ทริปใกล้กรุงฯ สองวันหนึ่งคืน เวลาเที่ยวน้อย ก็ฟินได้!

1

ใครว่า วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะเที่ยวต่างจังหวัดแบบฟินๆ ไม่ได้ Travel Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวให้ฟิน กับทริปสั้นๆในวันหยุดกันค่ะ แค่ 2 วัน 1 คืน ก็เพียงพอ ^^

ทริปใกล้กรุงฯ สองวันหนึ่งคืน เวลาเที่ยวน้อย ก็ฟินได้!

2

ขอบคุณรูปภาพ https://www.facebook.com/theneverlonelyjourney/

เขาพะเนินทุ่ง – แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เขาพะเนินทุ่ง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สภาพภูมิประเทศมีความสมบูรณ์และมีทิวทัศน์สวยงาม มีจุดชมทะเลหมอกที่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ตอนเช้ามองเห็นหมอก และเมื่อหมอกจางเราก็สามารถเฆ้นทิวทัศน์ ภูเขา ป่าทีอุดมสมบูรณ์ไกลสุดสายตา

นอกจากจุดชมวิวแล้วที่นี่ยังมีแหลางท่องเที่ยวอีกหลายที่ เช่น แคมป์ที่เป็นจุดชมผีเสื้อ, น้ำตกทอทิพย์, ชมนก รวม 400 กว่าชนิด

—————————————————–

3

เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า ‘จันทบูร’ ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง

หลายคนอาจจะรู้กันดีว่าจังหวัดในแถบนี้ ทั้ง จันทบุรี ระยอง ตราด จะเป็นแหล่งสวนผลไม้ แต่แหล่งท่องเที่ยวก็มีเสน่ห์มากเหมือนกัน 2 วัน 1 คืน เราสามารถเดินเล่น กินของอร่อยแถบย่านเมืองเก่า พร้อมกับชมเมือง ตึก อาคาร ที่มีประวัติศาสตร์ความเป้นมาที่น่าสนใจ อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวอีกๆ เช่น วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในอาเซียน, คุกขี้ไก่, ตึกแดง พร้อมกินอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ

—————————————————–

4

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูนสลับซับซ้อน และมีเกาะน้อยใหญ่อยู่รวม 6 เกาะ เราสามารถเข้ามาเดินเล่น เดินชมธรรมชาติไม้นานาพันธุ์ รวมถึงสัตว์น้ำ เป็นต้น อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยว เช่น ถ้ำพระยานคร ถ้ำแก้ว และถ้ำไทร มีหินงอกหินย้อยงดงาม โดยเฉพาะถ้ำพระยานครนั้นมีเพดานถ้ำทะลุเป็นปล่องใหญ่ แสงจะส่องลงมาตรง “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 อย่างสวยงาม

—————————————————–

5

เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่มีทัศนีภาพและทรัพยากรที่สวยงามและสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลตะวันออก ด้วยความที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จึงสะดวกต่อการเดินทางมาท่องเที่ยว เกาะแสมสาร อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือร่วมกับเกาะขาม โดยจะมีเรือให้บริการข้ามเกาะที่ท่าเทียบเรือ พบกับกิจกรรมมากมาย ทั้งดำน้ำ ปั่นจักยาน พายเรือคายัค ฯลฯ นอกจากนี้แล้วบนฝั่ง ก็ยังสามารถเที่ยวชมความงามของหาดนางรำ ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้อีกด้วย

—————————————————–

6

เขาเขียว – เกาะสีชัง

ไปพักเต้นท์ติดแอร์ที่ เอสตาเต้ รีสอร์ท ในเขาเขียว + ปั่นจักรยานชิลๆ ชมวิว ให้อาหารสัตว์ ส่วนอีกหนึ่งวันไปชิลที่เกาะสีชัง

