“City Lion” เมืองโบราณใต้น้ำ อายุนับพันปี!

1

เมืองโบราณใต้น้ำนี้มีอายุมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น มีอายุราวพันปี ที่ทางการจีนปล่อยให้จมอยู่ใต้ทะเลสาบเชียนเต่า (เชียนเต่าหู) ในมณฑลเจ้อเจียง มาเป็นเวลานานถึง 55 ปี แต่ตอนนี้กลายเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยไปเรียบร้อยแล้ว

“City Lion” เมืองโบราณใต้น้ำ อายุนับพันปี!
สวรรค์ของนักดำน้ำ

2

ประตูทางเข้าเมืองสิงโต (City Lion)

เมืองโบราณนี้มีชื่อว่า “Shi cheng” หรือรู้จักกันในนามว่า “เมืองสิงโต (City Lion)” เพราะเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสิงโต 5 ลูกดัวยกัน เมืองโบราณนี้ถูกสถาปนาขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 208 (พ.ศ. 751) สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ต่อมาต้องกลายเป็นเมืองบาดาล เพราะรัฐบาลจีนตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (เขื่อนแม่น้ำซินอัน) เมื่อปี ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502)

และมีการปล่อยน้ำเข้ามากักเก็บในพื้นที่จนกลายเป็นทะเลสาบเชียนเต่า (เชียนเต่าหู หรือทะเลสาบพันเกาะ) ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่มากถึง 573 ตารางกิโลเมตร ด้วยความที่ภูเขาอันเขียวขจีถูกน้ำท่วมจนกลายเป็นเกาะน้อยใหญ่นับพันเกาะ จึงมีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของมณฑลเจ้อเจียงในปัจจุบันอีกด้วย

3

ทะเลสาบพันเกาะ

4

เมืองโบราณใต้น้ำ

หลังจมลงไปในบาดาลแล้ว “เมืองสิงโต” ก็กลายเป็นเมืองที่ถูกลืม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ๆ ดูแลด้านการท่องเที่ยวได้เชิญนักดำน้ำจากกรุงปักกิ่งให้มาช่วยสำรวจโลกใต้ทะเลสาบเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544)  และสิ่งที่นักดำน้ำค้นพบก็คือ เมืองโบราณใต้น้ำที่อยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์

แม้จะจมน้ำลึก 26-40 เมตรมานานกว่า 55 ปี แต่สิ่งปลูกสร้างภายในเมืองยังอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูที่มีมากถึง 265 แห่ง ประตูเมืองพร้อมป้อมปราการ  5 แห่ง แม้แต่ถนนที่ปูด้วนหิน เสา บันได เก้าอี้ไม้ และรูปแกะสลักหินอันวิจิตรบรรจงก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิม

5

เสาไม้

6

ป้อมปราการหน้าประตูทางเข้าเมือง

เจ้าหน้าที่ของสำนักงานท่องเที่ยว คุณ Qiu Feng กล่าวว่า “พวกเราโชคดีมาก เมื่อเราดำน้ำลงไป เราเจอกำแพงเมืองทันที เราได้หยิบอิฐของกำแพงขึ้นมาเป็นข้อพิสูจน์ด้วย โดยเมืองทั้งเมืองยังอยู่ในสภาพดี และสวยงาม แม้กระทั่งบันไดที่ทำด้วยไม้ ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดีอีกด้วย”

7

เมืองโบราณใต้น้ำ

A Chinese city, forgotten after it was flooded when the government built a dam that turned the valley it was in into a lake, has resurfaced as an underwater adventure park for tourists. The ancient city of Shi Cheng was also known as the Lion City because it was located in the province of Zhejiang, where it was surrounded by the five Lion Mountains. Founded over 1,300 years ago, it vanished from view 53 years ago when the Chinese government decided they needed a new hydroelectric power station. A dam was built to create a man-made lake, and as the water rose, the city was left at the bottom of this new found body of water. Depending on where on the lake bottom it is, the city is between 85 and 131 feet underwater. And there it remained forgotten until Qiu Feng, a local official in charge of tourism, introduced the idea of using Shi Cheng as a destination for diving clubs. For the first try it was a voyage of discovery, and Qui said: "We were lucky. As soon as we dived into the lake, we found the outside wall of the town and even picked up a brick to prove it." It was later discovered that the entire town was intact, including wooden beams and stairs. Now the city had attracted interest from archaeologists and a film crew has been on site to record the preservation of the lost ruins.

กำแพงเมือง

และตั้งแต่นั้นมาเมืองโบราณใต้น้ำแห่งนี้ก็กลายเป็นแหล่งดำน้ำสุดฮอต มีนักท่องเที่ยวดำน้ำลงไปเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งจัดกันทริปพาดำน้ำลงไปยังเมืองโบราณ บางแห่งถึงกับจัดเตรียมเรือดำน้ำนำเที่ยวไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้ เพราะเกรงว่าเมืองโบราณใต้น้ำอาจได้รับเสียหาย

9

ป้อมปราการหน้าประตูทางเข้าเมือง

A Chinese city, forgotten after it was flooded when the government built a dam that turned the valley it was in into a lake, has resurfaced as an underwater adventure park for tourists. The ancient city of Shi Cheng was also known as the Lion City because it was located in the province of Zhejiang, where it was surrounded by the five Lion Mountains. Founded over 1,300 years ago, it vanished from view 53 years ago when the Chinese government decided they needed a new hydroelectric power station. A dam was built to create a man-made lake, and as the water rose, the city was left at the bottom of this new found body of water. Depending on where on the lake bottom it is, the city is between 85 and 131 feet underwater. And there it remained forgotten until Qiu Feng, a local official in charge of tourism, introduced the idea of using Shi Cheng as a destination for diving clubs. For the first try it was a voyage of discovery, and Qui said: "We were lucky. As soon as we dived into the lake, we found the outside wall of the town and even picked up a brick to prove it." It was later discovered that the entire town was intact, including wooden beams and stairs. Now the city had attracted interest from archaeologists and a film crew has been on site to record the preservation of the lost ruins.

บันไดไม้

11

เมืองโบราณใต้น้ำ

12

แผนผังเมืองซือเฉิง ตามที่สร้างในสมัยราชวงศ์ฮั่น ราวปีค.ศ. 208 (พ.ศ. 751) ที่ถอดแบบโดยผู้เชี่ยวชาญฯ

ข้อมูลและภาพจาก paow007.wordpress.com / kiitdoo.com
เรียบเรียงโดย Travel Mthai

 

9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก!

1

พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารสำคัญที่จะแสดงรายละเอียดของบุคคลที่จะเดินทางไปต่างประเทศต่างๆ โดยลักษณะทั่วไปของพาสปอร์ตที่เราเห็นกันเป็นประจำนั้นก็จะเป็น หนังสือเล่มเล็ก มีสีแตกต่างกันตามแต่ละประเทศ Travel.mthai เลยจัด 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! มาให้ได้ชมกัน แต่ละประเทศนันดึงจุดเด่นหรือไฮไลท์มาใส่ไว้ในหนังสือเดินทาง บอกเลยว่าสวยงามมากๆ ใครชอบประเทศไหนกันบ้าง? ^^

9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก!

  1. พาสปอร์ตประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) 

2

ได้ฉายาว่า เกาะมรกตแห่งยุโรป (the Emerald Isle) ภายในเล่มพาสปอร์ตจะเป็นสีเขียวฟ้าสว่าง จะประกอบไปด้วยรูปภาพภูมิประเทศ กีฬาประจำชาติ อักษรรูนสมัยเก่าแก่ บทกลอนสั้นๆ และตัวโน้ต ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงออกถึงความเป็นไอร์ริช ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นในเรื่องของดนตรีและการเต้นรำ อีกริมหน้ากระดาษแต่ละหน้าก็ตกแต่งด้วยรูปแผ่นจารึก เมื่องอให้ภาพต่อกันก็จะได้ออกมาเป็นรูปภาพ

3

  1. พาสปอร์ตประเทศแคนาดา (Cannada)

