เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว – เกาะสีชัง!

1

เมื่อเรากับเพื่อนมีวันว่างตรงกันสองวัน ทริปปล่อยเบลอเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจึงเกิดขึ้น พร้อมแล้วไปชิลกัน ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะเราอยากไปพักเต้นท์ติดแอร์ที่เอสตาเต้รีสอร์ทในเขาเขียว + อยากปั่นจักรยานชิลๆ ชมวิว ให้อาหารสัตว์ ส่วนอีกหนึ่งวันกะว่าไปหาที่ชิลเอาดาบหน้า จนมาลงเอยที่เกาะสีชัง บางอย่างแพลนบางอย่างไม่ได้แพลน จึงเกิดทริปสนุกๆ นี้ขึ้น ^^

2

เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว – เกาะสีชัง!

Budget : 2,000 บาท/คน (รวมทุกอย่างแล้ว)

Accommodation : Estate Camping Resort & Safari

Transportation : รถยนต์ + เรือโดยสารข้ามไปเกาะสีชัง + เหมาสามล้อเที่ยวรอบเกาะ

Day1 : กรุงเทพฯ-เขาเขียว

Day2 : เขาเขียว-เกาะสีชัง-กรุงเทพฯ

3

ขับรถจากกรุงเทพฯราวสองชั่วโมงก็มาถึงที่พัก Estate Camping Resort & Safari ถ้าจองตรงกับรีสอร์ทจะราคาสองพันต้นๆ เราจองผ่าน Booking มาได้ราคา 1950 บาท/คืน รวมอาหารเช้าค่ะ

4

รอบๆเต้นท์มีกวางน้อยวิ่งเล่นทั้งวันทั้งคืนค่ะ เราสามารถให้อาหารได้ แต่น้องกวางเค้าขี้อาย ต้องค่อยๆย่องเข้าหาไม่ให้เค้าตกใจ

5

กระโจมอาบน้ำโอเพ่นแอร์ มีน้ำอุ่นบริการ คืนนี้เราจะอาบน้ำใต้แสงดาว

6

ภายในเต้นท์สะอาด สะดวก สะบาย มีแอร์เย็นฉ่ำ มีตู้เย็นจิ๋ว แค่นอนกลิ้งไปมาก็เพลินแล้ว

7

โซนห้องน้ำแยกฝั่งหญิง-ชาย มีตู้ล็อคเกอร์แล้วก็ที่อ่างล้างหน้าและกระจกไว้รองรับแขกได้เยอะเลย

8

สำรวจที่พักโดยรอบเสร็จแล้ว ได้เวลาแวะไปเยี่ยมเยียนสัตว์น้อยใหญ่ในเขาเขียวกัน เนื่องจากว่าเราพักกับรีสอร์ทข้างในสวนสัตว์ จึงไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่ม ยกเว้นพวกโชว์สัตว์ต่างๆที่จะเก็บเงินแยกอยู่แล้วรอบละประมาน 50 บาท

เราตั้งใจมาเช่าจักรยานขี่ไปรอบๆ แต่วันนี้ที่เช่าจักรยานไม่เปิดให้บริการ เรากับเพื่อนลังเลว่าจะเช่ารถกอล์ฟดีไหมเพราะค่าเช่าชั่วโมงละ 350 บาท สุดท้ายเลยตัดสินใจขับรถวนไปรอบๆเอาค่ะ รถเราใช้แก๊ส ประหยัดเงินในกระเป๋าไว้เที่ยวอย่างอื่นดีกว่า

จริงๆเราว่าในสวนสัตว์ก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรมากค่ะ ออกจะหดหู่หน่อยๆด้วยซ้ำ เพราะสัตว์ส่วนใหญ่ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา อาจเป็นเพราะเค้าโดนขัง ไม่ได้อยู่ตามธรรมชาติที่ควรอยู่ แต่อย่างที่บอกว่าเราอยากมาพักบรรยากาศเงียบๆ นอนเต้นท์ติดแอร์ ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็เลยไม่รู้สึกผิดหวังอะไรค่ะ

9

บริเวณที่พักมีมีชิงช้าให้เล่น อยู่ใกล้ๆร้านอาหารของรีสอร์ท กินข้าวเช้าเสร็จเรามานั่งชิลซักพัก หลังจากนั้นก็เช้คเอาท์ เก็บของพร้อมออกเดินทางไปเกาะสีชัง