—————————————————–

7

เที่ยวกาญจนบุรี ที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม

กาญจนบุรี จังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ  เช่น ยลถิ่นเมืองขอม ปราสาทเมืองสิงห์, ตามรอย ทางรถไฟสายมรณะ, เที่ยวน้ำตกเอราวัณ สวรรค์ชั้น 7, ถ้ำเสาหินลำคลองงู เสาหินสูงที่สุดในโลก

—————————————————–

8

ล่องแพ เล่นน้ำ ที่กาญจนบุรี 

ถ้าใครเบื่อทะเลอยากสัมผัสธรรมชาติ ล่องแพ ชมวิวภูเขา ต้นน้ำลำธาร ต้องมาที่นี่! นอกจากจะได้ชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำตั้งเยอะ!

—————————————————–

9

เที่ยวเขาใหญ่ ไปได้ตั้งหลายที่!

มาที่นี่ไม่ผิดหวัง! เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แห่งนี้มาที่เดียวก็สามารถเที่ยวไปหลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักบรรยากาศดี ร้านอาหาร-ของหวาน แสนอร่อย ถือเป็นอีกจังหวัดที่เหล่าวัยรุ่น วัยใหญ่ นิยมมากันมากที่สุด! ส่วนที่เที่ยวก็เช่น Primo Piazza (พรีโมเพียซซ่า) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเขาใหญ่ ปรับปรุงมาจาก primo posto มีมุมสวยๆ เยอะเลย , Palio (ปาลิโอ เขาใหญ่), อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ , ไร่องุ่น , ฟาร์มแกะ , ฟาร์มโชคชัย, Life Park ศูนย์รวมที่สุดของนานาเครื่องเล่น และกิจกรรมเชิงผจญภัยกลางแจ้งอันทันสมัย สั่งตรงมาจากต่างประเทศมากกว่า 30 รายการ

—————————————————–

10

อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี

อุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง ดินแดนแห่งขุนเขา ป่าหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองสุพรรณบุรีเป็นชายป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินทางทีหลงใหลในธรรมชาติ ความสงบเงียบ ป่าเขาน้ำตก ความงดงามงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ไอหมอก ความหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชนชาวกระเหรี่ยง จุดที่ห้ามพลาดคือการเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขาเทวดา และยามค่ำคืนก็นอนนับดาวที่ลานกางเต๊นท์ของอุทยานฯ

เรียบเรียงโดย Travel M Thai

5 ทะเลมัลดีฟส์เมืองไทย สวยจับใจ อ้อนแฟนพาไปที!

1

เว็บไซต์ Skyscanner ได้แนะนำทะเลสวยในเมืองไทย ที่สวยจับใจเหมือนทะเลมัลดีฟส์ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ไปเที่ยวถึงเมืองนอก เพราะทะเลเมืองไทยก็สวยไม่แพ้ที่ใดเหมือนกัน และบางที่ก็สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูด้วย ^^ ตามไปดูทั้ง 5 ที่กันเลยดีกว่า …

5 ทะเลมัลดีฟส์เมืองไทย 
สวยจับใจ อ้อนแฟนพาไปที!

  1. เกาะรอก จังหวัดกระบี่

2

เกาะรอกเป็นเกาะสงบ มีธรรมชาติสวย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และตั้งอยู่ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างทะเลตรังและทะเลกระบี่ บนเกาะรอกมีส่วนของสันทรายเชื่อมต่อเกาะรอกในและรอกนอก ทรายที่นี่ขาวมากประดุจแป้งและนุ่มเท้าสุดๆ ที่เปรียบได้เป็นมัลดีฟส์ในไทย นอกจากนั้นแล้วคนที่ชอบดำน้ำจะแฮปปี้อย่างมากเพราะเกาะรอกมีแนวปะการังและหมู่ดอกไม้ทะเลรายล้อมอยู่รอบเกาะ

ไปเที่ยวเดือนไหนดี : ช่วงเวลาที่ดีสุดในการไปเยือน คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน

การเดินทาง : วิธีที่สะดวกและไวที่สุด คือ นั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดตรังและไปลงเรือที่ท่าเรือปากเมงไปเกาะรอก ใช้เวลานั่งเรือราว 1 ชั่วโมง หรือขับรถมายังจังหวัดกระบี่ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานีและเข้าทางหลวงหมายเลข 41 สู่ อ.ทุ่งสงและแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 403 สู่ห้วยยอดและตัดเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) สู่ตรังและไปท่าเรือปากเมงโดยเส้นทางตรัง-สิเกา-ปากเมง (ทางหลวงหมายเลข 4046-4162)

สำหรับการนั่งเครื่องบินมาลงที่กระบี่และต่อรถไปลงที่ท่าเรือกระบี่-ลันตา นั่งเรือประมาณ 30 นาที และสำหรับเรือจากเกาะลันตาไปเกาะรอกก็ประมาณ 30-40 นาที

  1. หลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

3

เกาะสวยชื่อดังแห่งทะเลใต้ หลีเป๊ะมีทุกสิ่งที่คนรักทะเลถวิลหา ตั้งแต่ชายหาดสวย ทรายขาว น้ำทะเลใสเห็นปลาแหวกว่ายริมหาด จุดดำน้ำชมปะการังทั้งน้ำลึกและน้ำตื้นหลายจุด และที่เที่ยวเกาะเล็กเกาะน้อยที่อยู่ไม่ไกลกัน นี่มันมัลดีฟส์ไทยแลนด์ชัดๆ

นอกจากนั้นบนตัวเกาะก็ยังมีส่วนของหมู่บ้านชาวเล มีจุดวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ หลายแห่ง มีจุดชมวิวมุมสูงเพื่อชมโพ้นทะเลไกลบนเนินเขาที่สามารถเห็นวิวไปไกลได้ถึงเกาะอาดังเลยทีเดียว แถมหลีเป๊ะยังมีถนนคนเดินด้วย! สินค้าและอาหารพื้นเมืองยามค่ำคืนที่คุณจะได้อิ่มอร่อยกับเมนูขึ้นชื่อ “โรตีหลีเป๊ะ” พูดแล้วต้องรีบจองตั๋วเกาะมัลดีฟส์ไทยแห่งนี้ด่วนเลย!

ไปเที่ยวเดือนไหนดี : เดือนที่อากาศดี ปลอดลมมรสุม เหมาะแก่การเที่ยวหลีเป๊ะที่สุด คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม

การเดินทาง : วิธีที่สะดวกที่สุด คือ นั่งเครื่องบินมาลงที่หาดใหญ่ และต่อรถตู้หรือรถประจำทางไปที่ท่าเรือปากบาราเพื่อลงเรือไปยังหลีเป๊ะ ระยะเวลานั่งรถไปยังท่าเรือปากปาราราว 2 ชั่วโมง เรือที่ให้บริการมี 2 ประเภท คือ

  • เรือเร็วสปีดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทางราว 1.30 ชั่วโมง
  • เรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะทั่วไป ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง

สำหรับการขับรถมาเองนั้น จะต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จากกรุงเทพฯ ถึงชุมพรและเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 41 สู่นครศรีธรรมราชและพัทลุงไปจนถึงอ.รัตภูมิ จ.สงขลาเพื่อกลับสู่ทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้งที่จะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 406 เข้าจ.สตูล จากนั้นให้วิ่งตามเส้นทางฉลุง-ละงูเพื่อไปยังท่าเรือปากบารา มีบริการที่จอดรถบริเวณท่าเรือ

