ฮือฮา! หิมะตกที่ทะเลทรายซาฮารา ครั้งที่ 3 ในรอบ 40 ปี

หิมะตกที่ทะเลทรายซาฮารา
ครั้งที่ 3 ในรอบ 40 ปี

เกิดปรากฏการณ์ หิมะตกที่ทะเลทรายซาฮารา หนึ่งในสถานที่ที่ร้อนและแห้งแล้งมากที่สุดในโลก โดยเกิดขึ้นที่เมือง Ain Sefra ประเทศอัลจีเรีย หรือมีอีกชื่อว่า ‘ประตูสู่ทะเลทรายซาฮารา’ นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 40 ปี สร้างความฮือฮาปนตกใจไม่น้อยแก่ผู้คนที่พบเห็น แต่ไม่นานหิมะก็ละลายหายไปในเย็นวันเดียวกัน อาจเป็นเพราะทนความร้อนของทะเลทรายไม่ไหวก็เป็นได้

หิมะตกที่ทะเลทรายซาฮารา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 1979 และ ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2016 แม้จะตกลงมาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้เด็กๆ ชาวแอลจีเรีย มีโอกาสได้ปั้นตุ๊กตาหิมะ และสนุกสนานไปกับกองหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วผืนทะเลทราย

ปรากฏการณ์แปลกครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง อย่างที่ชาวอเมริกันหลายคนกำลังเผชิญกับพายุหิมะ หรือระเบิดไซโคลน (bomb cyclone) หนาวยะเยือกกระทั่งน้ำตกไนแองการากลายเป็นน้ำแข็ง และล่าสุด!! เกิดหิมะตกหนักในรอบ 50 ปี ในเมืองมิจินา รัฐกะฉิ่น ประเทศพม่า อุณหภูมิติดลบ 10-15 องศา จัดว่าหนาวมาก บรรยากาศแทบไม่ต่างจากประเทศยุโรป

ย้อนกลับไปเมื่อ 4,000 ปีก่อน ทะเลทรายซาฮารายังเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์คล้ายโอเอซิส มีแม่น้ำ และสัตว์ป่าขนาดใหญ่มากมายอาศัยอยู่ โดยปรากฏเป็นหลักฐานทางโบราณคดี คือ ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำของมนุษย์ในยุคนั้น

Source: dailymail

 

ในวันที่ พญาเสือโคร่ง ผลิบาน ณ ขุนสถาน น่านไง

ในวันที่ พญาเสือโคร่ง ผลิบาน
ณ ขุนสถาน น่านไง

เก็บกระเป๋าสะพายกล้องแล้วตามเราไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จ.น่าน ไปนอนใต้ต้น พญาเสือโคร่ง ก่อนตื่นขึ้นมาดูทะเลหมอกยามเช้า ท่ามกลางอากาศหนาวจับใจ จินตนาการภาพตามไปมันฟินเหลือเกิน

พญาเสือโคร่ง หรือที่เราเรียกกันว่า ซากุระเมืองไทย กำลังบานสะพรั่งฉาบสีชมพูไปทั่วดอย ภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนสถาน โดยเฉพาะที่ สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซึ่งเป็นจุดที่มีดอกนางพญาเสือโคร่งเยอะที่สุด และสวยงามมากแห่งหนึ่ง

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน เป็นหน่วยพิทักษ์และจัดการต้นน้ำและป่าไม้ อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร และอยู่บนภูเขาสูง 1,330 เมตร จากระดับน้ำทะเล โดยบริเวณนี้เป็นต้นกำเนิดน้ำแหง ก่อนที่จะไหลมารวมกับลำน้ำอื่น ๆ ในลุ่มน้ำน่าน ทางสถานีจึงทำการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์ และปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไว้เป็นดงเลยทีเดียว ทั้งด้านในสถานีและริมถนนด้านนอก

