HotelSThailand.com แนะนำ 10 ที่พักธรรมชาติสุดชิล แบบ Feel Good!

HotelSThailand.com

แนะนำ 10 ที่พักธรรมชาติสุดชิล แบบ Feel Good!

1

สายฝนโปรยปราย รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอความเย็นชุ่มฉ่ำ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่หลายคนชื่นชอบและอยากออกไปท่องเที่ยว ดังนั้น ในเดือนนี้ โฮเทลส์ไทยแลนด์ดอทคอม (HotelSThailand.com) เว็บไซต์จองที่พักและกิจกรรมท่องเที่ยวออนไลน์ จึงขอนำเสนอ 10 ที่พักวิวสวยทั่วไทย บรรยากาศดี โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับการไปท่องเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ ให้นอนชมวิวแม่น้ำและภูเขา พร้อมสัมผัสความสดชื่นชุ่มฉ่ำแบบ feel good!

  1. ครอสทู ริเวอร์แคว (X2 River Kwai) จ.กาญจนบุรี

2

รีสอร์ทสุดโรแมนติกริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ครอสทู ริเวอร์แคว (X2 River Kwai) จ.กาญจนบุรี มีห้องพักให้บริการทั้งหมด 8 ห้อง โดยทุกห้องหันหน้าออกสู่แม่น้ำ สามารถมองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าในมุมกว้างแบบไม่มีสิ่งใดบดบัง ภายในห้องพักมีอ่างอาบน้ำแบบอโรมาบาธ เหมาะสำหรับคู่รักนอนแช่น้ำฟังเสียงฝน สัมผัสความสดชื่นแบบสองต่อสอง ส่วนการตกแต่งภายนอกนั้น เป็นแนว Industrial Chic ที่เน้นความเท่และทันสมัย ใครสนใจสามารถเดินทางมาที่รีสอร์ทแห่งนี้ได้ไม่ยาก เพราะตั้งอยู่ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำแควเพียง 20 นาที เท่านั้น

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/kanchanaburi/x2-river-kwai.html

********************************

  1. โฮมพุเตย ริเวอร์เเคว รีสอร์ท (Home Phutoey River Kwai Resort) จ.กาญจนบุรี

3

โฮมพุเตย ริเวอร์เเคว รีสอร์ท (Home Phutoey River Kwai Resort) จ.กาญจนบุรี เป็นรีสอร์ทธรรมชาติสไตล์ Boutique Log Cabin Home สำหรับทุกคนในครอบครัวที่อยากสัมผัสความสดชื่นของธรรมชาติริมแม่น้ำแควน้อยในช่วงหน้าฝน ขอแนะนำห้องพักแบบ Riverside Grand Deluxe ที่มีระเบียงส่วนตัวเล็กๆ ให้นั่งรับลมชมวิวแม่น้ำแควตลอดทั้งวัน ส่วนด้านนอก มีบ่อน้ำร้อนออนเซนกลางแจ้งที่สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงฐานกิจกรรมสุดหวาดเสียวมากกว่า 40 ฐาน ณ Tree Top Adventure Park อีกด้วย

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/kanchanaburi/home-phutoey-river-kwai-resort.html

********************************

  1. เอสเคป เขาใหญ่ (Escape Khao Yai) จ.นครราชสีมา

4

หนีความวุ่นวายไปนอนทิ้งกายสูดกลิ่นฝนใกล้กรุงเทพฯ ณ เอสเคป เขาใหญ่ (Escape Khao Yai) โรงแรมหรูสไตล์โมเดิร์น ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติรอบทิศทาง ห้องพักตกแต่งในธีมธรรมชาติ 4 แบบ 4 สไตล์ ได้แก่ WOOD, EARTH, FLORAL และ FOREST เพิ่มสัมผัสเย้ายวนด้วยกลิ่นหอมและเสียงเพลงภายในห้องพัก ส่วนด้านนอกมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ให้บริการ พร้อมด้วยห้องอาหารสไตล์ homemade ที่นำวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นและผักออร์แกนิคปลูกเองมาปรุงเป็นอาหารสารพัดเมนูให้ผู้เข้าพักได้ลิ้มลอง