  1. เกาะเต่า-เกาะนางยวน
    จังหวัดสุราษฎร์ธานี

4

เกาะสวยที่โด่งดังเรื่องทะเลแหวก ทรายขาว น้ำทะเลใส เป็นเส้นทางทริปเที่ยวเกาะคู่ที่คุ้มสุดๆ ไฮไลท์ของเกาะเต่าและเกาะนางยวนที่นอกเหนือจากทะเลแหวกแล้ว ที่นี่ยังมีแนวปะการังใต้น้ำยาวกว่า 8 ก.ม. มีจุดดำน้ำสวยๆ หลายแห่ง เป็นแหล่งชมปลาทะเลสวยงามของไทย

อีกทั้งการเดินทางไปเที่ยว-ไปพักก็สะดวกสบายมาก สามารถลงเรือไปยังเกาะเต่า-นางยวนได้จากท่าเรือหลายแห่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว หากเทียบเรื่องความงามใกล้เคียง ที่นี่ก็น่าจะยกให้เป็นเกาะมัลดีฟส์ประเทศไทยได้อีกแห่งเช่นกัน

ไปเที่ยวเดือนไหนดี : ทะเลแถบนี้สามารถเที่ยวได้เรื่อยๆ ตลอดปี

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่ชุมพรหรือสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ได้และไปต่อเรือยังท่าเรือที่ให้บริการต่างๆ หลายแห่ง ท่าเรือเด่นๆ เช่น

  • จากชุมพรไปขึ้นเกาะนั้น สามารถไปลงเรือที่ท่าเรือเร็วลมพระยา และนั่งเรือไปเกาะเต่าราว 1.45 ชั่วโมง หรือไปลงเรือที่ท่าเรือท่ายางที่มีบริการของเรือนอน (เดินทาง 6 ชั่วโมง) และเรือด่วน (เดินทาง 2 ชั่วโมง)
  • จากสุราษฎร์ธานีไปขึ้นเกาะเต่า สามารถไปขึ้นเรือที่ท่าเรือซีทราน (เกาะสมุย) ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง
  • สำหรับการขับรถมาเที่ยวสามารถใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่ชุมพรเพื่อไปยังท่าเรือ หรือถ้าจะลงเรือจากสุราษฎร์ธานีจะต้องขับจากชุมพร-สุราษฎร์ธานีด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอ.ไชยา สู่สุราษฎร์ธานีและไปยังท่าเรือที่ต้องการ
  1. เกาะกูด จังหวัดตราด

5

เกาะท่องเที่ยวทะเลไทยฝั่งตะวันออกยอดนิยม เกาะกูดมีหาดสวยๆ อยู่รอบเกาะ โดยเฉพาะที่อ่าวกล้วยที่มีหาดทรายขาวยาวกว่า 300 เมตร แถมน้ำทะเลที่นี่ก็ลงเล่นได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวคลื่นซัดไปนอกชายฝั่ง มีจุดชมวิวอาทิตย์อัสดงสุดโรแมนติก

สำหรับคนที่ชอบดำน้ำก็สามารถไปส่องโลกใต้น้ำกันได้ที่บริเวณอ่าวยายเกิดและเกาะไม้ซี้ มากไปกว่านั้นเกาะกูดยังมีน้ำตกสวยงามในตัวเกาะและที่เที่ยวอีกหลายแห่งที่สามารถไปเที่ยวชมได้อีกด้วย

นอกจากนั้นในระยะหลังมานี้ก็มีที่พักแนวกระท่อมกลางน้ำสไตล์ทะเลมัลดีฟส์ไทยหลายแห่ง ใครที่อยากไปมัลดีฟส์แต่เวลามีน้อยหรืองบจำกัด ลองมาเที่ยวเกาะมัลดีฟส์เมืองไทยที่ตราดนี้แทนก็ได้ ทะเลไทย สวยไม่แพ้ทะเลไหนนะจะบอกให้

ไปเที่ยวเดือนไหนดี : เกาะกูดนั้นสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ฤดูที่อากาศดีสุดและเป็นช่วงไฮซีซั่นจะอยู่ที่ระหว่างเดือนตุลาคม-เดือนพฤษภาคม

