เขาช้างเผือก สุดยอดทางเลือกของนักผจญภัย!

หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อ “เขาช้างเผือก” มาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยไปสักที เฝ้ารอวันที่จะพิชิตดูสักครั้ง ซึ่งใน 1 ปี จะเปิดให้คนเข้าไปท่องเที่ยวเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ และในวันนี้ เขาช้างเผือก ก็ได้เปิดให้เข้าไปเที่ยวกันอีกครั้งแล้ว ซึ่งในปีนี้ เปิดตั้งแต่ วันที่ 20 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2561 เปิดให้โทร.จองวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ติดต่อทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

เขาช้างเผือก
สุดยอดทางเลือกของนักผจญภัย

“เขาช้างเผือก” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในการขึ้นไป จะจำกัดจำนวนวันละไม่เกิน 60 คน และต้องจองล่วงหน้า 7 วัน พร้อมส่งชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชน และที่อยู่ให้ทางอุทยานฯ โดยจะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตรพร้อมกางเต้นท์ค้างคืนบนยอดเขา 1 คืน ซึ่งทางอุทยานฯ จะจัดเจ้าหน้าที่นำทาง และจ้างลูกหาบช่วยขนสัมภาระให้

เขาช้างเผือก เป็นชื่อยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือกเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มีจุดไฮไลท์ของการเดินทางอยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียวไปพร้อมกัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้ที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุด อีกด้วย

นักผจญภัยทุกท่าน ควรฟิตร่างกายไว้ให้พร้อม และอย่าลืมของสำคัญที่ควรนำติดตัวไป นั่นก็คือเสื้อแขนยาว แว่นกันแดด และไฟฉาย ที่สำคัญที่สุดคือหัวใจที่เข้มแข็ง ขอให้สนุกกับการเดินทางนะครับ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร. 0 3453 2114  /  08 1382 0359

ขอบคุณข้อมูลจาก: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, facebook.com/UnseenThailand

ภาพ: tiewpakklang.com, theeradej.com, bloggang.com, painaidii.com, 24thai.com, trekkingthai.com

เรียบเรียงโดย: Travel MThai

 

ตระการตากับไฟ LED กว่าล้านดวง ในงาน “ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ”

กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ในงาน “ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ” (Thailand Illumination Festival 2017) เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางดนตรีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ตระการตากับไฟ LED กว่าล้านดวง

ในงาน “ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ”

โดยจัดซุ้มนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ” พร้อมเนรมิตพื้นที่ลานกิจกรรมกว่า 39 ไร่ จัดเป็นสวนเรืองแสง ตระการตากับไฟ LED กว่าล้านดวง รายล้อมด้วยประติมากรรมสีสันแห่งไฟในหลากหลายรูปแบบ เป็นปรากฏการณ์ “แสงไฟ สู่แรงบันดาลใจแห่งชีวิต” สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ย่านรัชดาภิเษกต้อนรับฤดูหนาว ในปี 2560 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงการเริ่มต้นศักราชใหม่ในปี 2561

ร่วมชมนิทรรศการในหลวงในดวงใจ และกิจกรรมไฮไลท์ ตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการ แสง เสียง ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ 9, อิ่มใจได้บุญกับ ซุ้มเล่นเกมส์เพื่อการกุศล และรับประทานอาหาร STREET FOOD ชื่อดัง กว่า 30 ร้านค้า โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ มูลนิธิชัยพัฒนาและศิริราชมูลนิธิ รับฟังดนตรีอันไพเราะตลอดทุกค่ำคืน

งาน “ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ” (Thailand Illumination Festival 2017) ปรากฏการณ์แสงไฟ สู่แรงบันดาลใจแห่งชีวิต เปิดให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี

อัตราค่าเข้า: เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าาใช้จ่าย

วันเวลา: ตั้งแต่วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2560 – เสาร์ที่ 6 มกราคม 2561

เวลา: วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 – 22.00 น. และ วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 23.00 น.

สถานที่: ณ ลานกิจกรรม ถนนรัชดาภิเษก ซอย 8 (ตรงข้าม ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก) (เดินทางสะดวกด้วย MRT ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทางออก 2) หากนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถจอดได้ที่ อาคารจอดแล้วจร MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ รัชดาซอย 6 หรือ อาคารจอดแล้วจร MRT ลาดพร้าว (มีค่าบริการจอดรถ)

วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2560 ร่วมเฉลิมฉลองและก้าวสู่ปี 2561 กับกิจกรรม APOLLOTHAI COUNTDOWN 2018 ท่ามกลางสวนไฟเรืองแสงอันสวยงามอลังการ และสนุกสนานไปกับมินิคอนเสิร์ตจาก 3 ศิลปินชื่อดัง ได้แก่ อะตอม ชนกันต์, สินเจริญ บราเธอส์ และ เจนนิเฟอร์ คิ้ม

ใครอยู่กรุงเทพก็มาเที่ยวกันได้นะคะ เช็คข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เพจ ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ” ได้เลย

ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลจาก ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ” 

 

กล้องใหญ่หลบไป! 9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยวจากสมาร์ทโฟนก็ดูดีได้

