9 ที่พักในญี่ปุ่น แช่ออนเซ็น มองเห็น ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ แบบพาโนรามา

1

เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่หลายคนจะต้องเดินทางไปเห็นกับตาตัวเองให้ได้ก็คือ ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ และมันจะดีมากๆ ถ้าเราได้มีโอกาสไปพักโรงแรม หรือเรียวกัง ที่สามารถมองเห็นวิวความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิได้แบบชัดเจน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 9 ที่พักที่เพื่อนๆ สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติของภูเขาไฟฟูจิ แถมแช่บ่อน้ำร้อนให้ชุ่มฉ่ำมาฝากกันค่ะ บรรยากาศดีเว่อร์!!

9 ที่พักในญี่ปุ่น แช่ออนเซ็น

มองเห็น ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ แบบพาโนรามา

ที่พักที่เรานำมาแนะนำกันนั้น จะมีบ่อน้ำร้อนแบบส่วนตัวในห้องพัก และทุกที่นั้นก็สามารถมองเห็นวิวของ ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ ได้แบบเต็มอิ่ม นอกจากนี้ก็มีบ่อออนเซ็นให้ได้ใช้กันด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้แช่น้ำร้อนจากธรรมชาตินะคะ ^^

2

โคซังเทอิ อูบูยะ (Kozantei Ubuya)

  1. โคซังเทอิ อูบูยะ (Kozantei Ubuya)

ความสวยงามของที่พักแบบญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าเรียวกังแห่งนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่รู้ลืมกันเลยทีเดียว หน้าต่างห้องที่ใหญ่สามารถชมวิวของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างงดงาม ห้องพักทุกห้องสามารถเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากูจิโกะ นอกจากนี้สามารถเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามได้จากออนเซ็น ซึ่งที่พักได้ใช้กระจกป้องกันฝ้าความร้อนเพื่อให้ไม่มีการบดบังทัศนียภาพในการชม

3

ภายในอาคารที่พักมีรูปภาพภูเขาไฟฟูจิประดับตกแต่งมากมาย นอกจากนี้ยังมีบ่ออาบน้ำชนิดต่างๆ ให้ได้เลือกผ่อนคลาย เช่น บ่ออาบน้ำกลางแจ้ง, ซาวน่า เป้นต้น

4

การเดินทาง : จากสถานีคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko) นั่งรถบัสสายฟูจิคิว (Fujikyu) หรือจูโอเอ็กซ์เพรส (Chuo Express) ที่มุ่งหน้าไปยังโคฟุ (Kofu) ใช้เวลาประมาณ 11 นาทีและลงรถที่ป้ายหน้าที่พัก มีรถรับส่งของทางที่พักให้บริการ (ติดต่อที่พักเมื่อเดินทางถึงสถานีคาวากูจิโกะ)

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

  • Saiko Iyashi no sato NENBA
  • Kawaguchiko Sarumawashi Teather
  • Kawaguchiko Music Forest

5 6 7 8 9

โคนันโซ (Konansou)

  1. โคนันโซ (Konansou)

นักท่องเที่ยวจะได้ผ่อนคลายที่โคนันโซ การได้แช่เท้าในบ่อออนเซ็นเท้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร พร้อมๆ กับดูวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาไฟฟูจิ รีสอร์ทแห่งนี้มีห้องอาบน้ำรวมสองแห่ง แบ่งไว้สำหรับชายและหญิง นอกจากนี้ก็มีส่วนที่กั้นไว้แบบไพเวท 3 แห่ง (โดยแขกผู้เข้าพักสามารถทำการจองเวลาได้ส่วนตัว)

10

ทุกมุมสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิในมุมที่่สวยงาม โรงแรมภูมิใจนำเสนออีกสิ่งหนึ่งก็คือการนวดแบบชิเอซึและการผ่อนคลายแบบสปา แหล่งพักผ่อนหย่อนใจก็มีมากมายเช่น ห้องคาราโอเกะสามห้อง คอฟฟี่ช็อปและบาร์

