เสียวสุดขั้ว! บนสะพานกระจกใส Oryukdo Skywalk จุดชมวิวเมืองปูซาน ประเทศเกาหลี

เสียวสุดขั้ว! บนสะพานกระจกใส
Oryukdo Skywalk

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวในเกาหลีใต้ ใครๆ ก็นึกถึงแต่กรุงโซล เกาะนามิ หรือสถานที่เที่ยวโรแมนติกอย่างเกาะเจจู วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศดีกว่า พาเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่ในเมืองปูซาน ซึ่งเป็นเมืองท่าและเมืองตากอากาศที่สำคัญของชาวเกาหลี แน่นอนว่าเมื่อบอกว่าเป็นเมืองท่า แสดงว่าต้องมีทะเลเป็นจุดสนใจแน่ๆ และที่เที่ยวจุดเช็คอินแห่งใหม่ที่จะพาไปดูกันวันนี้ก็เกี่ยวข้องกับทะเลนี่แหละค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นตามมาเลย

จากกระแสความโด่งดังของภาพยนตร์ Train to Busan ทำให้ปูซานเริ่มเป็นนิยมมากขึ้น อีกทั้งมีสายการบินโลว์คอสต์บินตรงถึงปูซานเลย ทำให้นักท่องเที่ยวที่เริ่มเบื่อโซลเปลี่ยนจุดหมายมาเที่ยวปูซานกันบ้างแล้ว ซึ่งนอกจากจะมีทะเลสวยๆ อย่าง ชายหาดแฮอึนแด ที่เราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมานอนอาบแดดอวดผิวกายกันเต็มหาด หรือวัดวาอารามอย่าง วัดโพโมซา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวเมืองปูซานที่เต็มไปด้วยสิ่งสักการบูชา ยังมีอีกหนึ่งที่เที่ยวอันซีนแห่งใหม่ เรียกว่ากำลังบูมสุดๆ และเสียวสุดๆ นั่นก็คือ ทางเดินลอยฟ้า ออยุคโด (Oryukdo Skywalk) เอาใจคนชอบความตื่นเต้นท้าทาย!

ขอบคุณรูปภาพจาก: Live Korea Thailand

ทางเดินลอยฟ้า ออยุคโด (Oryukdo Skywalk)  เป็นทางเดินกระจกใส รูปร่างเหมือนเกือกม้า คล้ายกับที่หนองคายบ้านเราค่ะ ถูกสร้างให้ยื่นจากหน้าผาออกไปนอกทะเลปูซาน ยาว 35 เมตร ส่วนพื้นทำด้วยกระจกหนา 50 มิลลิเมตร เคลือบด้วยสารกันกระสุนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยเข็งแรง อยู่ตรงแนวที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างทะเลตะวันออกและทะเลใต้ของเกาหลี สามารถมองทะลุเห็นทะเลด้านล่างได้เลย ถือเป็นการท้าทายนักท่องเที่ยวที่อยากขึ้นมาชมวิวทะเลรอบหมู่เกาะออยุคโด และรอชมความงดงามของแสงแรงของวัน ซึ่งเขาว่ากันว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยมากๆ แห่งหนึ่งในปูซานค่ะ โดยก่อนที่เราจะขึ้นไปเดินได้นั้น เจ้าหน้าที่เขาจะให้เราสวมผ้าหุ้มรองเท้าที่เราใส่อยู่ เพื่อไม่ให้กระจกเกิดรอยขีดข่วนค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี Kyungsung University–Pukyong National University Station ทางออก 5 เมื่อเดินออกมาแล้วหันหลังกลับเข้าไปซอยขวามือ รอรถเมล์สาย 27 หรือ 131 ลงป้ายที่ 12 ซึ่งเป็นป้ายสุดสายพอดี ส่วนขากลับสามารถขึ้นรถเมล์ฝั่งตรงข้ามได้เลยค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก: highestbridges

 

ไปเที่ยวกาญจน์ไหม? นอนเล่นแช่น้ำ กับ 10 ที่พักริมน้ำกาญจนบุรี

นอนเล่นแช่น้ำกับ
10 ที่พักริมน้ำกาญจนบุรี

ถ้าพูดถึงกาญจนบุรี คงจะนึกถึงธรรมชาติของป่าเขาและแม่น้ำเขียวใสมรกต คงจะดีเนาะถ้าได้มานอนตีพุงตากลม เอาเท้าจุ่มน้ำสักวันสองวัน วันนี้ travel.mthai เลยรวบรวม 10 ที่พักริมน้ำกาญจนบุรี มาเอาใจเพื่อนๆ สายชิลล์ ให้ได้ไปนอนแช่น้ำชมวิวจนฉ่ำใจ บอกเลยว่าได้ไปเที่ยวสักครั้ง คุณจะลืมความวุ่นวายในเมืองกรุงไปเลย