10

ขับรถจากเขาเขียวไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็มาถึงเกาะสีชัง เราจอดรถไว้ที่สวนสาธารณะใกล้ๆท่าเรือ เพราะต้องนั่งเรื่อไปที่เกาะประมาณ 45 นาที ค่าเรือเที่ยวละ 50 บาท/คน

11

วิวระหว่างที่อยู่บนเรือ เราโชคดีที่มาในวันที่ฟ้าสวย ลมดี ถึงแดดจะแรงแต่ก็สู้ไหวค่ะ

12

มาถึงท่าเรือเราใช้บริการเหมาสามล้อเที่ยวรอบเกาะ ที่นี่เค้าเรียกว่าสกายแล็ป พอลงท่าเรือจะมีคนมาคอยถามว่า เช่าสามล้อไหม? เช่ามอไซค์ไหม? เรากับเพื่อนขี่มอไซค์ไม่แข็งทั้งคู่ เลยเหมาสามล้อค่ะ ราคา 250 บาท เขาจะอยู่กับเราทั้งวัน

หลักๆ จะพาเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ของเกาะ 4 จุด คือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่, จุดชมวิวช่องเขาขาด, พระจุฑาธุชราชฐาน(พระราชวังบนเกาะ), หาดถ้ำพัง เลือกใช้บริการกับคนไหนก็ได้ค่ะ ชาวบ้านน่ารักทุกคน ดูเป็นเกาะเล็กๆเงียบๆ หรือเพราะเรามาวันธรรมดารึเปล่าไม่แน่ใจ อยากชวนมาอุดหนุนการท่องเที่ยวที่นี่กันเยอะๆ เกาะนี้ไม่โก่งราคาค่ะ

13

1.วิวจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ สถานที่แรกที่พี่สามล้อพามาไหว้พระทำบุญซักสิบนาทีเสริมความเป็นสิริมงคล จะได้ไปเที่ยวต่อแบบสบายใจกัน

14

วิวอีกมุมจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

15

  1. จุดชมวิวช่องเขาขาด ตรงนี้ถ่ายรูปสวยมากกกกก นั่งชิวได้เป็นชั่วโมงเลย ถึงแดดจะแรงแต่ลมดีจริงๆค่ะวันนี้ ฟ้าใสน้ำสวยเชียว ถ้าไม่เกี่ยงแดดก็เดินเล่นไปได้ถึงโขดหินนู่น

16

อีกมุมนึงของจุดชมวิวช่องเขาขาด มองคลื่นกระทบฝั่งก็เพลินดีนะ

17

สวีทกับเพื่อนซักหน่อย มาด้วยกันต้องรักกันเข้าไว้

18

3.มาถึงพระราชวังแล้ว จุดที่ห้ามพลาดในการไปถ่ายรูปคือ สะพานอัษฎางค์ ถ่ายรูปก็สวยนั่งชิลก็สบายนะ

19

ได้รูปที่พอใจแล้วก็เดินสำรวจรอบๆพระราชวังต่อ เงียบ สงบ ประทับใจไม่น้อยเลย

20

  1. หาดถ้ำพัง ที่สุดท้ายของวันนี้แล้ว ที่นี่มีเตนท์ผ้าใบให้เช่า นั่งกิน นอนชิล ลงเล่นน้ำได้ตามอัธยาศัย แต่เราไม่ได้เตรียมตัวมาเล่นน้ำเลยแค่เดินถ่ายรูปเล่นเลียบหาด แล้วก็เดินขึ้นมาเก็บภาพจากมุมสูง น้ำสีสวยมากกก ฟ้าก็มากกกก

เราจะขึ้นเรือรอบสี่โมงเพื่อออกจากเกาะ ระหว่างทางกลับไปท่าเรือก็จะได้เห็นบ้านเรือนและการใช้ชีวิตของชาวบ้านบนเกาะในวันธรรมดาที่ไม่เร่งรีบ เป็นเกาะที่น่ารักจริงๆค่ะ จบทริปด้วยความประทับใจ ขอบคุณที่ตามอ่านจนจบนะคะ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ https://www.facebook.com/theneverlonelyjourney/

 

คาเฟ่เมืองอุทัย “กอบกาแฟ สาขา 2” ร้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม

1

จากร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองอุทัยธานี ร้านกาแฟที่ดัดแปลงจากบ้านไม้หลังเล็กได้ขยายสาขาให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แถมมีที่จอดรถเพิ่มขึ้นด้วย เป็นร้าน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนขาออกของจังหวัดอุทัยธานี 7 กิโลเมตร ก่อนถึง OTOP อยู่ซ้ายมือ