9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยว
ด้วย smartphone

เวลาไปเที่ยว ใครๆ ก็อยากจะมีรูปสวยเก็บไว้เป็นความทรงจำ หรือนำมาลง Facebook, Instagram แต่บางทีรูปที่ได้ก็ไม่ถูกใจเอาซะเลย วันนี้เรามี 9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยวจากสมาร์ทโฟนไม่ต้องพึ่งกล้องใหญ่ แต่ถ่ายออกมาดูดีได้ไม่แพ้กันมาฝาก อ่านไว้ก่อนไปเที่ยว รับรองภาพของคุณได้ยอดไลท์จากมวลมหาชนชาวโซเชียลแน่นอน

  1. จุดตัด 9 ช่อง

ลองใช้สกิลการถ่ายภาพเบื้องต้นด้วยการเปิดการใช้งาน Grid หรือ เส้นจุดตัด ที่จะทำให้การถ่ายรูปวิวหรือ Landscape ของคุณได้มุมที่สวยกว่าเดิมและ Professional มากขึ้นค่ะ

  1. หา composition ของภาพ

อยากถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวให้สวยๆ ต้องหา Composition หรือจุดเด่นของภาพให้เจอ จะเป็นคนหรือสิ่งของก็ได้ รับรองว่าช่วยรูปของคุณดูปังขึ้นแน่นอน

  1. ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตก

ลองตื่นเช้ามากขึ้นกว่าเดิม หรือใช้เวลาช่วงพระอาทิตย์ตกให้เป็นประโยชน์ เพราะคุณจะได้ภาพถ่ายที่สวยละมุน ทั้งโทนสีที่อบอุ่นของพระอาทิตย์กับภาพท้องฟ้าหลายเฉดสี สวยมากจนต้องรัวชัตเตอร์หลายช็อตเลย

4.มีคนอยู่ในภาพดูไม่เหงา

บางทีถ้าหากถ่ายภาพวิวหรือ Landscape อย่างเดียวก็อาจจะเหงาไป ลองจับภาพตอนที่มีคนเดินผ่านหรือ Candid ภาพคนท้องถิ่น จะทำให้ภาพถ่ายของคุณน่าสนใจกว่าเดิมนะคะ

  1. เที่ยวทั้งทีถ่ายแต่หน้าตัวเองทำไม?

หมดยุคของการเซลฟี่แล้วค่ะ! ไปเที่ยวทั้งทีมัวแต่เซลฟี่ด้วยตัวเองจนแทบไม่เห็นวิวว่าไปเที่ยวที่ไหนแบบนี้บอกเลยว่าถ่ายที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเลย

  1. วานนักท่องเที่ยวอื่นถ่ายภาพให้

เปลี่ยนจากเซลฟี่มาลองขอให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้คุณดีกว่า ไม่ต้องกังวลถ้าหากไปเที่ยวคนเดียว หรือสองคนก็สามารถยิ้มหวานๆ พร้อมขอให้นักท่องเที่ยวใกล้ๆ ช่วยถ่ายรูปให้คุณ ไม่แน่อาจจะมิตรภาพเพิ่มจากภาพถ่ายนี้ก็เป็นไปได้นะคะ

  1. โพสท่าทีเผลอ

ถ้าอยากถ่ายภาพให้เห็นตัวเราอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว การมองกล้องอย่างเดียวอาจจะทำให้องค์ประกอบของภาพดูแข็งทื่อไป ลองทำท่าทีเผลอๆ ชมนกชมไม้ หรือมี Activity ประกอบ จะช่วยให้ภาพออกมาดูดีกว่าที่เคยค่ะ

  1. หามุมแปลกๆ

สำหรับใครที่เบื่อการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวในมุมเดิมๆ ที่ซ้ำกับคนอื่น ลองสนุกด้วยการไม่ต้องแคร์ทฤษฏีการถ่ายภาพใดๆ แค่เลือกมุมที่คุณชอบ อาจจะกลายเป็นภาพที่ดีที่สุดในทริปก็ได้นะคะ

  1. ครีเอทท่าโพสใหม่

ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพในมุมมองสนุกๆ ลองครีเอทท่าโพสใหม่ๆ ไม่ว่าจะไปคนเดียว กับเพื่อนหรือแฟน อาจใช้ accessory เป็นพร็อพช่วยก็ได้ อย่างการถ่ายภาพผ่านเลนส์แว่นกันแดด นี่ก็จะได้มุมมองที่แปลกดีแถมได้สีภาพไปตามเลนส์แว่นที่เลือกใช้ด้วย ถ้าเที่ยวป่าเที่ยวเขา ลองไปยืนนิ่งๆ ทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ หรือหาใบไม้สักสามสี่ใบมาใส่หัว ทำให้ดูเหมือนไปเที่ยวเกาหลีแล้วใบไม้ร่วง เท่านี้ก็ได้ภาพเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครแล้ว

ไม่รู้มีใครเห็นด้วยไหมนะคะ ว่าถึงเราจะถ่ายภาพทิวทัศน์ตรงหน้าให้ออกมาสวยยังไง แต่ของจริงที่เห็นด้วยตามักสวยกว่าเป็นพันเท่า ฉะนั้นก็อย่ามัวจริงจังกับการถ่ายภาพในโทรศัพท์มากไป จนลืมสัมผัสความงามที่แท้จริงของธรรมชาตินะคะ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก: Traveloka