โอะฮะโย! เที่ยวเมืองคุมะโมะโตะ พร้อมทำความรู้จัก ‘คุมะมง’ เจ้าหมีตัวดำสุดทะเล้น

1

เพื่อนๆ รู้ไหมว่า .. เมืองคุมะโมะโตะ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น นั้นมีแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ น่าสนใจหลายที่เลยล่ะค่ะ มีอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อนั้นก็คือ เนื้อม้า อีกด้วย รวมถึงถ้าใครมาที่เมืองนี้แล้วไม่รู้จักเจ้าหมีตัวดำสุดทะเล้น ไม่ได้เด็ดขาด! เพราะเป็นมาสคอตประจำเมืองนี้นี่เอง ..

2

โอะฮะโย! เที่ยวเมืองคุมะโมะโตะ

พร้อมทำความรู้จัก ‘คุมะมง’ เจ้าหมีตัวดำสุดทะเล้น

ก่อนอื่น! อย่างที่เราทราบกันดีว่าไม่กี่วันมานี้ ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองคุมาโมโตะ ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น อย่างรุนแรง ขนาด 7.3 แมกนิจูดเลยทีเดียว ซึ่งทำให้บ้านเรือนพังเสียหายและมีผู้เสียชีวิตหลายราย ทาง Travel.mthai ก็ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านเหุตการณ์นี้ไปได้โดยเร็วนะคะ ..

3

ทำความรุ้จัก “คุมะโมะโตะ”

เมืองคุมะโมะโตะ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองต้นกำเนิดของหมี (ชื่อคุมาโมโตะแปลว่า “ต้นกำเนิดของหมี”) อีกทั้งยังเป็นประตูที่จะพาไปสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติในแบบคิวชู

คุมาโมโตะ เมืองแห่งปราสาท เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดและที่อยู่อาศัยของประชากรถึง 720,000 คน แต่เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลงใหลก็คือความหลากหลายทางธรรมชาติในแบบคิวชู เพียงชั่วโมงเศษๆ ด้วยการขับรถก็สามารถเดินทางจากชายหาดกึ่งร้อนในอะมะกุซะ (Amakusa) ไปยังยอดภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นใน อะโสะ (Aso)

4

นอกจากนี้ ในเมืองก็ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันรื่นรมย์อย่าง แม่น้ำชิราคาวา (Shirakawa River) ที่แยกออกหลายสายและไหลไปยังตัวเมือง รวมทั้งพื้นที่สีเขียวรอบๆ อันกว้างใหญ่ ที่ทำให้ที่นี่ถูกกล่าวขานว่าเป็น แดนแห่งป่าสวยและน้ำใสบริสุทธิ์ (City of Woods and Fresh Water) และแน่นอนแม้จะไม่ได้เห็นหมีเดินเพ่นพ่านอยู่ตามถนน แต่มัสคอตยอดนิยมอย่าง คุมะมง (Kumamon) ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

สภาพภูมิกาศ

คุมาโมโตะ มีสภาพภูมิกาศแบบกึ่งร้อนชื้น และอาจจะได้พบกับฝนตกในระหว่างการท่องเที่ยว ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม อากาศในฤดูร้อนจะปลอดโปร่งโดยมีอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวจะเย็นกว่ามาก โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดใกล้กับจุดเยือกแข็ง ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงอากาศจะอบอุ่นขึ้นเมื่อมีความชื้น

5

เทศกาลโคมไฟไม้ไผ่มิซูอาคาริ (Mizuakari Festival)

งานเทศกาลต่างๆ

ในเดือนตุลาคม ก็จะมีการจัดงานเทศกาลคันทรี่โกลด์ (Country Gold Festival) อันน่าตื่นตาตื่นใจด้วยวัฒนธรรมโคบาลแบบญี่ปุ่น อีกทั้งเทศกาลโคมไฟไม้ไผ่มิซูอาคาริ (Mizuakari Festival) ที่พร้อมมอบประสบการณ์ในแบบดั้งเดิม

6

เทศกาลฟูจิซากิ ฮาชิมันกู (Fujisaki Hachimangu Festival)