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/khao-yai/escape-khao-yai.html

********************************

  1. ดี วารี ชาญวีร์ เขาใหญ่ (D Varee Charnvee Khao Yai) จ.นครราชสีมา

5

รีสอร์ทหรูท่ามกลางธรรมชาติ ดี วารี ชาญวีร์ เขาใหญ่ (D Varee Charnvee Khao Yai) รีสอร์ทแห่งนี้ล้อมรอบด้วยอากาศบริสุทธิ์ของเทือกเขาดงพญาเย็นและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้ทุกคนในครอบครัวได้สัมผัสความสดชื่นของโอโซนจนชุ่มปอด พร้อมด้วยกิจกรรมสันทนาการแบบเดี่ยวและแบบครอบครัว ได้แก่ กิจกรรมปั่นจักรยาน ปีนเขา รวมไปถึงสนามกอล์ฟมาตรฐานสากล, ร้านอาหาร Chez Sania (อาหารตะวันตกและไวน์), พูลบาร์ และคลับเฮาส์ ไว้ให้บริการผู้เข้าพักทุกท่าน

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/khao-yai/d-varee-charnvee-khao-yai.html

********************************

  1. วิลล่า เดอ บัว รีสอร์ท แอนด์ สปา (Villa de Bua Resort and Spa) จ. น่าน

6

วิลล่า เดอ บัว รีสอร์ท แอนด์ สปา (Villa de Bua Resort and Spa) คือที่พักเล็กๆ แสนสงบใกล้ตัวเมืองน่าน ด้วยทำเลที่สะดวกสบาย ห่างจากสนามบินเพียง 1 กิโลเมตร จึงสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในตัวเมืองน่านได้อย่างง่ายดาย รีสอร์ทแห่งนี้ห้อมล้อมด้วยสวนสวยและดอกไม้นานาพันธุ์ ให้บริการห้องพักแบบ Villa, Superior Room และ Mini-Single Room โดยทุกห้องตกแต่งแบบเรียบง่าย ใช้โทนสีอบอุ่นสบายตา และมองเห็นวิวสวนด้านนอกอันร่มรื่น เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนในทุกฤดู

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/nan/villa-de-bua-resort-and-spa.html

********************************

  1. อสิตา อีโค รีสอร์ท (Asita Eco Resort) จ. สมุทรสงคราม

7

สัมผัสความเรียบง่ายของวิถีชีวิตแบบไทยๆ ริมสายน้ำ ณ อสิตา อีโค รีสอร์ท (Asita Eco Resort) รีสอร์ทธรรมชาติแนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบไทยในชนบทไว้อย่างชัดเจน ห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบเรือนไทย และห้องพักวิลล่าอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่กลางสวนสน และมีลำคลองเล็กๆ อยู่หน้าระเบียงห้องทุกหลัง สามารถลงเล่นน้ำในสระธรรมชาติอย่างสนุกสนานและเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีบริการสปา spa by asita และบาร์เครื่องดื่ม asita bar & rest พร้อมเมนูอาหารทะเลสดจากฟาร์ม พร้อมเสิร์ฟความสุขส่งตรงถึงปลายลิ้น

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/samut-songkhram/asita-eco-resort.html

********************************

  1. บ้านอ้อมกอดขุนเขา (Baan Aom Kod Kun Kao) จ. ราชบุรี

8

พักผ่อนในอ้อมกอดของขุนเขาบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ณ บ้านอ้อมกอดขุนเขา (Baan Aom Kod Kun Kao) ที่พักบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ร่มรื่นเงียบสงบอบอวลไปด้วยหมู่มวลขุนเขา ลำธารน้ำใส และต้นไม้เขียวขจี บ้านพักออกแบบสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนผสมบาหลี เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติและโทนสีขาว-น้ำตาล จากเตียงนอนในห้องพักสามารถมองเห็นภูเขา ลำธาร และสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร “ครัวจันทร์ฉาย” ซึ่งให้บริการอาหารไทย จีน ฝรั่ง รสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/ratchaburi/baan-aom-kod-kun-kao.html