  1. The Float House River Kwai Resort

ขับรถจากกรุงเทพไม่เกิน 3 ชั่วโมง คุณจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวสุดชิลล์ริมแม่น้ำแคว ที่นั่นคือ เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท บูติครีสอร์ทลอยน้ำระดับวิลล่ากลางขุนเขา บรรยากาศโรแมนติก เหมาะจะมาเป็นคู่รัก หรือครอบครัว บ้านพักทุกหลังสร้างจากไม้ หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก สอดรับกับธรรมชาติ ด้านหน้าบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวให้ออกมานั่งรับลมเย็นๆ ชมวิวแม่น้ำได้   รับรองว่าที่นี่จะทำให้วันหยุดของคุณเป็นวันพิเศษและฟิลล์กู๊ดได้ตลอดวัน

******************************************************************

  1. X2 River Kwai Resort

รีสอร์ทสุดฮิปนี้ มีชื่อว่า ครอสทูริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ดูอาร์ตในสายตาคนรุ่นใหม่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์  Industrial Chic ซึ่งมีกลิ่นอายของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดกาญจนบุรีแฝงอยู่ทุกๆ ส่วน อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือทางรถไฟสายมรณะ ผสมผสานเข้ากับความทันสมัย โดยห้องพักทุกห้องจะหันหน้าสู่ปลายโค้งน้ำของแม่น้ำแควน้อย สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกแบบไม่มีอะไรมาบดบัง สำหรับใครที่พักบนชั้น 2 จะมีระเบียงส่วนตัวพร้อมเตียงเดย์เบดขนาดใหญ่ เหมาะกับการเอนกายนอนดูดาวชิลล์ๆ รับลมเย็นๆ หรืออ่านหนังสือดีๆ สักเล่มก็ฟินไม่น้อย ส่วนใครอยากชิดใกล้บรรยากาศริมน้ำ ที่นี่เขาก็มีโซนแพริมน้ำไว้บริการด้วย พร้อมเรือคายัคฟรี! ไม่เสียตังค์เพิ่ม เรียกว่าพายเพลินๆ สนุกจนลืมเวลากันเลยทีเดียว

******************************************************************

  1. Kwai Tara Riverside Villas

ผ่อนคลายสบายๆ ที่ แควธารา ริเวอร์ไซด์ วิลล่า รีสอร์ทสไตล์ Modern-loft ริมแม่น้ำแคว และล้อมรอบด้วยภูเขา ในอำเภอไทรโยค มีห้องพักด้วยกัน 2 แบบ คือ ห้องพักแบบ Floating Villas ติดริมน้ำ และห้องพักแบบ Canal Access  Villas  ติดสระว่ายน้ำ ที่ไม่ใช่น้ำคลอรีน แต่เป็นน้ำที่สูบขึ้นมาจากแม่น้ำแคว

ห้องที่หลายคนเทใจให้คงเป็น Floating Villas วิลล่าขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีมุมพักผ่อนส่วนตัวอย่างระเบียงบนชั้นลอย ให้ท่านได้มองวิวแม่น้ำแควได้อย่างชัดเจน ส่วนด้านล่านมีชานหน้าบ้านพักทุกหลังพร้อมเปลตาข่าย เอาไว้ให้พักผ่อน นอนเล่น นั่งเล่น เหนือผิวน้ำ ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนร่างกายได้ชาร์จแบต กิจกรรมไฮไลท์ในช่วงเย็นที่พลาดแล้วจะเสียดาย คือล่องแพเปียกไปตามลำน้ำแคว หรือจะขี่ช้าง โดดน้ำหน้าบ้านพัก ก็สนุกสดชื่นเช่นกัน

ขอบคุณรูปภาพจาก: KwaiTara

******************************************************************

  1. The Floatel Buntern

อยากตื่นเช้ามาแล้วโดดน้ำลงตู้ม! ต้องไม่พลาดไปพักที่ The Floatel Buntern เป็นโรงแรมลอยน้ำ ตั้งอยู่กลางเขื่อนวชิราลงกรณ์  ในอำเภอทองผาภูมิ ตัวแพที่พัก มีทั้งหมด 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำในตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไฟฟ้า พัดลม ห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ อาหารทะเล เครื่องดื่มและขนมไม่อั้น แต่ที่นี่จะไม่มีแอร์ เพราะใช้พลังงานจากโซล่าเซลล์ และมีเครื่องปั่นไฟใช้กรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ไว้ให้คนที่เข้าพักได้เล่นและสนุกกันด้วย เช่น สระว่ายน้ำส่วนกลาง เรือคายัค แทมโพลีน หรือจะให้ทางโรงแรมพาล่องแพไปตามเขื่อนวชิราลงกรณ์ สามารถลากไปถึงสังขละบุรี แวะเที่ยวสะพานมอญได้เลย