คาเฟ่เมืองอุทัย “กอบกาแฟ สาขา 2” ร้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม

2

กอบกาแฟ สาขา 2 แตกต่างจากสาขาแรกอย่างสิ้นเชิง หากต้องการความเป็นคลาสสิคต้องสาขาแรก ส่วนสาขาล่าสุดนี้เน้นความเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ร่มรื่นอยู่รอบร้าน ถ้าหากเป็นช่วงกลางวันให้นั่งด้านในเพราะเป็นห้องแอร์ ถึงเวลาตอนเย็นอากาศดีมีลมโกรกแนะนำให้ออกมานั่งรับลมด้านนอกหรือขึ้นไปนั่งบนชั้น 2 ซึ่งเป็นดาดฟ้าเปิดโล่ง มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก

3 4

มีป้ายให้จอดรถได้ทุกประเภท

5

ที่จอดจักรยาน

6 7

น้ำผึ้งมะนาวโซดา

8

ยำหมูยอ

9

ซี่โครงอ่อนผัดพริก

10

สามชั้นคั่วพริก

11

ต้มยำซี่โครงหมู

12

ข้าวผัดปลาทู

13

14

ชาเขียวเย็น

ที่ตั้ง ริมถนนสาย 333 ขาออกจากอุทัยธานี ใกล้กับโอทอปอุทัยธานี อุทัยธานี

เปิดทุกวัน 7.30 – 22.00 น.

 

9 ที่เที่ยวสมุทรปราการ “เมืองปากน้ำ” ที่ห้ามพลาด!

1

จังหวัดสมุทรปราการ หรือที่เราเรียกกันว่า เมืองปากน้ำ .. จังหวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 29 กิโลเท่านั้น ซึ่งที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจซ่อนตัวอยู่หลายที่เลยล่ะ ทั้งธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว และอาหารการกิน มีเวลาวันเดียวก็เที่ยวได้ แถมเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ^^

9 ที่เที่ยวสมุทรปราการ
“เมืองปากน้ำ” ที่ห้ามพลาด!

  1. บางกระเจ้า

2

บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้

  1. สถานตากอากาศบางปู

3 4 5

สถานตากอากาศบางปูนั้น เป็นบริเวณที่เป็นป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ ที่มีการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกนางนวล ที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี โดยมีจำนวนนกไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัวในแต่ละปี และมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดที่อาศัยอยู่ ณ ที่นี่

  1. เมืองโบราณสมุทรปราการ

6 7 8 9 10

สถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาเราย้อนกลับไปในอดีต ภายในมีเมืองโบราณจำลอง ได้เราได้เรียนรู้เรื่องราววิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อน รวมไปถึงมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำอีกมากมาย ทั้ง ตลาดน้ำ นั่งรถราง ไหว้พระ ปั่นจักรยาน เป็นต้น

ตลาดนัด ตลาดบก ทุกวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ต้นเดือน ภายในตลาดบก มีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งงานแฮนด์เมด งานประดิษฐ์ หัตถกรรม ของเล่นโบราณ ของใช้ ของฝาก อาหาร เครื่องดื่ม ที่ได้คัดสรรมาให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกรับประทานหลากหลายมากมาย ในบรรยากาศ ตลาดนัดโบราณ วันวานที่ยังมีชีวิต และพลาดไม่ได้สำหรับคนรักสุนัข มีการสาธิตการฝึกสุนัข ทำตามคำสั่งโชว์ความสามารถพิเศษของสุนัขแสนรู้

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.
ค่าเข้าชม : www.ancientcitygroup.net
รวมบริการ : รถราง จักรยาน และเรือ (สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าเที่ยวชมได้ และมีบริการเช่า รถกอล์ฟไฟฟ้า )

การเดินทาง :

  • รถยนต์ส่วนตัว : ใช้เส้นทางด่วน ปลายทางที่สำโรง-สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (ไปทางบางปู) ประมาณ กม. 33 เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ
  • รถโดยสารสาธารณะ : ใช้รถโดยสารปรับอากาศ สาย ปอ. 511 (สายใต้ใหม่-ปากน้ำ) ลงที่สุดทางแล้วต่อรถสองแถวสาย 36 ซึ่งจะวิ่งผ่านหน้าทางเข้าเมืองโบราณ

สอบถามเพิ่มเติม : 02-323-4094-9
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : เฟสบุ๊คเมืองโบราณ สมุทรปราการ

