประจำปี 2017 ลองลิสต์เอาไว้ไปเที่ยวช่วงปีใหม่ก็ได้นะคะ เคยไปมาแล้วก็ไปอีกได้ เพราะแต่ที่ละเด็ดๆ ทั้งนั้น แถมมีสเน่ห์ชวนหลงจนไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะ และส่งท้ายปีเก่านี้ ก็ขอให้เพื่อนๆ เดินทางโดยสวัสดิภาพ มีความสุขตลอดปี มีแต่สิ่งดีๆ ตลอดไปนะคะ

 

5 จุดไฮไลท์ห้ามพลาด ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม 2560 จ.นครราชสีมา

5 จุดไฮไลท์ห้ามพลาด

ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม, นครราชสีมา

อากาศเริ่มเย็นๆแบบนี้ การไปท่องเที่ยว ชมดอกไม้เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ และเราก็ไม่พลาดที่จะพาทุกท่านไปเที่ยวชม ไร่จิมฯ หรือ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ดินแดนถิ่นอิสานที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดและชื่องานว่า “เต๋อเติน เวินวัง – พลังแห่งน้ำ” ซึ่งคำว่า เต๋อเติน เวินวัง แปลว่า พลังเสียงของน้ำที่ดังสะเทือน กึกก้อง ซึ่งสะท้อนว่าพลังของน้ำ ผูกพันและอยู่คู่กับวิถีชีวิตมนุษย์มาช้านาน

ว่าแล้วก็ตามไปดู 5 จุดไฮไลท์กันเลยดีกว่า หากมาถึงแล้วจะได้ไม่พลาด แชะรูปกันให้ครบ!

จุดที่ 1 : ทุ่งคอสมอสและแปลงผักปลอดสาร

ไฮไลท์สำคัญที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชื่นชมและถ่ายภาพทุ่งคอสมอสสีชมพูบานสะพรั่ง บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ และตื่นตาตื่นใจไปกับซุ้มทางเข้าไม้ไผ่ ทอดยาว นำทางเข้าสู่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแม่น้ำโขง ก่อนแวะเก็บลูกหม่อน หรือ ‘มัลเบอร์รี่’ และผักสดปลอดสารพิษ ณ บริเวณ U-Pick Garden

ทุ่งดอกคอสมอส

แปลงผักปลอดสารพิษ

*******************************************************************

จุดที่ 2 : ลานฟักทอง และทุ่งดอกไม้หลากสี

ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาพญาปราบและอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ชมทุ่งดอกไม้หลากสีนานาพันธุ์และเพลิดเพลินไปกับ “ยักษ์จมูกแดง” ผู้สร้างตำนานการกำเนิดแม่น้ำโขง พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านมากมาย อาทิ ‘ไหดักน้ำค้างยักษ์’ ที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเก็บภาพของทุ่งดอกไม้มุมสูงแบบ 360 องศา และ ‘ยอ’ อุปกรณ์จับปลาของชาวอีสาน บริเวณลานยกยอ ปิดท้ายด้วยลานฟักทองหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในสัญลักษณ์ของ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ที่ทุกท่านชื่นชอบ

ขบวนแห่งานบุญที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

*******************************************************************

จุดที่ 3 : หมู่บ้านอีสาน

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของพลังแห่ง “น้ำ” ผ่านกิจกรรมเรียนรู้การใช้ชีวิตตามวิถีพอเพียง ซึ่งล้วนใช้น้ำเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อาทิ สวนลอยน้ำและแปลงเกษตรแบบไม่ต้องรดน้ำ การปลูกข้าวทำนาอินทรีย์แบบดั้งเดิม พร้อมสัมผัสความน่ารักและถ่ายรูปกับครอบครัวควายไทย ”บุญหลาย” ขวัญใจนักท่องเที่ยว ก่อนชมความวิจิตรงดงามของ “สถาปัตยกรรมอีสาน” ทั้งบ้านเรือนและศาสนาคารอีสานดั้งเดิมหลากหลายรูปแบบ เรียนรู้มหาเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ผ่านวรรณกรรมบนผ้าผะเหวดโบราณ พร้อมสักการะพระพุทธรูปไม้พุทธศิลป์ถิ่นอีสานอายุกว่า 100 ปีที่หาชมได้ยาก รวมถึงผลงานศิลปะที่บอกเล่าความผูกพันของชาวอีสานกับน้ำชุด “ลวงปลา” และเครื่องจักสานวิถีแห่งน้ำ “สุดเหวี่ยง” จากศิลปิน อินทนงค์ ชิณวงศ์ และชุด “บั้งไฟพญานาค : ความเชื่อแห่งลุ่มน้ำโขง” จาก อาจารย์ตนุพล เอนอ่อน สนุกสนานไปกับการแสดงหมอลำและศิลปะพื้นบ้านอีสานในบรรยากาศเย็นสบายริมอ่างเก็บน้ำในหมู่บ้านอีสาน และครั้งแรกของกิจกรรม “ลอยเรือ ล่องน้ำ” ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลงเรือพายจากท่าน้ำหมู่บ้านอีสานไปถึงตลาดจิม ระยะทางประมาณ 400 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานอย่าง ‘หอไตร’ กลางน้ำ เป็นต้น

ปราสาทน้ำ

บั้งไฟพญานาคสุดเหวี่ยง

*******************************************************************

จุดที่ 4 : หมู่บ้านจิม

กับ “อุโมงค์ปลาหลากสี” ที่ผลิตจากผ้าหลากสีสันนำทางเข้าสู่หมู่บ้านจิม เพื่อร่วมชมเรียนรู้ และทดลองลงมือทำในทุกกระบวนการผลิตผ้าไหมอันเลื่องชื่อและเป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน

*******************************************************************

จุดที่ 5 : ตลาดจิม

ผ่อนคลายไปกับเสียงสายน้ำ พร้อมชมกลไกของรางส่งน้ำไม้ไผ่ที่พาดผ่านรอบตลาดจิม สนุกสนานกับการเลือกซื้อเลือกเก็บผักไฮโดรโปนิกส์จากแปลงด้วยตนเอง ก่อนปิดท้ายทริปสุดประทับใจ กับการช้อปปิ้งสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรทั้งสดและแปรรูปหลากหลายรายการจาก จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตลอดจนผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมายในราคาสุดพิเศษ”

ราคาบัตรเข้าชม 

วันธรรมดา: ผู้ใหญ่ 180 บาท/ เด็ก 130 บาท

วันเสาร์ – อาทิตย์: ผู้ใหญ่ 220 บาท/ เด็ก 160 บาท

สำหรับผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ราคา 90 บาท ทุกวัน

เวลาเปิดปิด: 9.00 – 17.00 น. ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2561

ที่ตั้ง : จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ต.ตะขบ  อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา