The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้

1

เมื่อเอ่ยถึงหัวหินแล้ว..ใครหลายๆคนอาจจะต้องนึกถึงภาพทะเลขึ้นมาเป็นอย่างแรก แต่สำหรับทริปหัวหินครั้งนี้แพรและ Where is จะพามาเที่ยวหัวหินแบบไม่เจอทะเลแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน พาทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin

The Sea-Cret Garden Hua hin
ไม่ติดทะเลก็เฮได้

The Sea-Cret Garden Hua-Hin ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินค่ะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 15 กิโล แพรใช้วิธีค้นหาจากกูเกิ้ล map หากเราวิ่งเส้น กรุงเทพ-ปราณบุรี มุ่งหน้าปราณบุรี จะสังเกตได้จากป้ายบอกตลอดทางเลยค่ะ รีสอร์ทจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปวัดห้วยมงคล ถนนทางเข้าจะเป็นดิน หลายๆคนอาจจะลังเลว่าใช่ซอยนี้ไหม แต่ตามป้ายเข้ามาเจอแน่นอนจ้า

ครั้งแรกที่แพรมีโอกาสได้เห็นภาพรีสอร์ทนี้จากในเว็ปไซต์ต่างๆ ก็ชวนให้อยากมาที่นี่มากๆเลยค่ะ ด้วยสีสัน การออกแบบต่างๆ ห้องพักของที่นี่จะเป็นลักษณะวิลล่าค่ะ และที่ดึงดูดสุดๆเลยนั้นก็คือสระว่ายน้ำของที่นี่ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกห้องตามแนวยาวและล็อบบี้สีหวาน และที่นี่จะสวยแค่ไหนนั้นเรารีบเข้าไปดูกันดีกว่าจ้า

2

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาสำรวจที่จอดรถกันก่อนค่ะ ที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอหายห่วงได้เลย

หลังจากนั้นเราก็เดินมาในส่วนของล็อบบี้กันจ้า

3

ล็อบบี้ที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin นี้ จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวม่วงและชมพูเป็นหลักค่ะ
มีความหวานน่ารักๆและดูหรูหราเข้ากันมากๆ รับรองว่าฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆหลายคนแน่ๆเลย

4 5 6

และบนล็อบบี้นี้ยังมีบริการให้เช่าห่วงยางอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้นำห่วงยางมาเองสามารถมาเช่าได้ที่ล็อบบี้เลย

7

ด้านหลังของล็อบบี้จะมีบันไดอีกฝั่งหนึ่งค่ะ เมื่อเราลงบันไดฝั่งนี้ ก็จะเป็นส่วนของห้องพักต่างๆและสวนค่ะ

8 9

บริเวณนี้นอกจากจะเป็นส่วนของห้องพักแล้ว ยังเป็นในส่วนของสวนอีกด้วยค่ะ

10

ซึ่งสวนที่แพรพูดถึงนี้จะเป็นสวนที่เราสามารถมาเดินเล่น นั่งชิล รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้ที่สวนนี้ได้เลยค่ะ บรรยากาศยามเย็น ดีมากๆค่ะ

11 12

หลังจากที่ชมส่วนด้านรอบๆรีสอร์ทกันไปบ้างแล้ว ก็เข้ามาในส่วนของห้องพักของที่นี่กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะมีหลายโทนสีค่ะ เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว หรือ สีม่วง และครั้งนี้เราได้เข้าพักกันที่ห้อง408 ซึ่งเป็นห้องสีชมพูค้า ตามไปกันเลย

13

ในห้องพักของ The Sea-Cret Garden Hua-Hin จะจัดแยกสัดส่วนแต่ละส่วนภายในห้องได้เป็นอย่างดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องพัก ส่วนแรกที่เราจะพบเลย นั่นก็คือส่วนของห้องครัว

14

ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ ตู้เย็น มินิบาร์ ต่างๆ

15

ติดกับห้องครัวก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะกระจก ค่ะ ซึ่งภายในตู้จะมีชุดคลุมมอาบน้ำ  ไดร์เป่าผม และตู้เซฟไว้บริการอีกด้วยจ้า

16

ถัดมาจากส่วนของห้องครัวและตู้เสื้อผ้าแล้วเราก็ย่องไปที่ห้องนอนของเรากันเลยค่า อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการเข้าพักครั้งนี้แพรได้ห้องสีชมพูค่ะ เมื่อสีขาวกับสีชมพูมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นอะไรที่โล่งโปร่งสบายตา รู้สึกว่าห้องโล่งกว้าง ไม่คับแคบค่ะ

17 18

จากห้องของเรา เมื่อเปิดม่านรอบด้านเราจะสามารถเห็นสระว่ายน้ำด้านหลังห้องและต้นไม้สีเขียวได้ด้วยค่ะ

19 20 21

ส่วนต่อไปคือส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นเลยค่ะ นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำที่นี่จะจัดแบบน่ารักๆ กว้างขวาง แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียก มีอ่างจากุซซี่ ให้นอนแช่อย่างสบาย ม่านห้องน้ำเราสามารถเปิดให้โล่งชมวิวด้านนอกหรือจะเลือกดูทีวีจากห้องเราก็ได้ด้วยค่ะ

22 23 24

หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในห้องกันไปแล้ว ก็ลองออกมาชมวิวที่หลังห้องของเรากันสักนิดค่าว่าโรแมนติกแค่ไหน แต่ละห้องจะมีบันได เราสามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากประตูห้องของเราได้เลยค่ะ

25 27 26

ชมกันเพลินๆก็ถึงเวลามื้อเย็นของเรากันแล้วค่ะ มื้อเย็นวันนี้แพรและ Where is ก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร Jin & Juice restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารในรีสอร์ทนั่นเองค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่บริเวนบนล็อบบี้นั่นเอง

28

การตกแต่งของห้องอาหารที่นี่จะจัดแบบเดียวและโทนสีเดียวกันล็อบบี้เลยค่ะ สวยหวานสุด

29

30 31 32

และมื้อเย็นวันนี้ขอนำเสนอ……

ข้าวหมูกระเทียม และ แกงส้มชะอมกุ้งจ้า

33 34

เมื่อทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วแพรก็จะพาไปนั่งชิลๆยามค่ำก่อนนอนกันที่ริมสะว่ายน้ำที่ห้องพักของเรากันค่ะ

35 36 37

ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับกันอย่างสบายในช่วงเช้า  แพร และ Where is ก็ไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้าขึ้นมาเก็บภา สวยๆ จากบนดาดฟ้าของห้องพักยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ แต่แล้วก็ต้องเสียใจ เพราะเมฆฝนมาแวะทักทายกันแต่เช้าและตลอดทั้งวันเลย แงแง

38 39

แพรลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าแต่ละห้องที่นี่จะมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน  หรือจะสั่งปิ้งย่างซีฟู้ดที่ทางรีสอร์ทมีบริการมานั่งทานกันเป็นครอบครัวบนนี้ได้ด้วยค่า

40 41

เช้านี้เราตื่นแต่เช้าเก็บภาพและเดินชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทระหว่างที่รออาหารเช้าให้บริการกันค่ะ ที่นี่จะมีรถกอล์ฟบริการหากแขกต้องการเรียกเพื่อไปที่ล็อบบี้ แต่แพรเลือกเดินค่ะ เพราะจะได้เป็นการสูดอากาศยามเช้าไปด้วยเลย

42 43 44

และแล้วก็ได้เวลาอาหารเช้าค่ะ ซึ่งเวลาอาหารเช้า คือเวลา 07.30 – 10.30 ค่ะ
ส่วนสถานที่ทานอาหารเช้า ก็จะเป็นห้องอาหารเดียวกันกับที่เราไปทานเมื่อวานตอนค่ำเลยจ้า

45

ตอนแพรมาถึงเริ่มมีแขกทะยอยกันมาทานอาหารบ้างแล้วค่ะ
ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะมีให้เลือกไม่เยอะมากค่ะ แต่เพียงพอกับแขกที่มาเข้าพักและอาหารอร่อยถูกปากมากค้า

46

และอาหารที่แพรทานวันนี้ค่ะ สลัดไข่โดนใจมาก

47

ข้าวต้มหมูร้อนๆรสชาติกลมกล่อม

48

อันนี้ของคนข้างๆหน้าตาน่าทานมากๆ เขาบอกว่าอร่อยอยู่น๊า

49

เมนูสุดท้ายไข่กระทะค่ะ เพิ่งเคยกินครั้งแรก เครื่องอาจจะไม่ครบที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตแต่อร่อย

50

หลังจากทานมื้อเช้าไปเยอะมากๆๆๆแล้วเราก็ไปเดินย่อยอาหารชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทกันก่อนกลับดีสักหน่อยดีกว่าค่า

51 52 53 54 55

สุดท้ายท้ายสุดนี้แพรต้องขอขอบคุณ The Sea-Cret Garden Hua hin ที่ให้แพรและ Where is ได้พักผ่อนแบบไม่ติดทะเลก็เฮได้ และนำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกับเพื่อนๆกันจ้า

ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวนี้และเป็นกำลังใจกันมาตั้งแต่ต้นจนจบรีวิวนี้นะคะ หวังว่ารีวิวและข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆและใครหลายๆคนที่กำลังสนใจหาที่พักแบบไม่ติดทะเลก็สุขได้นะคะ สำหรับรีวิวนี้แพรต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนทริปหน้าแพรและ Where is จะพาเพื่อนๆพี่ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามชมกันนะค้า

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip

ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่
https://www.facebook.com/whereistrip

8 สถานที่เที่ยวฟุกุโอกะ ที่จะทำให้คุณหลงรัก!

1

เส้นทางเที่ยวฟุกุโอกะ เมืองฟุกุโอกะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะคิวชู มีบรรยากาศที่ดูสบายๆไม่อึดอัด สะอาด ปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตร ติดหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่มากที่สุดในโลกด้วย ทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่มาจำนวนมาก โดยเส้นทางที่ทัวร์มักจะพาเดินทางไปพร้อมกับฟุกุโอกะคือ นางาซากิ และซากะ งั้นเรามาดูสถานที่เที่ยวเมืองฟุกุโอกะกันดีกว่า

8 สถานที่เที่ยวฟุกุโอกะ
ที่จะทำให้คุณหลงรัก!

1.ศาลเจ้าดาไซฟุ – Dazaifu Tenmagu Shrine

2

เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในเมืองดาไซฟุ เมืองเงียบๆ เล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับเมืองฟูกุโอกะ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาตร์ จึงทำให้เป็นที่นิยมดึงดูดผู้คนที่มาเยี่ยมชมและขอพร รวมถึงนักเรียน นักศึกษา ที่มักมาขอพรให้ประสบความสำเร็จในการสอบ

สามารถเดินทางจากย่านเทนจินแค่ 20 นาที ทำให้เป็นเสถานที่ทีเหมาะกับการเที่ยวแบบหนึ่งวันจากฟุกุโอกะมากๆ ตลอดทางการเดินมาศาลเจ้าจะมีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ภายในประกอบไปด้วย ประตูโทริอิขนาดใหญ่ สระน้ำที่ออกแบบมาเป็นตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น แปลว่า หัวใจ โดยจะมีสะพานข้าม 3 ช่วงที่แบ่งเป็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต และยังมีต้นืบ๊วย ที่จะบานในช่วงปลายเดือนกุมพาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม จึงกลายเป็นจุดชมดอกบ๊วยที่สวยงามมากอีกด้วย

  1. ยูฟุอิน – Yufuin

3

เป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่มีออนเซนตากอากาศเล็กๆที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากเมืองหนึ่งของเกาะคิวชู ตั้งอยู่ในหุบเขาริมแม่น้ำ มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะมีทั้งดอกซากุระบนต้นไม้ และดอกเรปที่พื้นด้านล่าง พร้อมกับแม่น้ำ และภูเขา

มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลายแห่ง ร้านค้า ร้านอาหารที่ให้บรรยากาศสบายๆ มีวิวทิวทัศน์ที่เป็นยอดเขา 2 ยอดของเทือกเขายูฟุ เป็นที่นิยมในการแวะมาเดินชมเมืองซักครึ่งวัน หรือหนึ่งวัน ถือเป็นเมืองเล็กๆที่น่ารักของ ฟุกุโอกะ ที่เป็นที่น่าจับตามองของนักท่องเที่ยว ที่จะมาสัมผัสบรรยากาศ วัฒนธรรม อารยธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ

  1. เบบปุ – Beppu

4 5

การท่องเที่ยวเมือง Beppu มักจะเที่ยวคู่กับเมือง Yufuin ทั้งสองเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องออนเซนเหมือนกัน เบบปุมีชื่อเสียงเรื่องบ่อน้ำร้อน และ ออนเซน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง Beppu จะเป็นทัวร์บ่อนรกทั้ง 8 ในแต่ละบ่อจะมีสีของน้ำและอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป เช่นบ่อสีแดง สีฟ้า สีขาว บ่อโคลน ฯลฯ 6 บ่อจะอยู่ติดกันหมด สามารถเดินถึงกันได้ง่ายๆ ส่วนอีก 2 บ่อจะอยู่ห่างไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร โดยจะมีรถบัสให้บริการที่วิ่งไปลงที่ด้านหน้าของบ่อทั้ง 2 นี้เลย ซึ่งแต่ละบ่อ จะมีความพิเศษจะแตกต่างกันไป

นอกจากออนเซนแล้ว เมือง Beppu ยังมีการอบด้วยทรายร้อน และไอน้ำ เชื่อกันว่าการแช่ออนเซน ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง คลายการเมื่อยล้า

  1. ย่านเทนจิน – Tenjin

6

อาจจะเป็นย่านที่เรียกว่าเป็นหัวใจของเมืองฟูกุโอกะหรือเกาะคิวชูเลยก็ได้ เพราะเป็นเสมือนถนนคนเดิน และห้างใหญ่ๆมารวมตัวกันอยู่มากมาย เรียกว่าถ้าตั้งใจจะมาเดินช้อปปิ้งซื้อของกันจริงๆวันเดียวก็ไม่พอ มีสินค้าหลากหลาย รวมไปถึงร้านอาหารอีกมากมาย สามารถเดินเล่น ช้อปปิ้ง ไปได้เรื่อยๆทุกทิศทาง

ที่สำคัญ เทนจินยังมีทางเดินใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะคิวชู ที่ตกแต่งทั้งพื้น ผนัง และเผดานสไตล์ยุโรปไว้อย่างสวยงาม เป็นระยะทางเดินยาวมากกว่า 600 เมตร มีร้านค้าและร้านอาหารรวมกันอยู่มากมาย เปรียบแล้วก็คงคล้ายสยามสแควร์ ซึ่งย่านนี้มีห้างหลายๆห้างรวมกัน 4-5 ห้างได้ ซึ่งแต่ละห้างจะเดินเชื่อมกันได้ด้วยทางเดินใต้ดินที่มีรถไฟใต้ดินด้วย เลยสะดวกในการ shopping มากๆเลยทีเดียว

  1. คาแนลซิตี้ฮากาตะ – Canal City Hakata

7

เป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารขนาดใหญ่ เป็นแนวห้าง ที่ร้านค้าก็เยอะพอสมควร ถือว่าเป็นห้างใหญ่เลยทีเดียว มีจุดเด่นสำหรับคนมาเที่ยวจะอยู่ตรงที่ Design ของห้างที่ทำออกมาสวยงาม ตั้งอยู่ริมน้ำ ภายในมีการขุดคลองให้ไหลผ่านใจกลางห้างแห่งนี้ด้วย ตรงกลางของคลองจำลองนี้จะมีการแสดงน้ำพุแสงสีเสียง ตั้งแต่เปิดจนปิด ทุกๆครึ่งชั่วโมง โดยไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือ Ramen Stadium ที่รวบรวมร้านราเมงขึ้นชื่อ 8 แห่งของญี่ปุ่นมาตั้งไว้ที่เดียว ใครที่ชื่นชอบราเมงก็ไม่ควรพลาด

  1. ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ – Yutoku Inari Shrine

8

อยู่ที่เมืองซากะ เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนต่างนิยมไปสักการะขอพรเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยว ความสำเร็จด้านธุรกิจ และความปลอดภัย ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง

โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ยามที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง และช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ส่วนหน้าศาลเจ้าก็ยังมีสะพานสีแดงคู่กับแม่น้ำสายเล็กๆเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามเลยทีเดียว

  1. อุโมงค์วิสเทอเรีย – Kawachi Fuji (Wisteria) Garden

9

เป็นที่รู้จักกันดีและเป็นจุดชมและถ่ายภาพดอกวิสทีเรีย ที่นิยมมากของคิวชู ช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งพีคที่สุดคือช่วงปลายเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤษภาคม (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปีด้วย)