********************************

  1. ดี วารี ดีว่า นาน่า แก่งกระจาน (D Varee Diva Nana Kaeng Krachan) จ.เพชรบุรี

9

ดี วารี ดีว่า นาน่า แก่งกระจาน (D Varee Diva Nana Kaeng Krachan) ที่พักริมแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขื่อนแก่งกระจานและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในแบ่งพื้นที่ใช้สอยและมุมพักผ่อนได้อย่างลงตัว มีมุมอ่านหนังสือ ฟังเพลง และสระว่ายน้ำส่วนกลาง หรือจะลงเล่นน้ำในแม่น้ำก็ได้เช่นกัน ส่วนห้องพักแบ่งออกเป็นห้อง Deluxe Room ที่อยู่ในโซนไม้ดอกไม้ประดับ และเป็นจุดชมวิวของแม่น้ำเพชรบุรี, Premier Room ในโซนสวนสวยและกล้วยไม้หลากพันธุ์, Jacuzzi Suite เหมาะสำหรับรับลมชมธรรมชาติ และ Family Room สำหรับพัก 4 และ 6 ท่าน อีกด้วย

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/phetchaburi/d-varee-diva-nana-kaeng-krachan.html

********************************

  1. คอรอล โคฟ ชาเล่ย์ (Coral Cove Chalet) เกาะสมุย

10

หน้าฝนแบบนี้ใครมีโอกาสไปเที่ยวเกาะสมุย ขอแนะนำ คอรอล โคฟ ชาเล่ย์ (Coral Cove Chalet) รีสอร์ทสไตล์ทรอปิคอลติดทะเล มีบริการห้องพักแบบบังกะโลที่เล่นระดับลดหลั่นบนเนินเขา มองเห็นท้องฟ้า ทิวเขา และหาดทราย ในบรรยากาศอันเงียบสงบเป็นส่วนตัว ผ่อนคลายไปกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าในอ่างจากุซซี่สุดแสนโรแมนติก ส่วนมื้ออาหารยังได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลสดๆ จิบค็อกเทลเย็นๆ เคล้าเสียงดนตรี นอกจากนี้การเดินทางก็สะดวกสบายเพราะไม่ไกลจากหาดเฉวงหรือหาดละไม พร้อมด้วยบริการรถรับส่งถึงสนามบิน

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/samui/coral-cove-chalet.html

********************************

  1. คาซ่า เดอ มาร์ รีสอร์ท (Casa De Mar Resort) เกาะสมุย

11

คาซ่า เดอ มาร์ รีสอร์ท (Casa De Mar Resort) รีสอร์ท 4 ดาว บนหาดเฉวง-เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี การออกแบบเน้นความทันสมัย มีความใส่ใจและประณีตในทุกจุด ส่วนห้องพัก ได้แก่ Superior Room มีระเบียงมองเห็นวิวสวน แต่ที่เป็นไฮไลท์คือห้องแบบ Beach Front Villas จากเตียงนอนสามารถมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินและชมทะเลสวยๆ ได้เลย แสงไฟมีโหมดให้เลือกแบบ Welcome คือเปิดทุกดวง หรือเลือกโหมด Romantic หากอยากได้บรรยากาศรีแล็กซ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย อาทิ บีชโยคะ มวยไทย บีชจ๊อกกิ้ง และเทนนิส เป็นต้น

ดูรายละเอียด: http://www.hotelsthailand.com/thailand/samui/casa-de-mar-resort.html

*** ค้นหาแรงบันดาลใจในการเดินทางครั้งต่อไป ได้ที่ http://www.hotelsthailand.com/travel-guide/scoop ***

 