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดตราดและต่อเรือที่ให้บริการต่างๆ ดังนี้

  • ท่าเรือสปีดโบ๊ทและเรือเร็ว ใช้เวลาราว 45 นาที – 1.30 ชั่วโมง ได้แก่ ท่าแหลมศอกและท่าเรือด่านเก่า
  • ท่าเรือธรรมดา ใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง ได้แก่ ท่าเรือแหลมงอบ ท่าเรือโชคสาธร
  • สำหรับคนที่ขับรถมาให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) และตรงไปลงเรือที่ท่าเรือดังที่กล่าวไปข้างต้น
  1. เกาะพยาม จังหวัดระนอง

6

“เกาะพยาม ระนอง มัลดีฟส์เมืองไทย” ที่ใครๆ กำลังกล่าวขวัญถึงกันเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีน้ำทะเลสีสวยใส ชายหาดขาวกว้างใหญ่น่านอนเล่น และมีความสงบเป็นส่วนตัวแล้ว เกาะพยามยังเป็นที่เที่ยวทางทะเลแห่งแรกๆ ในไทยที่มีการจัดทำกระท่อมที่พักกลางน้ำสไตล์มัลดีฟส์ขึ้นมา เรียกว่าเอาใจนักท่องเที่ยวสุดๆ

มากไปกว่านั้นแล้ว ในตัวเกาะพยามก็ยังมีส่วนของคลองในเกาะที่ไหลไปสู่ทะเลอันดามัน จุดชมวิวบริเวณนี้บอกเลยว่าสวยมาก มีทิวแถวไร่มะม่วงหิมพานต์และสวนยางพาราของชาวบ้าน กิจกรรมหลักของการไปเที่ยวที่เกาะพยาม คือ “ไปรีแลกซ์” แบบลืมโลกวุ่นวาย พูดแล้วก็ชักอยากไปเป็นชาวเกาะพยามขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วเนี่ย

ไปเที่ยวเดือนไหนดี : เดือนที่น่าไปเที่ยวมากที่สุด คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม

การเดินทาง :

  • สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่ระนองและต่อรถไปยังท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น เรือที่ให้บริการข้ามไปเกาะพยามมี 2 ประเภท คือ
  • เรือข้ามเกาะธรรมดา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง
  • เรือเร็วสปีดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
  • สำหรับคุณที่เลือกจะขับรถไปยังระนองและต่อเรือขึ้นเกาะ สามารถใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) และแยกเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ที่อำเภอปากท่อ และตรงดิ่งไปยังจังหวัดระนอง และเดินทางไปท่าเรือที่อยู่ใกล้กับสถานีตำรวจปากน้ำ บริเวณท่าเรือมีบริการรับฝากรถด้วย

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพดีๆ จาก https://www.skyscanner.co.th

หาโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ได้ที่ www.skyscanner.co.th

 

“บ้านข้างวัด” เดินเล่น ช้อปปิ้ง ในบรรยากาศบ้านๆ ณ เชียงใหม่

1

หนีเมืองกรุง หนีตึกสูงๆ ไปเที่ยวธรรมชาติกันดีกว่า! ยิ่งใกล้เข้าหน้าหนาวแล้วบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ต้องหาที่พักกายพักใจกันซะหน่อย “เชียงใหม่” ถือเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักเดินทาง ไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติ ที่นี่มีธรรมชาติ วัฒนธรรม ศิลปะ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย Travel.mthai ขอแนะนำ “บ้านข้างวัด” เดินเล่น ช้อปปิ้ง ในบรรยากาศบ้านๆ ณ เชียงใหม่ เดินเล่นชิลๆ ในตัวเมือง แล้วไปจิบกาแฟ อ่านหนังสือ แบบสโลว์ไลฟ์ กันที่นี่ดีกว่า ^^