  1. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
    (The Erawan Museum)

11 12 13 14

พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย เรียนรู้ศิลปะและศาสนา ที่ส่งเสริมให้คนในสังคม สมัยใหม่ได้รู้จักหลักแห่งศาสนาทั้ง ๔ ด้วยเจตนารมณ์และอุดมคติของ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ซึ่งต้องการถ่ายทอดและปลูกฝังด้วยจิตวิญญาณของนักปราชญ์ เพื่อให้มนุษย์ร่วมโลกได้ มีโอกาสเข้าถึงศิลปะและศาสนา อันเป็นรากฐานของอารยธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.ancientcitygroup.net

  1. บางกอก ทรี เฮ้าส์
    (Bangkok Tree House)

15 16 17

ที่พักแนว Eco ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และทำให้เราได้อยู่กับบรรยากาศที่เงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ ใครจะคิดว่ามีที่พักแบบนี้อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วย การตกแต่งของที่นี่จะมาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่แทบทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ก็ออกแนวออร์แกนิค รวมไปถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยทดแทนบางส่วน

นอกจากจะเป็นที่พักแล้ว ที่ตั้งของ บางกอก ทรี เฮ้าส์ ยังอยู่ไม่ไกลจากบางกระเจ้า เราสามารถปั่นจักรยานมาทานของอร่อยๆ ที่นี่ได้ เปิดให้บริการร้านอาหาร เปิดเฉพาะวันศุกร์ – วันอาทิตย์  เวลา 10.00 – 22.00 น. อาหารมีหลากหลาย รวมไปถึงมีอาหารแบบออร์แกนิคด้วย

  1. ไมอามี่ บาซาร์ บางปู

18 19 20

เป็นอาณาจักรความสุข ไลฟ์สไตล์มอลล์ ความสนุกครบวงจรแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางปู บนเนื้อที่กว่า 35 ไร่ ตอบรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งร้านอาหาร ร้านนั่งเล่นชื่อดัง ให้คุณสังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนแบบสบายๆ พร้อมทั้งร้านค้าแฟชั่นสุดทันสมัย และซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมง ให้คุณช้อปปิ้งได้อย่างเพลิดเพลินตลอดวัน

  1.  Sanctuary Café & Restaurant

21 22 23

Sanctuary Café & Restaurant ให้บริการอาหารคาว ขนมหวาน รวมถึงเครื่องดื่มหลากหลายประเภท จากบ้านเก่าแก่กว่าร้อยปี ปรับปรุงให้กลายมาเป็นร้านอาหารและร้านขนมหวานแนววินเทจ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราทานข้าวอยู่ที่บ้าน แสนอบอุ่น

ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท ซอย 29 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ 10270

โซนร้านอาหาร : อังคาร-อาทิตย์ 11.00 – 22.00 น.
โซนร้านกาแฟ :ทุกวัน 6.30 – 21.30 น.
โซนสวน : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 17.00 – 22.00 น.

ขอบคุณรูปภาพ : เฟสบุ๊ค SanctuaryPaknam

  1. Ceramic Coffee By Sailom Bangpu

24 25 26

ร้านกาแฟสุดชิค ตกแต่งไตล์โมรอคโค โดยจุดเด่นของเขานอกจากจะเป็นร้านกาแฟแล้ว เจ้าของร้านได้นำเอาชิ้งานเซรามิกต่างๆ ที่ตนเองชื่นชอบมาตกแต่งร้าน ทำให้ดูแปลกตาและทำให้เป็นจุดเด่นของร้านอีกด้วย และถ้าใครสนใจที่นี่ก็มีงานเซรามิกน่ารักๆ จำหน่ายเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม : เฟสบุ๊คสายลมบางปู, Sailom Bangpu
เปิดให้บริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.30 น.
ที่ตั้ง : ซอยเทศบาลบางปู 72 จ.สมุทรปราการ

  1. Bougain Cafe & Crafts

27 28

Bougain Cafe & Crafts คาเฟ่เปิดใหม่ในย่านสำโรง ร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย สร้างบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะต้นเฟื่องฟ้า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน Bougain นั่นเอง ส่วนเมนูของหวานนั้น ไฮไลท์ก็คงจะเป็นฮมเมดเบเกอรี่ และกาแฟที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี บรรยากาศเหมาะกับการมานั่งชิลท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ

ที่ตั้ง : ซอยสันติคาม 13 อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
เปิดให้บริการ : วันธรรมดา (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม : Bougain Cafe & Crafts