รับส่วนลด 500 บาท! เอวา รีสอร์ท เกาะช้าง (Awa Resort Koh Chang) จ.ตราด

เอวา รีสอร์ท เกาะช้าง (Awa Resort Koh Chang) จ.ตราด

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

1

เอวา รีสอร์ท เกาะช้าง (Awa Resort Koh Chang) จ.ตราด รีสอร์ทริมหาดบนเกาะช้าง ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านชาวประมงไป 7 กิโลเมตร ห่างจากหาดท่าน้ำ หรือ Lonely Beach เป็นระยะทาง 2.6 กิโลเมตร และห่างจากหาดไก่แบ้ จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนเกาะเพียง 2.6 กิโลเมตรเท่านั้น

เอวา รีสอร์ท เกาะช้าง มีห้องพักทั้งหมด 119 ห้องที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้าพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบน ห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัว เครื่องเป่าผม และห้องบางประเภทก็จะมีอ่างอาบน้ำด้วย นอกจากนั้น ทางรีสอร์ทยังมีห้องอาหาร สระว่ายน้ำ บาร์ริมสระ สปา สโมสรสำหรับเด็ก และเจ้าหน้าที่ประจำแนกต้อนรับเพื่อคอยอำนวยความสะดวกและบริการข้อมูลท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อคุณเดินทางมาที่เกาะช้าง เอวา รีสอร์ท คือที่พักที่ดีเยี่ยมสำหรับคุณในการมาพักผ่อนให้สบาย

ห้องพักแบบ Superior Hillside

2 3

ห้องพักแบบ Deluxe

4 5

ห้องพักแบบ Deluxe Premium

6

ห้องพักแบบ Deluxe Beachfront

7 8

ห้องพักแบบ Beach Front Suite

9 10

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

11 12 13 14 15

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น

-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon

-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ

-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก

-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-100-7008 เท่านั้น

-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้

-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 31 ต.ค. 60

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/koh-chang-trad/awa-resort-koh-chang.html

 

 

 

 

 

เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน

1

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนขี้เกียจนอนอยู่บ้าน อยากออกทริปสนุกๆ แต่ไม่รู้ว่า หน้าฝนแบบนี้จะไปไหนดี? Travel.MThai มี 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน มาฝากกันค่ะ ซึ่งการท่องเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ เราสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ได้ชมความงามของดอกไม้ ต้นไม้ที่ผลิบานหน้าฝน รับรองว่าทริปหน้าฝนนี้ประทับใจแน่นอน ^^

เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่
ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน

น้ำตกทีลอซู
อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

2

Cr. findthailand.com

หรือภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. – 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น (แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์) มีจุดเด่นคือ “รุ้งกินน้ำ” โดยจะปรากฏให้เห็นช่วง 10 โมงเท่านั้น ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร

น้ำตกทีลอซู มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ มากถึง 97 ชั้น มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย

3

สิ่งที่น่าสนใจ

ก่อนที่เราจะเดินทางขึ้นไปยังจุดมุ่งหมาย ก็คือ น้ำตกทีลอซู ระหว่างทางเราจะผ่านเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม. ผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา, ผ่านน้ำตกสายรุ่ง น้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร , ผ่านบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเราสามารถนั่งแช่กันได้ และผ่าน ผ่าผึ้ง เป็นบริเวณที่มีผึ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ชมความงามของธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด

4

การเดินทาง

โดยรถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู

สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทร. 0 5550 0919-20 และที่ทำการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

5

ขอบคุณภาพจาก พี่ราม พี่เต่า พี่แจ็ค thaipackagetour.com

เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว เริ่มจากเดินเข้าอุทยานกว่าจะถึงยอดภูสอยดาวนั้นเราจะต้องออกเดินป่า แอดเวนเจอร์กันหน่อย โดยผ่านเนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน เป็นที่สองต่อจากเนินส่งญาติ ระดับความสูง 780 เมตร, เนินป่าต่อ, เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ เนินสุดท้ายก่อนถึงยอดภูสอยดาว ระดับความสูง 1410 เมตร