11

การเดินทาง : จากสถานี Kawaguchiko Fujikyu Railway ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที หรือ 3 นาทีด้วยรถยนต์ หรือจากเส้นทางด่วนสาย Chuo และลงที่ Kawaguchiko ระยะทางในการเดินทางถึงโรงแรมประมาณ 3 กิโลเมตร

12 13 14 15 16

ซันนี่ด์ รีสอร์ท โฮเทล (Sunnide Resort Hotel)

  1. ซันนี่ด์ รีสอร์ท โฮเทล(Sunnide Resort Hotel) 

ผสมผสานกันระหว่าง 2 สไตล์ที่แตกต่าง คือสไตล์โรงแรมญี่ปุ่นแบบเก่า(ที่เรียกว่าเรียวกัง)และสไตล์โรงแรมแบบตะวันตกเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย วิวจากห้องพักที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคะวะกูจิได้อย่างชัดเจน

17

การเดินทาง : จากสถานีคาวากูจิโกะ(Kawaguchiko) นั่งรถบัสสาย Fuji Kyuko ลงที่หน้าโรงแรม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

18 19 20 21 22

ชูโฮคาคุ โคเก็ตซ (Shuhoukaku Kogetsu)

  1. ชูโฮคาคุ โคเก็ตซ (Shuhoukaku Kogetsu)

โรงแรมใหม่แบบญี่ปุ่นสไตล์รีสอร์ท นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคะวะกุจิที่สวยงามจากห้องพัก มีสวนและบ่ออาบน้ำกลางแจ้ง

23

การเดินทาง : จากสถานี Mishima (JR Shinkansen) โดยสารรถบัสที่มุ่งหน้าไปยัง Kawaguchi-ko และลงที่ Kawaguchi-ko Station โดยใช้เวลาประมาณ 135 นาที จากที่นั่นให้โดยสารรถบัส Retro Bus และลงที่ Itchiku Kubota Art Museum โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

24

รายละเอียดการให้บริการรถรับส่ง : รถรับจากสถานี Kawaguchiko ให้บริการตั้งแต่ 1ท่านขึ้นไประหว่างเวลา 14.30-19.00 น. เนื่องจากรถไม่สามารถจอดรอที่สถานีได้ เมื่อท่านเดินทางถึงสถานีแล้วต้องโทรติดต่อมายังที่พัก (สื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นได้)

25 26 27 28

วาคาคุสะ โนะ ยาโดะ มารุเอ (Wakakusa no Yado Maruei)

  1. วาคาคุสะ โนะ ยาโดะ มารุเอ (Wakakusa no Yado Maruei)

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณทะเลสาบคาวากุจิ เชิงภูเขาไฟฟูจิ บริเวณชั้นบนสุดมีให้บริการออนเซ็นต่างๆ เช่น Fujinoyu และบ่อน้ำแร่อื่นๆอีกให้ได้ทดลองแช่กัน รวมทั้งยังมีอาหารตามฤดูกาลที่แสนอร่อยไว้คอยบริการอีกด้วย

29

การเดินทาง : จากสถานี Otsuki (JR Chuo) ให้เปลี่ยนรถโดยสารเป็นรถบัสสาย Fuji Kyuko ที่มุ่งหน้าไปยัง Kawaguchi-ko และลงที่ Kawaguchi-ko โดยใช้เวลาประมาณ 55 นาทีจากที่นั่น ให้โดยสารรถบัสสาย Fujikyu Retro ที่มุ่งหน้าไปยัง Saiko ลงที่โรงแรมโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

30 31 32

คาวากูจิโกะ ออนเซ็นจิ ยูเมโดโนะ

  1. คาวากูจิโกะ ออนเซ็นจิ ยูเมโดโนะ (Kawaguchiko Onsenji Yumedono)