ส่วนเดือนกันยายนจะมีการจัดเทศกาลฟูจิซากิ ฮาชิมันกู (Fujisaki Hachimangu Festival) หรือที่เรียกว่าเทศกาลม้า (Horse Festival) ซึ่งจะจัดเป็นเวลา 5 วัน โดยมีการตกแต่งและกวดม้าไปตามถนนท้องถนนในตัวเมือง

7

การเดินทางมายังเมือง คุมาโมโตะ

  • จากสนามบิน การเดินทางสู่ใจกลางเมือง 20 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 35 นาที
  • แท็กซี่ ราคาประมาณ 5,000-7,000 เยน
  • รถบัส ราคาประมาณ 730-800 เยน ใช้ระยะเวลาเดินทาง 50 นาที โดยรถบัสส่วนใหญ่จะออกทุกๆ ชั่วโมงระหว่าง 8 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม

นอกจากนี้ยังมีรถบัสอีกหลากหลายสายที่ให้บริการไปสู่อะโสะ (Aso) เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อน คุโรคาว่า (Kurokawa) และเมืองอัศจรรย์แห่งน้ำตก ทาคาชิโฮะ (Takachiho)

8

การเดินทางเที่ยวในเมือง คุมาโมโตะ

นอกเหนือไปจากบริการรถบัส ที่นี่ยังมีรถรางสองสายที่วิ่งทั่วเมืองคุมาโมโตะ ซึ่งทั้งสองสายจะวิ่งผ่านย่านใจกลางเมือง โดยสาย A จะวิ่งไปสู่สถานีคุมาโมโตะทางด้านทิศใต้ของเมือง และสาย B จะวิ่งไปทางทิศเหนือสู่สถานีคามิ-คุมาโมโตะ ด้วยราคา 150 เยน ตลอดสาย ไม่ว่าระยทางจะใกล้หรือไกลก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีบัตรโดยสารแบบหนึ่งวัน (All-day Pass) ในราคา 500 เยน ที่สามารถใช้ได้ทั้งรถบัสและรถราง พร้อมส่วนลดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกด้วย

ที่นี่ยังมีรถ Kumamoto Loop Bus ที่เชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ ที่น่าสนใจของเมือง ด้วยราคาหนึ่งเที่ยว 150 เยน หรือตั๋วที่ใช้ได้อย่างไม่จำกัดในราคา 400 เยน ที่มีส่วนลดค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวให้มาด้วย

สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาที่ “คุมาโมโตะ”

9

pic – jpninfo.com

  1. ชมภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) และปล่องภูเขาไฟ

ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) ตั้งอยู่ใจกลางของอุทยานแห่งชาติอะโสะ-คูจู (Aso-Kuju National Park) อันกว้างใหญ่ โดยมีปากปล่องภูเขาไฟซึ่งนับเป็นหนึ่งในโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่เท่ากับเมืองถึง 3 เมืองเลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีระบบรถไฟ การทำกสิกรรม และทุ่งเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งภูเขาเล็กๆ 5 ลูก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับหมอด ทั้งหมดนี้ล้วนตั้งอยู่ริมขอบของปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าว ที่ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชม

10

cr pic. www.pref.kumamoto.jp

  1. ตามล่าหาหมี

ตัวมัสคอตของคุมาโมโตะคือ หมีสีดำเพศผู้แสนน่ารักที่ชื่อว่า คุมะมง (Kumamon) และความน่ารักนี้ก็ทำให้เจ้าหมีมัสคอตตัวนี้โด่งดังไปทั่วโลกและสามารถสร้างรายได้ถึง 293 ล้านเยนในปีที่ผ่านมา อีกทั้งได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นหรือแม้แต่การเป็นผู้บรรยายที่ฮาร์วาร์ด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนคุมาโมโตะจะพบเห็นหน้าของเจ้าหมีตัวนี้ทุกหนทุกแห่ง แต่หากอยากพบตัวจริงแบบตัวเป็นๆ ก็ต้องที่ จัตุรัสคุมะมง (Kumamon Square)

คุมะมง สร้างโดยรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดคุมะโมะโตะ ในปี พ.ศ. 2553 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับการเปิดเส้นทางการเดินรถไฟชิงกันเซ็งสายคิวชู ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค จากนั้นไม่นานคุมะมงก็ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว ในปลายปีเดียวกันคุมะมงได้รับการโหวตจากชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดตุ๊กตาสัญลักษณ์จากจำนวน 350 ตัวที่แต่ละท้องถิ่นส่งเข้าประกวด