******************************************************************

  1. Vorona Resort

ขอบคุณรูปภาพจาก: voronaresort

อีกหนึ่งที่พักที่อยู่ใต้อ้อมกอดธรรมชาติ ที่นี่คือ โวโรน่า รีสอร์ท รีสอร์ทสีขาวสุดชิค กลิ่นอายกรีซเมดิเตอร์เรเนียนแทรกตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวร่มรื่น ทีเด็ดคือตั้งอยู่บนเนินเขาติดแม่นํ้าแควน้อย ว้าว! ยามเช้าบางฤดูจะมีหมอกลอยเหนือผิวนํ้าให้ได้เห็น บรรยากาศดีสุดบรรยาย สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน สระว่ายนํ้าไฟเปลี่ยนสีได้อยู่ตรงใจกลาง มีชิงช้าให้ไกวเล่นหลายจุด และดีเทลกิ๊บเก๋ต่างๆ นานา ในส่วนของห้องพักมีหลายแบบหลายสไตล์ ขอแนะนำ riverside cottage บ้านพักริมแม่น้ำแควน้อย พร้อมระเบียงส่วนตัว และอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง ที่ให้คุณได้นอนแช่น้ำสบายตัวแบบไม่แคร์สายตาใคร

******************************************************************

  1. Lake Heaven Resort

แพพักที่ได้รับฉายาว่า มัลดีฟส์น้ำจืดแห่งแรกในเมืองไทย รายล้อมไปด้วยบรรยากาศของทิวเขาและสายน้ำที่ใสราวกับแผ่นกระจกของเขื่อนศรีนครินทร์ เรียกว่าเป็นสวรรค์บนผืนน้ำจืด สมกับชื่อ Lake Heaven Resort ยังไงล่ะ มาพร้อมกับเครื่องเล่นกิจกรรมทางน้ำสุดแอดเวนเจอร์มากมาย ช่วยเติมแต่งวันพักผ่อนของคุณให้มีสีสัน ทั้งสไลเดอร์น้ำ, วิ่งบนทุ่นโฟม, จักรยานน้ำ, เจ๊ทสกี และเครื่องเล่นอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน รับรองว่าคุณจะต้องสนุกสนานจนหมดแรงอย่างแน่นอน

******************************************************************

  1. Wang Nok Kaew Park View

ขอบคุณรูปภาพจาก: wangnokkaew

วังนกแก้ว พาร์ค วิว การันตีที่พักดีวิวอย่างเทพ เพราะเปิดบริการมา 10 กว่าปีแล้ว มีบ้านพักแบบแพริมน้ำ บังกะโล และนอนบนอาคารริมสระว่ายน้ำ ขอแนะนำแพริมน้ำ สำหรับใครที่มองหามุมพักผ่อนแบบไพรเวท และอยากใกล้ชิดธรรมชาติ หน้าห้องพักมีเปลญวน และเก้าอี้ไม้เอนหลัง เลือกผ่อนคลายได้ตามใจชอบ ตกเย็นที่พักมีบริการพาล่องแพไปตามลำน้ำแคว ล่องไปจนถึงน้ำตกไทรโยค ก่อนจะปล่อยให้เราได้เพลิดเพลินกับสายน้ำเป็นเวลา 1 ชม. เต็ม หลังจากเล่นน้ำเสร็จเหนื่อยๆ กลับมาถึงที่พักก็มีอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์จัดเตรียมไว้อย่างดี ทานได้ไม่อั้นด้วย เรียกว่าเล่นจนอิ่มกินจนจุก พร้อมหลับสบายยันเช้า แต่อย่าหลับเพลินเชียว เดี๋ยวอดเห็นทิวทัศน์ยามเช้าที่ซ่อนอยู่ใต้ม่านหมอก ซึ่งสวยงามมากๆ และจะเสียดายภายหลัง