เรียวกังญี่ปุ่นในบรรยากาศอันร่มรื่นภายใต้สวนญี่ปุ่นที่ถูกจัดแต่งอย่างงดงาม พร้อมด้วยบ่อน้ำแร่ออนเซ็นส่วนตัวภายในห้องพักแบบโมเดิรน แต่ละห้องพักมีบ่ออาบน้ำโอเพ่นแอร์ส่วนตัว ที่พักภูมิใจนำเสนออาหารรสเลิศมากมายหลากหลายเมนูที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี

33 34

การเดินทาง : จากสถานี Kawaguchiko โดยรถไฟสาย Fuji-Kyuko เดินประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถแท็กซี่ประมาณ 5 นาที

35 36 37 38

คุคุนะ (Kukuna)

  1. คุคุนะ (Kukuna)

คุคุนะที่เป็นกล่าวขวัญถึงว่าเป็นจุดชมภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคะวะกุจิที่สวยงามที่สุด พร้อมกันนั้นยังเป็นจุดที่สะดวกที่สุดที่จะเดินทางไปยังที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในเมือง ด้วยการเดินทางที่แสนจะง่ายดายเพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เลื่องชื่อ เช่น คะวะกุจิโกะ มิวสิค ฟอร์เรส หรือพิพิธภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องหอมแห่งคะวะกุจิโกะ สวนสาธารณะ เทนโจซังและสะพานเชือก เป็นต้น

39

การเดินทาง: หากเดินทางด้วยรถไฟและลงที่สถานี JR Otuski ใช้เปลี่ยนใช้รถสาย Fujikyu และลงที่สถานี Kawaguchiko โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 60 นาที จากนั้นให้โดยสารแท็กซี่ไปยังโรงแรมโดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที

40 41 42

ฟูจิ เลค โฮเทล (Fuji Lake Hotel)

  1. ฟูจิ เลค โฮเทล (Fuji Lake Hotel)

โรงแรมตั้งอยู่ที่ชายฝั่งของทะเลสาบคาวากุจิ จึงมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างสวยงาม ห้องพักที่สะดวกสบาย

43

บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ดึงขึ้นมาจากแหล่งน้ำพุร้อนที่อยู่ลึกลงไปในดินกว่า 1500 เมตร ทางโรงแรมมีอ่างอาบน้ำรวมที่มีขนาดใหญ่ไว้บริการพร้อมทั้ง ซาวน่า และอ่างจากุซซี่ หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถจองเวลาที่ต้องการใช้งานได้เช่นกัน

44 45

ภายในโรงแรม นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำกิจกรรมผ่อนคลายต่างๆ ได้มากมายที่สปาเสริมความงาม คาราโอเกะ และบาร์ของทางโรงแรม โรงแรมฟูจิเลคแห่งนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าพักที่เป็นผู้พิการอีกด้วย

การเดินทาง : จากสานีรถไฟ JR Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 70 นาทีด้วยรถสาย Chuo Main Line limited express เพื่อลงที่สถานี Otsuki จากที่นั่นเปลี่ยนรถสาย Fuji Kyuko ที่มุ่งหน้าไปยัง Kawaguchiko Station โดยใช้เวลาประมาณ 60 นาที และเดินจากสถานีไปยังโรงแรมโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

46 47 48

เลคแลนด์ โฮเทล มิซุโนะซาโต (Lakeland Hotel Mizunosato)

  1. เลคแลนด์ โฮเทล มิซุโนะซาโต (Lakeland Hotel Mizunosato)

ภายในออนเซ็นรวมที่แนกชาย-หญิงนั้นมีจากุชชี่ ออนเซ็นที่เป็นบ่อแบบนอนและออนเซ็นกลางแจ้งซึ่งสามารถชมวิวที่สวยงามได้ให้บริการ ท่านที่ต้อการความเป็นส่วนตัวสามารถใช้ออนเซ็นภายในห้องพักได้ นอกจากนี้ยังสามารถเห็นวิวทะเลสาบได้จากห้องอาหารอีกด้วย

49

การเดินทาง : จากทางออกช่องทางด่วน Chuo Expressway ออกทางออก Kawaguchiko เป็นระยะทางประมาณ 3.5กม.หรือติดต่อโรงแรมหลังจากบุ๊คกิ้งแล้วเพราะขอรับบริการรับส่ง

50 51

ขอบคุณข้อมูล หรือดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.japanican.com/

เรียบเรียงโดย Travel MThai

24 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ต้องไปเยือนสักครั้ง

1

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นฤดูที่โรแมนติกสุดๆ และหนึ่งในประเทศที่ผู้คนต่างไปเยือนมากแห่งหนึ่งก็คือ ประเทศญี่ปุ่น เพราะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติและวัฒนธรรม อีกทั้งต้นไม้ดอกไม้ของที่นี่งามจนทำให้เราประทีบใจไม่รู้จบ และสำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหละเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว เราจะพาไปดู 24 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น กัน แต่ละที่นั้นสวยงามสุดๆ!

24 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น
ต้องไปเยือนสักครั้ง 

  1. สวนโคอิชิกาว่า-โคระคุเอ็น(Koishikawa Korakuen)

2

ขอบคุณรูปภาพจาก Travelfunjoy.com

สวนที่สวยและเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะตอนต้น ภายในสวนมีการออกแบบโดยใช้หิน ต้นไม้ บ่อน้ำ และมีเนินขนาดเล็กเพื่อให้เป็นเหมือนฉากธรรมชาติของญี่ปุ่นและจีน ด้านหลังของส่วนแห่งนี้จะมองเห็นวิวของกรุงโตเกียวโดมและตึกต่างๆ ทำให้เห็นภาพเมืองสมัยใหม่ตัดกับธรรมชาติที่สวยงาม

สามารถเข้าชมสวนได้ตลอดทั้งปี แต่จะสวยงามมากในช่วงเดือนปลายพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใบต้นเมเปิ้ลที่อยู่โดยรอบของสวนจะเป็นสีส้มสลับแดง และบางต้นจะเป็นสีเหลืองทองสวยงามมาก

  1. วัดโคไดจิ – Kodaiji Temple

3

blog-imgs-44-origin.fg2.com

สวนสไตล์ tsukiyama โดยภายในสวนจะเป็นเนินเตี้ย ประดับตกแต่งด้วยหินขนาดใหญ่ โดยรอบเป็นต้นเมเปิ้ลเรียงรายกันอยู่ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงนั้นใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ให้วิวและบรรยากาศที่สวยงามมาก  และในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับส่องสว่าง ทำให้เห็นสีใบไม้แดงได้อย่างชัดเจนและเห็นเงาสะท้อนราวกับกระจกของผิวน้ำในสระด้วย

  1. วัดไดโกจิ Daigoji Temple

4

bindass

เป็นวัดที่กินพื้นที่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต จะสวยงามมากในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ศาลาสีแดงซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำจะถูกห้อมล้อมไปด้วยใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด และยังมีทางเดินที่สามารถใช้ปีนภูเขาขึ้นไปเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามซึ่งที่ด้านบนจะยังมีศาลาไม้ขนาดใหญ่ พร้อมกับวิวที่จะเห็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่ ถ้าอากาศสดใส ท้องฟ้าโปร่ง

  1. สวนริคุงิเอน (rikugien garden), โตเกียว

5

JAPAN MANIA

สวนแห่งนี้เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่นิยมมากแห่งหนึ่ง ซึ่งจะได้เห็นทัศนียภาพของสวนสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางสีสันของใบไม้ รวมกับวิวบนเนินเขารอบๆสะพานโทเกสึเคียว(Togetsukyu Bridge) และต้นเมเปิ้ลที่เรียงรายอยู่ริมคลอง

  1. ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (kawaguchiko)

6

https://www.skyscanner.co.th/

ตั้งอยู่ที่เมืองยามานาชิ (Yamanashi) ใกล้กับเมืองโตเกียว (Tokyo) เริ่มฤดูใบไม้ร่วงประมาณครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองสลับกันโดยรอบ มุมมองที่ดีที่สุดที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบ และใบเมเปิ้ลได้ก็คือชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบ เป็นจุดนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปและเที่ยวกับกันที่บริเวณนี้ นอกจากนั้นในบริเวณไม่ไกลกันก็เป็นเขตหมู่บ้านชนบทน่ารักที่มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และร้านรวงกระจุกกระจิกมากมาย

  1. หุบเขาโครังเค

7

mauhorng.com

โครังเคอยู่ในจังหวัดไอจิ เมืองโตโยต้า เป็นสถานที่ชมใบไม้แดงยอดนิยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากอากาศที่บริสุทธิ์ ธรรมชาติที่สวยงามไร้ซึ่งขยะและสารพิษ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันมาเก็บภาพสวยๆจากใบไม้แดงตลอดช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขาโครังเคมีช่วงเวลาเปลี่ยนสีของใบไม้ (จากปี2558) คือ ช่วงวันที่ 15 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม ในช่วงเทศกาลในเดือนพฤศจิกายน จะมีการจัดแสงไฟประดับสะพาน

  1. วัดคิโยะมิซุ(Kiyomizu-dera)

8

Trend of all about JAPAN

ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเกียวโต เป็นสถานที่ชมใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด เมื่อถึงฤดูการชมดอกไม้หรือใบไม้เปลี่ยนสี จะมีการเปิดไฟซ่องที่ต้นไม้และอาคารของวัดในช่วงหัวค่ำ ซึ่งสวยงามแปลกตาไปจากตอนกลางวันด้วย

  1. สวนโยโยกิ (Yoyogi Koen)

9

TwistedSifter

สวนแห่งนี้เป็นสวนสไตล์ตะวันตกที่มีความสวยงามในฤดูใบไม้ร่วงไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณทิศใต้ของสวน เต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ลสีแดง และต้อนกิงโกะสีเหลือง

  1. หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ (shirakawago )

10

Japan Info

บ้านไร่สไตล์ญี่ปุ่นกว่า 12 หลัง โอบล้อมไปด้วยภูเขาที่มีใบไม้เปลี่ยนสีเป็นเหมือนฉากหลัง ให้บรรยากาศญี่ปุ่นแบบย้อนยุค บ้านเหล่านี้ยังเปิดให้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับบรรยากาศดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกด้วย

  1. เมืองอะระชิยามะ (Arashiyama)

11.

lacviettravel.com.vn

ในอดีตนั้นเมืองนี้เป็นเขตเมืองตากอากาศของชนชั้นสูง และในปัจจุบันก็ยังเป็นแหล่งพักผ่อนชมวิวที่เลื่องชื่อโดยเฉพาะช่วงเวลาของฤดูใบไม้ร่วงที่เมืองทั้งเมืองจะปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดง จนถึงขั้นที่มีบริการรถไฟชมวิวโทร็อกโกะ (Torokko-The Sagano Scenic Railway) ให้ได้นั่งชมวิวกันแบบเพลินๆ ในเส้นทางใบไม้เปลี่ยนสีของเมือง นอกจากนั้นก็ยังมีจุดชมวิว จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สะพานไม้เก่าแก่ สะพานโทเกตสึ (Togetsu-kyo) นั่งเรืองล่องแม่น้ำ ที่ใครไปใครมาก็ต้องไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

  1. หุบเขานารุโกะ, โทโฮคุ

12

Japan Info

ตั้งอยู่ห่างจากเซนไดไปประมาณ 2 ชั่วโมงหุบเขานารุโกะเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคโทโฮคุ และยังมีเส้นทางเดินป่าสำหรับชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของป่าและสะพานโอฟุคาซาว่า(Ofukazawa Bridge) ที่ตั้งอยู่เหนือหุบเขาอีกด้วย

  1. น้ำตกเคงอน (kegon), นิกโก้

13

travel.rakuten.com.hk

มีความสูงเกือบ 100 เมตร เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น (ร่วมกับน้ำตกนาจิ(Nachi Waterfall)ที่วากายามะ และน้ำตกฟูคุโรดะ(Fukuroda Waterfall) ที่อิบารากิ) เป็นจุดนิยมในการชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงกลาง-ปลายเดือนตุลาคม

  1. อุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง
    (Daisetsuzan National Park)

14

Japan Info

ตั้งอยู่ที่เมืองคามิคาวะ (Kamikawa) ใกล้กับเมืองอะซะฮิกะวะ (Asahikawa) ซึ่งใบไม้ในแถบนี้จะเปลี่ยนสีเป็นแห่งแรกๆ ของประเทศญี่ปุ่น โดยใบไม้ในบริเวณอุทยานแห่งชาติแห่งนี้จะเริ่มเปลี่ยนสีไล่จากยอดเขาคุโรดาเกะ (Kurodake) ลงมา โดยจะมีจุดชมวิวที่สวยสุดอยู่บริเวณริมเขา จุดชมวิว “กินเซ็นได” (Ginsendai) นอกจากนั้นในบริเวณเดียวกันก็ยังเป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีอยู่กว่า 10 แห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปใช้บริการแช่น้ำพุร้อนพร้อมชมธรรมชาติใบไม้แดงอันสวยงามอีกด้วย

  1. ถนนต้นแปะก๊วย อิโช นามิกิ(Icho Namiki), โตเกียว 

15

travel.stackexchange.com

เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยม ตั้งอยู่ถัดจากสวนเมจิ จินกุ ไกเอน(Meiji Jingu Gaien Park)เริ่มตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Itchome Station ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือทองในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ใต้ต้นไม้ก็เต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมา เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ

  1. วัดบิชามอนโด (Bishamon-do Temple)

16

rokaru.jp

เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในแถบยามาชินะ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางเดินจะปกคลุมไปด้วยใบเมเปิ้บสีแดงยาวตลอด 2 ข้างทาง ทำให้ดูเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้เปลี่ยนสี

  1. อุโมงค์ใบไม้แดง โมมิจิ ไคโร
    (Momiji Kairo Kawaguchiko)

17

เที่ยวญี่ปุ่น ดอทคอม

เป็นเส้นทางเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยสองข้างทางจะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงส้มสลับกันยาวตลอดทาง และเนื่องจากกิ่งของต้นเมเปิ้ลโน้มเข้าหากันตรงกลางจึงเป็นเหมือนอุโมงค์ใบไม้แดงที่สวยงามอลังการเป็นอย่างมาก

  1. ถนนสายโรแมนติค อิโรฮาซากะ
    (Irohazaka Winding Road)

18

http://japan.stripes.com

หนึ่งในเส้นทางขับรถชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร วิ่งจากเมืองอุเอดะในจังหวัดนากาโน่ ลัดเลาะตามเขาไปเรื่อยๆผ่านจังหวัดกุนมะ แล้วไปสิ้นสุดที่นิกโก้ ระหว่างทางก็จะเป็นเส้นทางขึ้นลงเขา โค้งไปโค้งมา เมื่อขับขึ้นไปยังยอดเขาและมองลงมาก็จะสามารถเห็นถนนที่โอบล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี วิ่งคดเคี้ยวลัดเลาะไปตามไหล่เขา ใบไม้เป็นสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันสวยงามมาก จุดที่ไฮไลท์ที่จะมองเห็นถนนคดเคี้ยวอย่างในรูป จะเป็นช่วงเนินเขาบนถนนสาย 120 ที่อยู่ห่างจากนิคโก้ไปประมาณ 40 นาที

  1. สวนเมจิยิงงู ไกเอ็ง-พระราชวังอิมพีเรียล
    (Meiji Jingu Gaien-Imperial Park)

19

skyscanner

ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว (Tokyo) จุดชมใบไม้แดงกลางเมืองหลวงที่ทั้งสวยงามไม่แพ้ที่อื่น อีกทั้งยังสะดวกแก่การเดินทางไปชมอีกด้วย ที่สวนแห่งนี้มีต้นแปะก๊วย อยู่มากกว่า 140 ต้น ซึ่งในช่วงเวลานี้ของปีก็จะมีเทศกาลชมใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี หรือ เทศกาลชมใบฮิโจ นอกจากมาชมใบแปะก๊วยแล้ว สวนแห่งนี้ก็ยังมีต้นไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์และการจัดตกแต่งสวนแบบญี่ปุ่นที่น่าสนใจ พร้อมยังได้ชมวิวพระราชวังอิมพีเรียลอีกด้วย

  1. สวนสาธารณะนารา (Nara Park) 

20

ตั้งอยู่ที่เมืองนารา (Nara) ใกล้กับเมืองโอซาก้า (Osaka) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมเขาวาคาคุสะยาม่า (Wakakusa-yama) ที่นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารกวางป่ามากมายที่มาพักอาศัยอยู่ภายในสวนแล้ว ก็ยังเป็นจุดพักผ่อนชมวิวธรรมชาติและจุดชมใบไม้แดงยอดนิยมของเมือง นอกจากนั้นยังใกล้กับมรดกโลกวัดโทไดจิ (Todaiji) วัดโบราณวัดโคฟุกุจิ (Kofukuji) และศาลเจ้าคาสุกะไทซะ (Kasuga Taisa) อีกด้วย

  1. ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada)

21

JPRail.com

เป็นแหล่งล่องเรือชมธรรมชาติรอบๆ ทะเลสาบ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮะจิมันไต (Towada-Hachimantai National Park) ทะเลสาบโทวาดะแห่งนี้เกิดจากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สงบแล้ว นอกจากนั้นทะเลสาบโทวาดะยังเชื่อมกับลำน้ำเล็กๆ ที่ชื่อว่า โออิราเซะ (Oirase Stream) ที่มีความยาวร่วม 9 กิโลเมตร ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการชมใบไม้แดง เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเดินตามลำน้ำ ชมป่าเขาที่ร่วมกันผลัดเปลี่ยนสีสวยงามในฤดูนี้ ซึ่งในบริเวณนี้ก็ยังมีน้ำตกอีกร่วม 14 แห่งที่คุณสามารถเดินลัดเลาะผ่านเข้าไปชมได้ด้วย

  1. หุบเขาดาคิกะเอริ (Dakigaeri)

22

ZEKKEI Japan

ตั้งอยู่ที่ เมืองอาคิตะ (Akita) หุบเขาแห่งนี้มีน้ำตกอยู่หลายแห่ง และที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ น้ำตกมิคาเอริ (Mikaeri Falls) และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น ทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงลดหลั่นกันสวยงามดั่งภาพวาด และลำน้ำจะเต็มไปด้วยสีแดงของใบไม้ที่ร่วงหล่น เป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอีกแห่งที่น่าไปเยือน ทศกาลในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีเทศกาลโบราณคาคุโนะดาเตะ มัตสึริ (Kakunodate Matsuri) งานประเพณีท้องถิ่นเก่าแก่กว่า 350 ปี

  1. สวนเคนโระคุ (Kenrokuen) 

23

Pinterest

ตั้งอยู่ที่เมืองอิชิคาวะ (Ishikawa) ใกล้กับเมืองโทยามะ (Toyama) สวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ของเมือง ภายในมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวเมืองถึงขั้นเรียกกันว่าเป็นทะเลเปิดกลางเมือง เป็นจุดชมธรรมชาติสวยงามในเกือบทุกฤดูกาล โดยเฉพาะเป็นจุดชมดอกซากุระบานในช่วงฤดูร้อน และเป็นจุดชมใบไม้แดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

นอกจากนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีงานขบวนแห่ธงโบราณ (Wakubata), เทศกาลเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ร่วงโฮอุราอิ (Hourai Matsuri) และเทศกาลกินปูวาจิมะ (Wagima Crab Festival)

  1. เมืองโอบาระ (Obara) ใกล้กับเมืองนาโงย่า (Nagoya)