11

ปราสาทคุมาโมโตะ-โจ (Kumamoto Castle)

  1. ปราสาทดั้งเดิม

ญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยปราสาทมากมาย แต่ ปราสาทคุมาโมโตะ-โจ นั้นนับเป็นหนึ่งในปราสาทที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจเป็นที่สุด ซึ่งตัวปราสาทส่วนใหญ่นั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับของยุคศตวรรษที่ 17 ด้วยฝีมือที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง

12

พระราชวังฮอนมารุ โกเทน (Honmaru Goten Palace)

โดยเฉพาะพระราชวังฮอนมารุ โกเทน (Honmaru Goten Palace) บ้านพักที่หรูหราของไดเมียว อีกทั้งต้นซากุระที่เรียงรายเป็นร้อยต้นบนสนาม ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการชมดอกซากุระบาน

13

บะซาชิ (Basashi)

  1. ความสุของคนกินเนื้อ

หากกล้าพอที่จะลิ้มลอง หนึ่งในเมนูจานพิเศษที่มีชื่อเสียงที่สุดในคุมาโมโตะก็คือ บะซาชิ (Basashi) หรือเนื้อม้าดิบ แต่ถ้าคิดว่าหรูหราเกินไป เนื้อคุโรกิว (Kurogyu เนื้อดำ) หรืออะคากิว (Akagyu เนื้อแดง) ก็เป็นตัวเลือกระดับไฮเอนด์ของท้องถิ่นที่น่าลิ้มลองเช่นกัน

14

คะระชิ เร็นคอน (Karashi Renkon)

สำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติต้องหลงรัก คะระชิ เร็นคอน (Karashi Renkon) ซึ่งเป็นรากบัวยัดไส้ด้วยพริกคะระชิสุดเผ็ด และอีกหลากหลายเมนูที่ชื่นชอบก็มีพร้อมบริการที่ร้าน Umasakura

15

pic – commons.wikimedia.org

  1. รถไฟ A-Train

อะมะกุซะ (Amakusa) หมู่เกาะทั้ง 120 เกาะที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคุมาโมโตะ นั้นพร้อมมอบความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวด้วยวิวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยผาหินขรุขระ ชายหาดยาวทรายขาวละเอียด สุดยอดการดำน้ำ การชมปลาโลมาตลอดปี หรือแม้กระทั่งไดโนเสาร์ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่ คือ การนั่งรถไฟ A-Train

16

โดย A นั้นย่อมาจากคำว่า Adult (ผู้ใหญ่) แต่อย่าจินตนาการถึงอะไรที่เซ็กซี่ เพราะมีเพียงแค่โบกี้บาร์เครื่องดื่มพ่วงไปด้วยเท่านั้น A-Train พร้อมให้บริการในวันสุดสัปดาห์และวันหยุดพักผ่อนในช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว

ขอบคุณข้อมูลจาก www.jetstar.com

พาไปฟิน! ริมทะเลจันทบุรีที่ Sand Dunes Chaolao Beach

1

ชื่อเลยว่าเมื่อไหร่ที่เอ่ยถึงทะเลทุกคนต้องนึกภาพของหัวหิน พัทยามาก่อนเพื่อน เพราะว่านอกจากไปกลับสะดวกแล้วยังติดกับกรุงเทพอีกด้วย แต่วันนี้แพร ขอขับรถเลยพัทยาเลยระยองไปอีกนิดมุ่งสู่จุดหมายของเรานั่นก็คือ จันทบุรีนั่งเอง เป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่จันทบุรีเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เราจะไปพักผ่อนที่ Sand Dunes Chaolao Beach Resort ถ้าพร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลย

พาไปฟิน! ริมทะเลจันทบุรีที่
Sand Dunes Chaolao Beach

Sand Dunes Chaolao Beach Resort เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมหาดจ้าวหลาว จังหวัดจันทบุรี เพิ่งเปิดได้ไม่นาน มีห้องพักหลาย Type มากเพียงพอบริเวณภายในกว้างมากๆและเหมาะไม่ว่าจะมาเป็นคู่รักหรือครอบครัว ใหญ่ๆ โปรแกรมของเราก็ไม่มีอะไรมากเลยนอกจากไปกินและพักผ่อนกันที่นี่ให้ชุ่มฉ่ำสบายใจกันในวันหยุด

