My Cafe The Library คาเฟ่ 24 ชม. เปิด 5 เมนูใหม่ที่ไม่ควรพลาด!!

1

เวลาจะนั่งทำงานหรือนั่งอ่านหนังสือ ต้องเป็นสถานที่ดีๆ และมีเครื่องดื่มและอาหารพร้อมเสิร์ฟ คาเฟ่ 24 ชั่วโมงจึงตอบโจทย์ของคนที่ชอบนั่งชิลล์ นั่งทำงาน หรือ อ่านหนังสือในร้านต่างๆ

My Cafe The Library คาเฟ่ 24 ชม.
เปิด 5 เมนูใหม่ที่ไม่ควรพลาด!!

2 3

ที่ My Cafe The Library สาขาเกษตรนวมินทร์ซิตี้ เปิดบริการทุก 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังเป็นเหมือนห้องสมุดเล็กๆ ที่มีชั้นวางหนังสือสามารถหยิบมานั่งอ่านได้เลยค่ะ

4

ชั้นที่ 2 เป็นชั้นลอย สำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบหลบมุมนั่งทำงานได้

5

My Cafe The Library ในปี 2017 ได้เดินทางมาเป็นปีที่ 8 แล้ว ทางร้านจึงทำเมนูพิเศษเป็นการฉลองครบรอบแปดปีของร้าน เลยจัดเมนู 5 เมนู ที่สามารถมากินเมนูพิเศษนี้ได้ทุกเวลาตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อดึก

6

ข้าวต้มโบราณ เสิร์ฟพร้อมไข่ออนเซ็นและกากหมูเจียวกระเทียม

เคี่ยวด้วยกระดูกหมูจนเปื่อย ในหม้อนี้มีทั้งหมูบด ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง เสิร์ฟมากับไข่ลวกออนเซ็นและกากหมู

7

ข้าวผัดน้ำพริกปลาซาร์ดีน ไข่ข้น

ข้าวไข่ข้นของ My Cafe The Library เป็นเมนูเอกลักษณ์ของทางร้าน และเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน

8

โทสต์ชาโคลครีมชีสไข่

โทสต์ชาโคลขนมปังเพื่อสุขภาพราดซอสครีมชีส กรอบนอกนุ่มใน เอามีดตัดตรงกลางจะเป็นไข่ลาวาไหลเยิ้มออกมา

9

สเต็กปลาแซลมอน กับ สลัดครีมไข่ผลไม้สด

นำปลาแซลมอนมาย่างเป็นสเต็ก ทานคู่กับสลัดไข่ครีมผลไม้ และน้ำสลัดเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ได้ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น

10

สุกี้หม้อไฟ OH! My Cafe

มื้อดึกต้องเป็นสุุกี้หม้อร้อน ที่ชวนเพื่อนๆ มานั่งล้อมวงกินกัน ในหม้อสุกี้ก็เต็มไปด้วยของทะเล เช่น เนื้อปลาแซลมอน กุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และ เห็ดฟาง แล้วเพิ่มความหอมด้วยสาหร่ายวากาเมะ

11

วิน พงศพัน ทินราช นักแสดงหนุ่ม และ คุณกุ้ง มยุรี ตรีประเสริฐพจน์ เจ้าของร้าน My Cafe The Library แถลงข่าวเปิดตัว 5 เมนู ใหม่ที่ต้องลองมาชิมกันดูค่ะ

5 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปที่สุดในช่วง High Season (ต.ค. – เม.ย.)

1

5 สถานที่ ที่น่าไปที่สุด
ในช่วง High Season (ต.ค. – เม.ย.)