24

www.tiewyeepoon.com

จุดเด่นของการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เมืองนี้ คือ จะสามรถชมได้ทั้งใบไม้แดงและดอกซากุระ 4 ฤดู ชิกิซากุระ (Shikizakura) ที่จะบานพร้อมๆ กับใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูกาลนี้ ชมดอกซากุระฤดูใบไม้ร่วง ณ สวนโอบาระ ฟุเรอาอิ (Obara Fureai Park) และสวนเซนมิซากุระ โคเอ็น (Senmizakura Koen) ที่จะจัดขึ้นในช่วงที่ชิกิซากุระบานในเดือนพฤศจิกายน

  1. สวนฮิตาชิ (Hitachi) 

25

tripleRIN

สวนฮิตาชิเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดอิบารากิ มีดอกไม้เป็นทุ่งกว้างขนาดใหญ่ สามารถชมดอกไม้ได้ตลอดปี ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงนั้นจะมีทุ่งต้นไม้สีแดงพุ่มเตี้ยชื่อว่า Kochia ในฤดูใบไม้ร่วงนักท่องเที่ยวต่างพากันมาชมทุ่ง Kochia กันเป็นจำนวนมากทุกปี ที่สวนฮิตาชิมีช่วงเวลาเปลี่ยนสีของใบไม้ (จากปี2558) คือ ช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 พฤศจิกายน สามารถเดินทางโดย นั่งรถบัส Kosoku-bus ไปลงที่ Katsuta หรือ นั่งรถไฟลงสถานี Katsuta แล้วออกทาง Higashi-guchi เพื่อต่อรถบัสในเมืองอีกต่อหนึ่ง (ป้ายรถบัสเบอร์ 1)

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก http://www.talonjapan.com/, https://www.skyscanner.co.th, tripleRIN, www.tiewyeepoon.com, Pinterest, ZEKKEI Japan, JPRail.com, http://blog.homeaway.co.th/best-spots-to-catch-the-fall-foliage-in-asia/, Travelfunjoy.com, http://japan.stripes.com, เที่ยวญี่ปุ่น ดอทคอม, rokaru.jp, travel.stackexchange.com, Japan Info, travel.rakuten.com.hk, lacviettravel.com.vn, TwistedSifter, Trend of all about JAPAN, mauhorng.com, JAPAN MANIA, bindass, blog-imgs-44-origin.fg2.com

เรียบเรียงโดย Travel MThai

รับส่วนลด 500 บาท! เมื่อพักที่ บ้านวิวน้ำ แค้มปิ้ง แอนด์ รีสอร์ท (Ban View Nam Camping & Resort) จ.แม่ฮ่องสอน  

บ้านวิวน้ำ แค้มปิ้ง แอนด์ รีสอร์ท (Ban View Nam Camping & Resort) จ.แม่ฮ่องสอน

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

1

บ้านวิวน้ำ แค้มปิ้ง แอนด์ รีสอร์ท (Ban View Nam Camping & Resort) จ.แม่ฮ่องสอน รีสอร์ทบรรยากาศอบอุ่นติดริมแม่น้ำปาย ที่คุณสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัวได้อย่างใกล้ชิด ผ่อนคลายไปกับความเงียบสงบท่ามกลางทิวทัสน์ที่สวยงามไม่ไกลจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

บ้านวิวน้ำ แค้มปิ้ง แอนด์ รีสอร์ท มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพสำหรับผู้มาพักผ่อน ทั้ง ศาลาริมน้ำ Wi-Fi ฟรี ที่จอดรถ รูมเซอร์วิส บริการรถรับ-ส่งสนามบิน และการรักษษความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนภานในห้องพักประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม ด้วยมาตรฐานของโรงแรม 3.5 ดาว ทำให้คุณสามารถวางใจได้ว่าการพักผ่อนที่นี่จะพิเศษยิ่งกว่าครั้งใดๆ

ห้องพักแบบ Deluxe Garden

2 3

ห้องพักแบบ Superior

4

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

5 6 7 8

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น

-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon

-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ

-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก

-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-100-7008 เท่านั้น

-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้

-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 31 ต.ค. 60

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/mae-hong-son/ban-view-nam-camping-resort.html