2

การเดินทางแพรเดินทางจากบางนา-ตราด ขับตรงตามที่เส้นสุขุมวิทมาเรื่อยๆจนเข้าเขตจัทบุรี เลี้ยวขวาเข้าแยกหนองสีงา และเลี้ยวซ้ายอีกสองวงเวียนไปตามเส้นถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แลวก็จะเจอ Sand Dunes Chaolao Beach Resort อยู่ขวามือเลี้ยวเข้าไปเลย

3

มาถึงแล้วขนกระเป๋าลงแล้วไปเช็คอินกันเลย รูปหน้ารีสอร์ท ล๊อบบี้ที่นี่ใหญ่โตอลังการมากค่ะตกแต่งด้วยกระจกรอบด้าน โล่งโปร่งกว้างมากมาย แต่อาจจะมีร่องรอยฝุ่นบ้างเล็กน้อยในส่วนของตึกนี้เพราะช่วงที่แพรไปยังไม่เปิดให้บริการเข้าพักที่ตึกนี้เลยจ้า

4 5 6

เมื่อเช็คอินแล้ว เราไปสำรวจแต่ละตึกแต่ละห้องที่ Sand Dunes กันกันเลยว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

7

เริ่มจากตึกแรก นั่นคือตึก A หรือตึกที่เราเช็คอินกันนั่นเอง ซึ่งตึกนี้นอกจากจะเป็นล็อบบี้แล้วก็ยังมีห้องพักบนนี้ด้วยนะ แต่อย่างที่แพรบอกคือ ตอนแพรไปตึกนี้ยังไม่เปิดให้เข้าพักเลยเนื่องจากการต่อเติมหรือทำความสะอาดยังไม่พร้อม ^^

8

ส่วนตึกถัดมาจะเป็นส่วนของห้องประชุมต่างๆ ที่นี่สามารถรองรับการประชุมสัมนาที่มาเป็นหมู่คณะ

ย้ายเข้ามาในส่วนของห้องนอนกันดีกว่า ห้องพักของที่นี่มีด้วยกันถึง 6 type คือ Superior, Superior Corner, Deluxe, Deluxe Corner, Pool Access และ Premier Pool Access คือดีอะมีให้เลือกเยอะตามความชอบของผู้เข้าพัก เลือกได้ตามแบบที่เราชอบเลยเหมาะแก่การมาเป็นครอบครัวมากๆ

โดย ห้องแบบ Superior และ Superior Corner จะอยู่ที่ตึก A นั่นก็คือตึกล็อบบี้ที่เราช็คอินกันนั่นแหละ ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละรูปแบบห้องหน้าตาเป็นยังไงกัน

ห้องแรก Superior Room

9 10 11 12

ภายในห้องของที่นี่จะใช้สีที่ดูเบาสบายตารู้สึกโล่ง มีขนาดไม่กว้างมากกะทัดรัดแต่ไม่อึดอัดเลยค่ะ ภายในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบมากๆ  วิวที่ด้านนอกของห้อง Superior จะมีทั้งวิวตึกและวิวการ์เด้นมองออกไปเป็นสีเขียวและไกลๆจะเห็นทะเลด้วยนะ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 2,100 – 2,400 บาท

ห้องแบบต่อมาเราก็ยังคงอยู่กันที่ตึก A เหมือนเดิม
เพียงแต่เขยิบห้องพักไปทางด้านหน้าของตึกหันออกหาวิวทะเล ห้องนี้มีชื่อว่า Superior Corner

13 14 15

ความพิเศษของห้องนี้ก็คือขนาดของเตียงและห้องก็จะใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึงและมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และอย่างที่บอกไปคือระเบียงห้องก็จะหันหน้าออกไปที่ทะเล แต่อาจจะไกลนิดหน่อยแต่ก็ยังเจ๋งอยู่น๊า ราคาของห้อง Superior Cornerราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 4,200 -4,500 บาท หรือแล้วแต่ช่วงและโปรโมชั่นจ้า