******************************************************************

  1. Mida Resort Kanchanaburi

เปลี่ยนบรรยากาศจากนอนแพ มานอนเต็นท์ติดแอร์เย็นๆ ฟังเสียงธารน้ำไหล ริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี วิวสวยท่ามกลางธรรมชาติ แวดล้อมด้วยลำธารและภูเขา ภายในเต็นท์กว้างขวาง สะดวกสบาย สามารถเลือกนอนได้หลายมุม กิจกรรมไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ การลอยคอ ล่องแพไปตามลำน้ำ รับรองว่าสนุกและมันส์สุดๆ แถมยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เรียกว่าเป็นธรรมชาติบำบัดอย่างหนึ่งเลยล่ะ

******************************************************************

  1. River Kwai Jungle Rafts

ขอบคุณรูปภาพจาก: riverkwaijunglerafts

อยากสงบเป็นส่วนตัว ที่ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ ตอบโจทย์สุดๆ เป็นแพพักลอยน้ำริมแม่น้ำแควน้อย ติด 1 ใน 10 รีสอร์ทผจญภัยที่ดีที่สุดในภาคเอเชียแปซิฟิก ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์แนวอนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งแพ โต๊ะ เก้าอี้ หน้าต่าง หลังคา ล้วนเป็นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ความ Eco อีกอย่างคือที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่อาศัยการจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดและเทียนไขไฟฟ้าในตอนกลางคืนแทน ด้านหน้าบ้านพักมีชานไม้ไผ่ เก้าอี้ยาว และเปลวไกว ให้คุณเลือกจับจองพื้นที่พักผ่อนแสนสบาย อยากนั่งห้อยขาแช่น้ำเย็นๆ หรือเอียงหูฟังสายน้ำไหลเอื่อยเท่านี้ก็ฟินกระจายแล้ว นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือกิจกรรมผจญภัยอย่างพายเรือแคนู ล่องแพ เดินป่า หรือเที่ยวชมหมู่บ้านมอญ ซึ่งจะมีเสื้อผ้า ของเล็กๆ น้อยๆ ขนมและเครื่องดื่มต่างๆ วางขายเรียงรายกันไป

******************************************************************

  1. Ananta River Hills Resort

ขอบคุณรูปภาพจาก: anantariverhillsresort

ปิดท้ายด้วยรีสอร์ทหรูหราเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ที่คุณต้องหลงไหลกับ อนันตา ริเวอร์ ฮิลล์ รีสอร์ท ซึ่งนอกจากจะได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศคูลๆ แล้ว ทางรีสอร์ทยังมีเครื่องเล่นต่างๆ ให้คุณเล่นแบบไม่มีเบื่อ เช่น เจ็ทสกี โซฟา เรือคายัค ตกปลา และเครื่องเล่นอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับห้องพักของที่นี่ก็รองรับผู้เข้าพักได้ทั้งแบบมาเป็นคู่ กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวใหญ่ รับรองว่าวันหยุดของคุณจะเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจแน่นอน

มีตัวเลือกที่พักเยอะขนาดนี้ ต้องไปโดนสักหน่อยแล้วล่ะ ให้ร่างกายได้ชุ่มฉ่ำหน่อยๆ จะขับรถไปเสาร์อาทิตย์ 2 วัน 1 คืนก็ได้ เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก หรือจะมารถตู้ รถไฟ ก็เดินทางสะดวกดี ใครมีแพลนจะไปเมืองกาญจน์เร็วๆ นี้ เก็บ 10 ที่พักริมน้ำไว้เป็นตัวเลือกนะคะ

 

9 ร้านอร่อย ณ เมียงดง | [ Myeongdong Korea ] | By moomint

กลับมาอีกครั้งกับสาวมิ้นท์พาตะลุยเมียงดง ประเทศเกาหลี เมื่อครั้งที่แล้วได้ทำคลิป  Trip ตัวแตก ณ เกาหลี ที่กิน 8 อย่างภายในวันเดียวกันไปแล้ว วันนี้มากินแบบสบายๆ กับ 9 ร้านอร่อยในเมียงดงกัน จะมีร้านไหนน่ากินบ้าง ไปดูกันเลยยยย

9 ร้านอร่อย ณ เมียงดง

ร้านที่ 1 ร้าน BIG GUY’S LOBSTER  เมนูที่มิ้นท์กิน Grilled Lobster ราคา $25
Clam Chowder ราคา $3 รสชาติ 8/10 กุ้งล๊อบสเตอร์สดมาก เพราะมีเลี้ยงไว้ในร้านเลยค่ะ อร่อยๆๆๆ แต่ถ้าได้น้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บๆนะ รับรองให้เกิน 10 อิอิ