สำหรับจุดเด่นภายในสวนแห่งนี้คืออุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่ทิ้งกิ่งก้านพร้อมดอกสีม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ขาว และชมพูไล่เฉดสีห้อยลงมาจากอุโมงค์ไม้ที่คลุมทางเดินยาวประมาณ 100 เมตร หลายคนคงรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยายหรือความฝันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีจุดชมดอกไม้ที่เป็นซุ้มโค้งครึ่งวงกลม และซุ้มสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง เมื่อมองจากระยะไกลจะเหมือนพู่ประดับเต็มลาน รอบๆจะมีม้านั่งให้นั่งชมดอกไม้อยู่หลายจุดทั่วบริเวณ แต่ถ้าหากมาในช่วงอื่นๆ ก็เป็นเพียงแค่สวนดอกไม้ธรรมดาๆ

  1. เฮ้าส์เทนบอช – Huis Ten Bosch

10

เป็นสวนสนุก หรือรีสอร์ทขนาดมหึมาอยู่ใกล้เมืองซาเซโบ จังหวัดนางาซากิ สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบเมืองแถบยุโรป ประเทศฮอลแลนด์ เช่น คลอง ท่าน้ำ สวน บ้านเรือน อาคารต่างๆ และกังหันลมคือรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นสถานที่ที่สามารถตอบรับความต้องการได้ทุกเพศทุกวัย เพราะมีทั้งที่พัก ร้านอาหาร สวนสนุก และสวนดอกไม้

ภายในมีสวนดอกไม้บานสะพรั่งตลอดสี่ฤดูไปจนถึงเครื่องเล่นแนวหวาดเสียว โดยจะสลับปลูกดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูใบไม้ผลิจะมีเทศกาลดอกทิวลิป และ งานดอกไม้ไฟช่วงหน้าร้อน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : tourkrub.co

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ :

  • Website tourkrub.co
  • Facebook Page  https://www.facebook.com/tourkrub.co
  • สนใจทัวร์ต่างประเทศติดต่อได้ที่ Line: @tourkrub.co web: https://tourkrub.co

 

ลดถึงใจ 80%! เมื่อพักที่ เดอฮัก โฮเทล (De Hug Hotel) จ.เชียงราย

โปรโมชั่นฮอต ลด 80%! ประจำเดือนกันยายน 2560

ที่พักราคาพิเศษสุด ที่ เดอฮัก โฮเทล (De Hug Hotel) จ.เชียงราย

ราคาปกติ 3,000 บาท ลดเหลือ 699 บาท!!!

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

1

เดอฮัก โฮเทล (De Hug Hotel) จ.เชียงราย เริ่มต้นจากความปรารถนาให้ทุกท่านได้สัมผัสความผ่อนคลาย สบาย และอบอุ่นนับแต่นาทีแรกที่เข้าพัก คำว่า “HUG” (ฮัก) หมายถึง รัก (ภาษาเหนือ) และ กอด (ภาษาอังกฤษ) จึงนำมาใช้เป็นชื่อของโรงแรม ถ่ายทอดผ่านอาคารรูปอักษรตัว U เปรียบเสมือนอ้อมแขนที่โอบกอดผู้เข้าพักทุกท่านไว้ พร้อมด้วย 60 ห้องพักขนาดกว้างที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก บริการเป็นมิตรและจริงใจจากเรา เพื่อตอบสนองความสุขของทุกการพักผ่อนอย่างแท้จริง

สถานที่ตั้ง
เดอฮัก โฮเทล แอนด์เรสซิเดนซ์ ต้อนรับทุกท่านสู่การพักผ่อนสไตล์โมเดิร์นบูทีคผสมผสานการตกแต่งที่หรูหราและทันสมัยภายใต้บรรยากาศอันแสนอบอุ่น ณ กลางใจเมืองเชียงราย ด้วยการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และแหล่งธุรกิจเพียงไม่กี่นาที

ห้องพักแบบ Superior

2 3

ห้องพักแบบ Deluxe

4 5

ห้องพักแบบ Junior Suite

6 7

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

8 9 10 11 12

เงื่อนไข:

-เดอฮัก โฮเทล เชียงราย ห้องพักแบบ SUPERIOR ROOM ( 2 ท่าน ) รวมอาหารเช้า 2  วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon

-ระยะเวลาในการเข้าพัก ใช้เข้าพักได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2560

-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ( Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ

-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 14 วันทำการก่อนเข้าพัก

-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-1007008 เท่านั้น

-โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัน ยกเลิก หรือ คืนเงินได้

-ท่านต้องเป็นสมาชิกทราเวล กูรู อย่างน้อย 90 วันขึ้นไป

รายละเอียดห้องพัก: http://www.hotelsthailand.com/thailand/chiang-rai/de-hug-hotel.html