ห้องแบบต่อมาจะอยู่ที่ ตึก B และ C ซึ่งทั้งสองตึกนี้จะอยู่ในโซนที่จะเดินไปยังริมทะเล
รูปแบบห้องจะเหมือนกันแต่แตกต่างกันที่อยู่คนละตึกเท่านั้นเอง

16

Deluxe
ห้องนี้เป็นห้องของแพรเอง วันนี้เราจะนอนกันที่ห้องนี้

17 18

ใน Type นี้มีทีวีให้ดูขณะอยู่ในห้องน้ำอีกด้วย สบายสุดๆไม่ต้องแย่งกับคนที่ไปด้วย อิอิ

19 20

นอกระเบียงของห้องDeluxeจะเป็นวิวสระว่ายน้ำของ Pool access ที่ด้านล่าง หันข้างๆให้ทะเลแต่ชิวมากๆ รูประเบียง ตึก B รูประเบียง ตึก C  ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 2,700 – 3,000 บาท

Deluxe Corner
ส่วนตัวแล้วแพรชอบห้องนี้ที่สุดเลย
รูปแบบห้องจะคล้ายๆกับห้องแบบอื่นๆแตกต่างกันที่ความกว้าง และรูปวาดทางด้านหัวเตียง

21 22 23

และที่สำคัญห้องนี้จะเป็นห้องที่ริมระเบียงที่หันหน้าออกวิวาระว่ายน้ำรวม และวิวทะเลอีกด้วย ไม่มีอะไรมาบังเลย ภาย ในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ในส่วนของห้องน้ำของห้องนี้มีอ่างอาบน้ำอีกด้วย แช่น้ำไปดูวิว หรือว่าจะดูทีวีในห้องน้ำก็ได้นะ สบายมากๆ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 4,800 –5,100 บาท

Pool Access
ใน Type นี้เราจะลงมาที่ชั้นล่างของตึก B และ C อย่างที่บอกไปแล้วจะเหมือนกันทั้งสองตึก

24

25 26

ส่วนของระเบียงห้อง ชื่อก็บอกแล้วว่า Pool Access เราเดินลงน้ำได้เลยที่ระเบียงห้อง เล่นตอนไหนก็ได้สระเป็นของเรา อิอิ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekend ประมาณ 4,200 – 4,500บาท

มาที่ห้องแบบสุดท้าย คือ Premier Pool Access

27 28 29

ห้อง Premier Pool Access นี้ มีแค่สองห้องเท่านั้นนั้นคือด้านล่างและเป็นห้องมุมของตึก B และ C ซึ่งห้องจะมีขนาดใหญ่กว่า Pool Access ห้องนี้สามารถนอนใกล้ชิดได้ถึงสองวิวเลยนั่นคือวิวสระริมระเบียงและวิวทะเลด้านหน้าของห้องนอน สารมารถเดินลงสะว่ายน้ำจากห้องของเราได้เลย ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 6,000-6,300บาท

30 31

นอกจากห้องพักที่มีให้เลือกเยอะมากๆ ที่ Sand Dunes ยังมีบริการห้องประชุมอีกด้วย จะมาสัมนาเป็นหมู่คณะ หรือจัดงานต่างๆจะไซต์เล็กไซต์ใหญ่รับได้หมดจ้า ในส่วนของราคาต้องลองสอบถามกับที่รีสอร์ทโดยตรงโดยบอกรายละเอียดการเข้าประชุมจะได้ราคาที่แน่นอนชัวร์ค่ะ

มาถึงอาหารเช้ากันบ้าง ว่าทานที่ตรงไหนอะไรยังไง

32 33

อาหารเช้าเราสามารถมาทานได้ที่นี่เลย ห้องอาหาร Rice Berry จะตั้งอยู่ที่ตึกระหว่าง wink B และ C ค่ะ อาหารเช้าที่นี่จะเริ่มที่เวลา 06.00 – 10.00 น.  แพรชอบมาเช้าๆค่ะเพราะไม่ค่อยมีคนแถมบรรยากาศตอนเช้ายังดีมากๆอีกด้วยนะ