ร้านที่ 2 ร้าน Sulbing Korean Dessert cafe เมนูที่มิ้นท์ทานเป็นบิงซูเมล่อน ที่ข้างในมีคอนเฟลก ถั่วแดง และ โมจิ ราคา 13,500 วอน รสชาติ 10/10 อร่อยจนอยากจะกินซัก 10 ถ้วย

ร้านที่ 3 ร้าน วาฟเฟิลไอศครีม (ชื่อร้านอ่านไม่ออกค่ะ แหะๆ) สถานที่ บริเวณถนนคนเดินตอนเย็น ของเมียงดงค่ะ  ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 วอน แต่ที่มิ้นท์ทานราคา 7,000 วอนค่ะ

ร้านที่ 4  ร้าน Ice Cream Line Friends Store สถานที่ หน้าร้าน Line Friends Store  ราคา ไอศครีมแบบถ้วย 3,800 วอน รสชาติ 7/10 เป็นรสชาตินมๆ ค่ะ ไม่ได้ฟินมากมาย แต่ก็น่ารักดีค่ะ ถ่ายรูปน่ารัก อิอิ

ร้านที่ 5 ร้าน Cabbage Omelet สถานที่ ถนนคนเดิน ตอนเย็น ย่านเมียงดง ราคาประมาณ 3,000 วอน  รสชาติ 7/10 มีไข่ ผักกะหล่ำฝอย และ แป้ง โดยรวมแปลกและอร่อยดีค่ะ แต่หวานไปนิด

ร้านที่ 6 ร้าน Jjimdak สถานที่ ชั้น 5 Food Zone ตึก 6ixty8ight  ราคาเมนูที่มิ้นท์ทาน Size S 25,000 วอน Size M 35,000 วอน -รสชาติ 9.5 /10 จริงๆอยากจะให้ 10 นะ ถ้าไก่นุ่มกว่านี้นิดนึง เมนูนี้ถือเป็นอาหารเกาหลีที่ต้องกินเลยค่ะ แต่ครั้งนี้เพิ่มเติมคือชีสสสส ใส่ชีสแล้วฟินเพิ่มขึ้นหลายเท่า อร่อยมากเลยค่ะ เส้นหนึบหนับๆ รสชาติเข้มข้น จานใหญ่สะใจมาก กินจนลุกไม่ขึ้นแน่นอน

ร้านที่ 7  ร้าน Cafe De Paris สถานที่ อยู่เยื้องกับ Shop MCM ร้านสีฟ้าๆอยู่ชั้น 2 ค่ะ ราคา Mango BonBon 16,000 วอน รสชาติ 5/10 แต่ความสวยงาม ในการถ่ายรูปมีสูงมาก ที่ให้ 5 เพราะส่วนตัวรู้สึกเอียนวิปปิ้งครีม เพราะเป็นมะม่วงและวิปปิ้งครีม

ร้านที่ 8 ร้าน Lobster Tail สถานที่ บริเวณถนนคนเดิน ตอนเย็น ย่านเมียงดง มีหลายเจ้ามาก แต่น่ากินตรงที่ย่างสดๆ ใส่ชีสด้วยค่ะ  ราคา ตามไซส์ ตั้งแต่ 10,000-20,000 วอน  รสชาติ เราว่าร้านนี้น่าจะอร่อยสุดในบรรดาทุกร้านที่ขายค่ะ เอาจริงๆเรายังไม่ได้ชิมเลย คนรอเยอะมาก และคนขายเจ้านี้พิถีพิถันในการย่านกุ้งมาก ย่างแบบสดๆ เลย กว่าจะได้กินรอนานมากเช่นกัน

ร้านที่ 9  ร้านไก่ผัดซอส ใส่ชีส (ชื่อร้านจริงๆ เป็นภาษาเกาหลีค่ะ) สถานที่ บริเวณถนนคนเดิน ตอนเย็น ย่านเมียงดง มีหลายเจ้ามาก แต่เจ้านี้น่ากินตรงที่มีชีสค่ะ  ราคา 5,000 วอน รสชาติ 8.5/10 อร่อยเลยค่ะเข้มข้นๆของซอส และมีชีสใส่เพิ่ม เรียกได้ว่าฟินขึ้นเยอะ แต่ไก่อาจจะเหนียวๆ ไปหน่อย ชอบหนังไก่สุดๆ ค่ะ 555 กินกับซอสและชีสฟินมาก

IG : iam_moomint
Fanpage : travel.minigirl.bymoomint
ติดตามคลิปอื่นๆได้ที่ monotalent
Facebook : Monotalentstudio
IG : monotalent_studio