รูปเล่มของพาสปอร์ต ภายนอกนั้นอาจจะหน้าตาดูธรรมดามาก ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ แต่เมื่อลองส่องด้วยไฟ black light ทำเอาตะลึงในความสวยงามกันเลยทีเดียว! จะเห็นความงาม สีสัน และไอเดียภาพในแต่ละหน้า นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำพาสปอร์ตเล่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการปลอมแปลงพาสปอร์ต ทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบหนังสือเดินทาง เป็นอีกหนึ่งมาตราการรักษาความปลอนภัยนั่นเอง ซึ่งพาสปอร์ตเล่มนี้ถูกปล่อยออกมาใช้ครั้งแรกในช่วงกลางปี 2013

4

  1. พาสปอร์ตประเทศนอร์เวย์ (Norway)

ดูเหมือนว่าจะถูกใจสาวๆ เป็นพิเศษ ก็เพราะมันเป็นสีพาสเทล ออกแบบโดย Oslo design ภายในพาสปอร์ตนั้นจะเป็นรูปภูมิทัศน์อันงดงามของนอร์เวย์ เมื่อฉายผ่านไฟ black light ภาพนั้นก็จะปรากฏให้เห็น แสงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของนอร์เวย์ นอกจากนี้สีของพาสปอร์ตนั้นก็แบ่งแยกตามผู้ถือด้วย เช่น สีชมพูแดงสำหรับประชาชนปกติ, สีขาวสำหรับผู้อพยพ และสีเขียวฟ้าสำหรับนักการทูต

5

  1. พาสปอร์ตสหราชอาณาจักร (The United Kingdom)

หนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษเล่มนี้ เพิ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2015 เพื่อฉลองครบรอบ 500 ปี ให้แก่ จอห์น คอนสตาเบิล (John Constable) จิตรกรชาวอังกฤษ ในยุคศตวรรษที่ 18-19 มีชื่อเสียงจากเขียนจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่งปัจจุบันภาพเขียนของคอนสตาเบิลจะได้รับความนิยม และ เป็นงานที่มีราคาสูงในบรรดาศิลปะอังกฤษ

6

  1. พาสปอร์ตออสเตรเลีย (Australia)

เนื่องจากธรรมชาติของออสเตรเลียนั้นมีความโดดเด่นและหลากหลายมากๆ  จึงเอาสิ่งนี้มาใส่ไว้ในแต่ละหน้าของหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปของพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงคำบรรยายเกี่ยวกับพืชหรือสัตว์เหล่านั้นด้วย

7

  1. พาสปอร์ตประเทศสวีเดน (Sweden)

ประเทศสวีเดน ได้ชื่อว่ามีเมืองชนบทสวยงามที่สุด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทิวทัศน์อันงดงาม อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และการออกแบบระดับโลก สิ่งเหล่านี้เราสามารถเห็นได้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้

8

  1. พาสปอร์ตประเทศจีน (China)

หนังสือเดินทางของจีนนั้นถ้ามองปกติก็จะเห็นเป็นรูป กำแพงเมืองจีน เป็นแลนด์มาร์กและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และเมื่อส่องด้วยสปอร์ตไลท์ก็จะเห็นความสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้จีนยังรวบรวม สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ อาทิ มาเก๊า หรือเซียงไฮ้ ไว้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้เช่นกัน

9

  1. พาสปอร์ตประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)

นิวซีแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว นั้นมีความหลากหลายทางภาษา อีกทังมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น  หนังสือเดินทางเล่มนี้จึงปรากฏเป็นภาพของภาษาต่างๆ และใบเฟิร์น แสดงให้เห้นความสวยงามทางธรรมชาติ

  1. พาสปอร์ตประเทศฟินแลนด์ (Finland)

ฟินแลนด์ได้ปรับปรุงหนังาือเดินทางครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 ในเดือนสิงหาคม จะเห็นได้ว่าในหน้าหนังสือเดินทางจะมีกวางยืนโดดเด่น เมื่อเปิดไล่ตั้งแต่หน้าแรกไปจนถึงหน้าสุดท้ายจะเห็นว่า รูปกวางมีการเคลื่อนไหว เท้าขยับได้ ..