34 35

ส่วนต่อมาถือได้ว่าเป็นโซนที่แพรชอบที่สุดเลยของ Sand Dunes นั่นก็คือส่วนนี้เลยจ้า สระว่ายน้ำนั่นเอง ทางเดินไปสระว่ายน้ำจะอยู่ระหว่าง Wink B และ C ซึ่งจะมีสะพานเล็กๆน่ารักข้ามผ่านสระว่ายน้ำของห้อง Pool Access ไปที่สระว่ายน้ำติดกับหน้าหาดเลย  เกาะขอบสระไปดูทะเลไปมันดีอะ อิอิ

36 37 38 39

และนอกจากสระว่ายน้ำติดทะเลแล้ว ริมสระว่ายน้ำก็ยังมีห้องอาหารบรยากาศดีๆอีก 1 ห้องมีชื่อว่าห้องอาหารThe Shore เป็นห้องอาหารที่ชิวมากๆเพราะอยู่ริมสระว่ายน้ำและติดทะเล มีทั้งส่วนด้านในแอร์และด้านนอก ไม่ว่าจะมาทานอาหารเย็นริมทะเล หรือมานั่งจิบ Cocktail ชิลๆริมสระก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

40 41 42

หลังจากที่แพรได้ไปพักผ่อนที่ Sand Dunes Chaolao Beach Resort ก็ประทับใจหลายอย่างมากๆ เพราะถือว่าครั้งแรกของแพร กับการได้มาพักผ่อนที่รีสอร์ทริมทะเลจันทบุรี ไม่วุ่ยวายเหมือนในเมืองอื่นๆ สถานที่กว้างขวาง บรรยากาศดี ห้องนอนน่ารัก เตียงนุ่มมากมายอันนี้ชอบสุดๆ สระว่ายน้ำกว้างมากๆอันนี้ถ่ายรูปสวยแพรคอนเฟิร์ม ^^

43 44

สุดท้ายแล้วจริงๆกับใครที่ต้องการหาที่พักเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพ Sand Dunes Chaolao Beach Resort เป็นหนึ่งทางเลือกที่แจ่มอีกที่นึงเลย เพราะนอกจากจะไม่ไกลแล้ว ที่พักยังติดกับทะเลให้เราเลือกที่จะเล่นน้ำสระว่ายน้ำชิลๆหรือจะไปวิ่งเล่นกันที่ชายหาดก็มันส์ได้ไม่แพ้กัน หากใครสนใจของเข้าไปสอบถามข้อมูลและโปรโมชั่นได้ที่

เว็บไซต์ http://sandduneschaolao.com/ หรือสอบถามข้อมูลที่ Fanpage https://www.facebook.com/sandduneschaolaobeach กันได้เลยจ้า

45 46 47

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip

ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่
https://www.facebook.com/whereistrip

 

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ จ.ระนอง

1

ถ้าพูดถึงเกาะในจังหวัดระนอง หลายคนคงนึกถึงเกาะพยามเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหมู่เกาะในอำเภอกะเปอร์ ที่น้ำใสเหมือนสระว่ายน้ำ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเกาะในทะเลอันดามัน เราจะพาไปเที่ยวที่หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนกัน

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ เกาะที่ยังไม่ฮิตแต่สวยเลอค่า!

2

ท่าเรืออ่าวบางเบน

3

เรือไปหมู่เกาะกำ

4

คุณลุงคนเรือ

วันนี้อากาศดีท้องฟ้าเป็นใจ เราขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน เป็นเรือหางยาวแบบมีหลังคานั่งได้ 10-15 คน เกาะแรกที่เราจะไปคือ เกาะค้างคาว นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึง

5

สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อมาถึง เกาะค้างคาว คือ ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสเหมือนสระว่ายน้ำเลยทีเดียว ด้านหน้าหาดสามารถเล่นน้ำ หรือจะแค่นั่งตามโขดหินชมวิวดูคนเล่นน้ำเพลิน ๆ ก็มีความสุขแล้ว

6

สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังสามารถดำน้ำตื้นได้บริเวณไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ที่นี่จะมีปะการังแข็ง ปลาเสือ และไฮไลท์จะเป็นปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว และพันธุ์อินเดียแดงว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลน่ารักมาก ๆ