น้ำตกภูสอยดาว : อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี

น้ำตกสายทิพย์ : เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ

6

ทุ่งดอกหงอนนาค : ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวผลิบานเต็มุท่งเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น รอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ก็จะมี ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก

7 8

Cr. amrobon.blogspot.com

ลานสนสามใบภูสอยดาว : เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป

การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี บนยอดเป็นลานสนและมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์และตั้งแคมป์

9

การเดินทาง

การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ

  • โดยรถยนต์ จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร[3]
  • สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127

10

Cr. phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com

ภูทับเบิก
จังหวัดเพชรบูรณ์

11

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร อยู่ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มสักและหล่มเก่าประมาณ 40 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก

ภายในบริเวณจะมี ไร่กะหล่ำปลี ที่สวยงาม ตั้งอยู่เลยจุดชมวิวไม้กางเขน โดยชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะทำอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา กะหล่ำปลีจะมีให้ชมเยอะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน ส่วนหน้าหนาวมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิก

12 13 14

นอกจานี้ยังมี ร้านค้าชุมชน ร้านขายของที่ระลึก, ที่พักสไตล์รีสอร์ทและโฮมเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักตามสะดวก เช่น ไร่ภูทะเลหมอกทับเบิก และ ภูทะเลหมอกโฮมสเตย์ ตั้งอยู๋ใกล้ใกล้กับไร่กะหล่ำปลี ส่วน ไร่ริมผา ที่พักแนะนำใกล้จุดชมวิวทะเลหมอกสูงสุด

จุดสูงสุดชมทะเลหมอก : จะมีลานกางเต็นท์ ใกล้กับบริเวณหอวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก

พิกัด GPS : 16.896719, 101.106135

ที่อยู่ : 2331 ตำบล วังบาล อำเภอ หล่มเก่า เพชรบูรณ์ 42120

ทุ่งแสลงหลวง
จังหวัดพิษณุโลก

15

หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก

16

พื้นที่อุทยานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง จ.พิษณุโลกและ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน

17

สิ่งที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เลือกทำกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • น้ำตกแก่งโสภา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้จากทางด้านบนของตัวน้ำตก
  • ทุ่งโนนสน ทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน
  • ทุ่งนางพญา เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่ ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร เหมาะแก่การนั่งรถชมวิว และตั้งค่ายพักแรม
  • แก่งวังน้ำเย็น
  • น้ำตกซอนโสม
  • ถ้ำเดือน-ดาว ถ้ำพระวังแดง และถ้ำค้างคาว
  • ปั่นจักรยานเสือภูเขา
  • ชมดอกเอื้องพิสมร  เป็นดอกไม้บานในหน้าฝนเท่านั้น

18

การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ

  • เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 (หนองแม่นา)
  • เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. 8 (หนองแม่นา)

ล่องแก่งหินเพิง
จังหวัดปราจีนบุรี

19

ภาพ : chomthai.com

แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่งต่างๆ มากมาย แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก การล่องแก่งที่นี่ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำอยู่ในระดับ 3 -5 
นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูง

20

แก่งทั้ง 6 จะมีระดับที่ท้าทายแตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่

  • แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง ทริปนี้
  • แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา
  • แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้นๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่างๆ จากนั้นน้ำจะไหล เอื่อยๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ
  • แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็กๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา
  • แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้ ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง
  • แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก จะแลเห็นเกาะแก่งต่างๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลท่วมเกาะแก่งต่างๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ

การล่องแก่งหินเพิง ส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง

ขอบคุณที่มาข้อมูล ททท., Wikipedia

เรียบเรียงโดย : Travel MThai