Source:  www.theguardian.com, www.keesingtechnologies.com,www.travelandleisure.com

เรียบเรียง Travel.mthai.com

 

 

“OYMYAKON” (โอมยาคอน) หมู่บ้านที่หนาวที่สุดในโลก! ติดลบถึง -71.2°C

1

แค่ฤดูหนาวมาเยือนบ้านเรา ภาคเหนือหนาวจนอุณหภูมิติดลบ เราก็ดีใจกันแล้ว แต่ที่ “Oymyakon” หมู่บ้านในประเทศรัสเซีย พวกเขาต้องอยู่กับความหนาวเหน็บ ด้วยอุณหภูมิติดลบกว่า -50 ถึง -71 องศาเซลเซียส! และยาวนานเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว … >,<

“OYMYAKON” (โอมยาคอน)
หมู่บ้านที่หนาวที่สุดในโลก
ติดลบถึง -71.2°C

2

The ‘Road Of Bones’ เส้นทางที่จะพาเราเข้าไปยังหมู่บ้าน Oymyakon

Oymyakon (โอมยาคอน) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตสาธารณรัฐยาคูเตีย ประเทศรัสเซีย ฤดูหนาวของที่นี่มีอากาศติดลบนานกว่าครึ่งปี อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย -50 °C แต่อย่างไรแล้ว ก็ยังมีฤดูร้อนให้อุ่นกายกันบ้าง ช่วงราวๆ 3 เดือน อุณหภูมิก็สูงขึ้นมาเฉลี่ยประมาณ 30 °C เรียกได้ว่าหนาวก็หนาวจัด ร้อนก็ร้อนจัดเลยล่ะ! เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในปี 1924 ของหมู่บ้านโอมยาคอน ช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิติดลบถึง -71.2°C และช่วงฤดูร้อน มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 34.6 °C

3

ชื่อหมู่บ้าน Omyakon มีความหมายว่า The Pole Of Cold หรือ หนาวสุดขั้ว

นอกจากนี้หมู่บ้านโอมยาคอนยังตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของขั้วโลกมาก จึงมีแสงแดดน้อยที่สุดเพียง 3 ชั่วโมงในเดือนธันวาคม กับมีแสงแดดมากที่สุดถึง 21 ชั่วโมงในเดือนมิถุนายน

แต่ถึงจะหนาวเหน็บเพียงไหน ก็ยังมีประชากรส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ ราวๆ 300,000 คน อาหารหลักของที่นี่ก็เป็นเนื้อสัตว์และปลา ไม่สามารถปลูกผักได้ เพราะอากาศที่หนาวเกินไป >,<

ภาพเหล่านี้ถ่ายโดยช่างภาพชาวนิวีแลนด์ ชื่อ Amos Chapple ซึ่งเขาบอกว่าการถ่ายภาพที่ยากที่สุดของทริปนี้ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวที่เขาเจอ แต่เป็นเพราะกล้องและเลนส์ของเขาใกล้ถูกแช่แข็งมากกว่า!

4

ตลาดสด ในเมือง Yakutsk จะเห็นว่ามีขายแค่เพียงปลาและเนื้อสัตว์เท่านั้น
เพราะที่นี่ไม่สามารถปลูกพืชผักได้เลย

5

ชาวนาที่เลี้ยงวัว ก็ยังต้องให้ ฝูงวัว เข้าไปอาศัยอยู่ภายในบ้าน เพื่อให้ความอบอุ่น

6

7 8

ห้องน้ำ ส่วนมากจะสร้างอยู่นอกบ้าน เพราะอากาศที่หนาวจัด
ทำให้ท่อประปาแตก

9

รถที่มีนั้นต้องเก็บไว้ในโรงเก็บรถ และมีเครื่องที่ช่วยทำให้อุุ่น
หากนำออกมาข้างนอก ต้องขับตลอด เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่ รถอาจสตาร์ทไม่ติด

10

ถึงแม้จะหนาวมากแค่ไหน แต่ทุกคนที่นี่ก็มีรอยยิ้มให้กันเสมอ ^^

11 12 13 14 15

cr: offgridquest.com

16

17

18 19 20

Source
http://www.amoschapplephoto.com/