2

“บ้านข้างวัด” เดินเล่น ช้อปปิ้ง
ในบรรยากาศบ้านๆ ณ เชียงใหม่

โครงการ “บ้านข้างวัด” เป็นคอมมูนิตี้มอลล์สไตล์พื้นเมือง ตั้งอยู่ในซอยวัดอุโมงค์ โดยมีคุณบิ๊ก เป็นผู้ออกแบบและเป็นเจ้าของโครงการแห่งนี้ จากแนวความคิดที่ต้องการสร้างชุมชนที่มีวิถีชีวิต มีปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนคล้ายกับการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสมัยก่อน มีการพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน ดูแลซึ่งกันและกัน ภายใต้การออกแบบที่อยู่อาศัยที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ อิงบรรยากาศแบบสมัยเก่าผสมกับความร่วมสมัยในปัจจุบัน จากสิ่งเหล่านี้จึงก่อให้เกิดขึ้นมาเป็น ชุมชน บ้าน’ข้างวัด’

3 4

ภายในบริเวณ “บ้านข้างวัด” จะมีบ้านกึ่งไม้กึ่งปูนเปลือย แบบ 2 ชั้น สร้างให้เหมือนบ้านในสมัยก่อน ตั้งอยู่ล้อมรอบกัน ตกแต่งด้วยของเก่าดั้งเดิม ที่ให้กลิ่นอายตอนที่เรายังเด็กๆ รวมถึงต้นไม้สีเขียว ร่มเย็น ปลูกอยู่ทั่วโครงการ เห็นแล้วสดชื่น ^^

5 6 7

บ้านแต่ละหลังก็จะเปิดเป็นร้านขายของเแฮนเมด, ของตกแต่งบ้าน, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, งานไม้ , Bookoo studio Showroom งานคราฟท์และงานเซรามิก, Orn the Rose บ้านและสตูดิโอ ของหญิงสาวที่รักงานปักผ้า, ห้องสมุดเก๋ๆ เอาไว้นั่งอ่านหนังสือชิลๆ และในแต่ละเดือนที่ บ้านข้างวัด ก็จะจัดตารางเรียน workshop ให้ได้มีกิจกรรมสนุกทำกันด้วย ฯลฯ อีกทั้งบ้านทุกหลังหันไปทาง ลานหญ้าสีเขียว ที่ตั้งอยู่ไล่เป็นชั้นๆ เป็นลานกิจกรรม เอาไว้จัดงานและทำกิจกรรมร่วมกัน

8 9 10

ผู้คนที่มายัง บ้านข้างวัด มีทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งได้ใช้เวลาทั้งในช่วงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ เข้ามาเที่ยวชม มาพักผ่อน มาเลือกจับจ่ายใช้สอย และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆที่ทาง บ้านข้างวัด จัดขึ้นตามแต่ละช่วงเทศกาล

11

ในทุกเช้าวันอาทิตย์ที่นี่จะมีกิจกรรม Morning Market ซึ่งเป็นออกร้านจำหน่ายอาหาร ผักสด ผลไม้สดจากร้านที่ผ่านการคัดเลือกมาในบางช่วงของปียังมีการจัดกิจกรรมตลาดนัดมือสอง ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนนำของมือสองนานาชนิด ทั้งของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า ของทำมือ ของใช้ต่างๆ มาออกร้านวางขายกันในพื้นที่อีกด้วย

12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27

วัน-เวลาเปิด/ปิด : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 18.00 น. *ปิดวันจันทร์

ที่อยู่ : 191-197 ม.5 ซ.วัดอุโมงค์ และวัดร่ำเปิง ถ.คลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50200

พิกัด : 18.776105, 98.948378

โทรศัพท์ : 095-0691-0888 , 090-056-9042 ,

Facebook : https://www.facebook.com/BannKangWat

ขอบคุณรูปภาพ Morning Market at Bann Kang Wat, บ้าน”ข้างวัด”