ใกล้ปลายปีอีกแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน และช่วงเวลาแบบนี้หลายคนก็ต้องเตรียมแพลนเที่ยวกันแน่นอน ^^ ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนใครที่อยากเที่ยวต่างประเทศละก็เรามี 5 ประเทศที่เหมาะกับการไปเที่ยวช่วงปลายปี-ต้นปี มาฝากกัน

  1. Kyoto ญี่ปุ่น (ตุลาคม-ต้นธันวาคม)

2

เกียวโตเป็นเมืองที่มีสถานที่เก่าแก่ที่สวยงามอยู่หลายสถานที่ จึงทำให้เกียวโตมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีความเป็นญี่ปุ่นมากที่สุด และถ้ายิ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหรือใบไม้แดงแล้วล่ะก็ ที่นี่จะมีความสวยงามเป็นพิเศษ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลากหลายสถานที่ ทั่วเมืองจะถูกย้อมไปด้วยใบไม้สีแดง ส้ม เหลือง ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆก็จะเป็น อาราชิยาม่า วัดคิโยมิสึ ภูเขาทาคาโอะ ฯลฯ

  1. Hokkaido ญี่ปุ่น (เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์)

3

หลายๆคนคงรู้จักฮอกไกโดเป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของภาพยนตร์เรื่อง “แฟนเดย์” ฮอกไกโดมีเขตที่ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศญี่ปุ่นจึงทำให้เป็นที่ที่หนาวที่สุดในญี่ปุ่น และช่วงที่น่าไปท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือช่วงฤดูหนาวนั่นเอง เนื่องจากจะมีบางสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถไปได้แค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เช่น บ่อน้ำสีฟ้า หมู่บ้านน้ำแข็งริมทะเลสาบ ทะเลสาบน้ำแข็ง เกล็ดหิมะอัญมณี อุทยานนกกระเรียนเต้นระบำ เล่นสกี ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเทศกาลชื่อดีงอย่าง Snow Festival ใครยังไม่เคยไปเทศกาลนี้แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำเลย ต้องไปให้ได้!

  1. ROVANIEMI ฟินแลนด์ (ปลายตุลาคม-ธันวาคม)

4

เชื่อว่ามีคนรู้จักที่นี่ค่อยข้างน้อย ที่โรวาเนียมิประเทศฟินแลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ในฤดูหนาว ซึ่งเราจะเจาะลึกของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองโรวาเนียมิลงไปอีกก็คือ “หมู่บ้านซานต้าครอส” นั่นเอง เป็นหมู่บ้านที่มีความโรแมนติกและความน่ารักเป็นอย่างมาก>< ภายในหมู่บ้านจะมีของเล่น ร้านอาหาร ร้านขายของที่ละลึก ที่พักน่ารักๆ และยังมีกิจกรรมให้ทำอย่างนั่งรถลากหิมะโดยกวางเรนเดียร์หรือสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้อีกด้วย

  1. ไอซ์แลนด์ (ปลายเดือนตุลาคม ถึง ต้นเดือนมีนาคม)

5

หากใครยังไม่เคยเห็นแสงเหนือแล้วล่ะก็ แนะนำให้ไปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ดูสักครั้ง รับรองว่าการที่ได้เห็นด้วยตาตัวเองนั้นสวยกว่าได้เห็นจากรูปถ่ายเป็นร้อยเท่า ซึ่งช่วงที่น่าไปล่าแสงเหนือมากที่สุดก็จะเป็นช่วง ตุลาคม-มีนาคม เนื่องจากเป็นช่วงที่มีเวลากลางคืนยาวนานแบบพอดี ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือเยอะกว่า ไม่แนะนำให้ไปช่วงอื่นเนื่องจากหากไปช่วงที่มีกลางคืนนานเกินไปคุณอาจจะเบื่อกับการเที่ยวได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นการล่าแสงเหนือนั้นก็อยู่ที่ดวงด้วย แต่หากได้เจอแสงเหนือแล้วล่ะก็ คุ้มเกินคุ้ม

  1. Seoul เกาหลี (ใบไม้เปลี่ยนสี)

6

โซลเป็นเมืองที่มีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีและเป็นเมืองที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุดในเกาหลี เนื่องจากหลายๆสถานที่ท่องเที่ยวในโซลจะสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ เช่น เขานัมซาน อุทยานโซลแกรนด์พาร์ค หรือจะเป็นถนนช้อปปิ้งอย่างถนนชินซาดง คาโรซูกิล ก็มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้ชมขณะชมปิ้งอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : tourkrub.co

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ :

  • Website tourkrub.co
  • Facebook Page  https://www.facebook.com/tourkrub.co
  • สนใจทัวร์ต่างประเทศติดต่อได้ที่ Line: @tourkrub.co web: https://tourkrub.co