7

เกาะค้างคาว

8

ดำน้ำที่เกาะค้างคาว

9

เกาะกำ

จากเกาะค้างคาวเรานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึง เกาะกำ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เราทานข้าวกันที่อ่าวเขาควาย ซึ่งทัวร์ต่าง ๆ จะมาทานข้าวที่นี่เพราะมีม้านั่งใต้ทิวสนร่มรื่น เสร็จแล้วเราก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาชนะใส่อาหารและน้ำ รวมถึงขยะต่างๆ นำกลับไปทิ้งที่ฝั่ง อิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซักหน่อย

10

เกาะกำ

11

เกาะกำ

เราเดินทะลุทิวสนไปอีกด้านหนึ่งของเกาะจะเจอชายหาดที่มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส ไม่แพ้เกาะค้างคาวเลยทีเดียว จนอดใจไม่ไหวต้องเล่นน้ำกันต่อ

12

เกาะกำ

สำหรับใครที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินขึ้นไปจุดชมวิวอ่าวเขาควายระยะทางไม่ไกลแค่ 200 เมตรแต่ทางขึ้นเขาสูงชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที จะขึ้นมาถึงจุดชมวิวที่เห็นวิวอ่าวเขาควายจากมุมสูงเวิ้งอ่าวโค้งเป็นรูปเขาควายบรรจบกับเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เกาะกำ เป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

13

เกาะกำ

14

เกาะญี่ปุ่น

เกาะสุดท้ายที่เราแวะก่อนกลับคือ เกาะญี่ปุ่น อยู่ไม่ไกลจากเกาะกำ ถึงทรายจะไม่ขาวละเอียดเหมือนเกาะค้างคาว เพราะมีเปลือกหอยมากกว่า แต่นักท่องเที่ยวก็นิยมมาเล่นน้ำกัน เนื่องจากความเงียบสงบและน้ำใส

15

ตามประวัติเล่าว่าเกาะนี้เคยมีชาวญี่ปุ่นมาเลี้ยงหอยมุก หรือบ้างก็ว่าทหารญี่ปุ่นเคยใช้เกาะนี้เป็นที่ประกอบอาหารส่งเสบียงไปให้แก่ทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ใช้จังหวัดระนองเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านไปยังประเทศเมียนมาร์ จึงได้ชื่อว่าเกาะญี่ปุ่นนั่นเอง

16

จบทริปกันด้วยความประทับใจบอกได้เลยว่าถ้าไม่มาคงเสียดายแย่ ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีความเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ น้ำทะเลใส ๆ หาดทรายขาว ๆ ที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คน ลองมาที่นี่ดู

17

แต่เกาะเหล่านี้จะมีการปิดเกาะในช่วงฤดูฝน ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 ตุลาคม ของทุกปีเนื่องจากฟื้นฟูธรรมชาติและคลื่นลมแรงทำให้เดินทางไม่สะดวก ใครที่อยากไปสัมผัสธรรมชาติบนเกาะสวย ๆ เตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้าได้เลย

18

การเดินทางไปหมู่เกาะกำ จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ก่อนถึงอำเภอกะเปอร์จะมีป้ายให้เลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน ท่าเรือบางเบน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวจากหน้าบขส. หรือตลาดเทศบาลเมืองระนอง จะมีรถไปอำเภอกะเปอร์ออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 06.00 – 17.00 น. ค่ารถคนละ 50 บาท ลงที่ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน จากนั้นต้องอาศัยความสามารถในการโบกรถไปที่ท่าเรือใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือติดต่อบริษัทเรือให้มารับ หรือจะเหมารถสองแถวจากตัวเมืองก็ได้ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน

19

สามารถจองเรือทัวร์ได้ที่ กลุ่มเรือนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านอ่าวเคย บางเบน โทร. 089 594 1363, 077 861 439 ทัวร์เกาะค้างคาว เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น ราคา 2,500 – 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ นั่งได้ลำละ 10 – 15 คน ราคารวมชูชีพ สน็อกเกิล น้ำดื่ม (ไม่รวมอาหารกลางวัน)

พิกัด

  • ท่าเรือบางเบน 09.59395 98.46996
  • เกาะค้างคาว 09.56861 98.38602
  • เกาะกำ 09.51250 98.35788
  • เกาะญี่ปุ่น 09.50080 98.36838

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tatviewsblog.wordpress.com

สามารติดตามการทท่องเที่ยวสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://tatviewsblog.wordpress.com/