ที่สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน มีบ้านพักเป็นหลังๆ บริการนักท่องเที่ยวที่อยากมาพักค้างแรม ลักษณะบ้านสไตล์ตะวันตก ให้ฟิลล์เหมือนอยู่เมืองหนาว แถมยังโอบล้อมไปด้วยพญาเสือโคร่งนับพันดอก ยิ่งทำให้นึกฝันว่าอยู่ญี่ปุ่น ส่วนใครที่อยากมาสัมผัสลมหนาวแบบจัดเต็ม ใกล้ชิดกับดอกไม้แบบสุดๆ เขาก็มีลานกางเต๊นท์บริการ พร้อมอุปกรณ์เครื่องนอนให้ด้วย

ใครอยากมาเก็บภาพควรวางแผนให้ดีๆ เพราะคาดว่าจะบานถึงช่วงปลายเดือนมกราคมนี้เท่านั้น (หากสภาพอากาศหนาวต่อเนื่องและฝนไม่ตก)

ขอบคุณรูปภาพจาก: อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

 

อัศจรรย์ทะเลหมอกเที่ยงคืน ณ ภูเตาโป่ง ป่าชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม จ.เลย

อัศจรรย์ทะเลหมอกเที่ยงคืน
ภูเตาโป่ง ป่าชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม

ถ้าอยากดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนต้องไปนอร์เวย์ แต่ถ้าอยากดูทะเลหมอกเที่ยงคืนต้องมาที่ ภูเตาโป่ง ในเขตบ้านบุ่งกุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดว่าเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลหมอกแท้ๆ

ภูเตาโป่ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่น้อยคนนักจะรู้จัก เป็นป่าชุมชนที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาขึ้นโดยจิตอาสาของชุมชนบุ่งกุ่มเอง อาศัยแนวคิดที่ว่า  “ป่าอยู่ได้คนอยู่ได้ต่างอาศัยซึ่งกันและกัน”

จากพื้นที่สัมปทานป่าไม้ของภาครัฐ ที่ถูกปล่อยทิ้งรกร้างจนเสื่อมโทรม จึงกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ซุกซ่อนความอัศจรรย์ทางธรรมชาติไว้มากมาย ทั้งป่าเขียวขจี ทะเลหมอก ดวงดาว แสงอาทิตย์ยามเช้าและยามเย็น

ความร่วมมือของชุมชนในการจัดการทรัพยากรเพื่อปกป้องผืนป่าบ้านเกิด เพื่อเก็บโอโซนธรรมชาติไว้ให้รุ่นลูกหลาน จนสามารถคว้าอันดับ  1 ป่าชุมชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นเครื่องยืนยันความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่านี้ได้ดีทีเดียว

ไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่ภูเตาโป่ง ก็คือการตื่นมาชมทะเลหมอกที่งดงามราวกับอยู่สรวงสวรรค์ ฟินได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน จนถึงประมาณสิบโมงเช้า! ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดค่ะ ทะเลหมอกขาวนอลลอยฟูฟ่อง พร้อมหมู่ดาวระยิบระยับอยู่เต็มฟากฟ้า จะเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นในเวลาเที่ยงคืน

โดยจุดชมวิวที่นี่มีอยู่สองจุดด้วยกัน จุดแรกอยู่ตรงระเบียงเตาโปง และจุดที่สองอยู่ตรงจุดชมวิวหินใหญ่ ที่จุดชมวิวหินใหญ่นี้เอง นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นตัวเมืองด่านซ้ายกว้างไกลจนถึงภูเขาฝั่งลาวได้ชัดแจ๋ว

นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายรูปอื่นอีกในบริเวณเดียวกัน อย่างหินอิงรัก หินก้อนใหญ่ๆ สองก้อนที่พิงกันอยู่บนหน้าผาได้โดยไม่กลิ้งตกลงไปข้างล่าง มองเผินๆ เหมือนคนกำลังจุ๊บกัน และหินยก หรืออีกชื่อเรียกว่าหินตาผ้าขาว เป็นหินที่ยกสูงขึ้นจากพื้น ถูกประกบด้วยหินก้อนใหญ่สองด้าน

ที่ภูเตาโป่ง เขามีจุดตั้งแคมป์ไว้บริการด้วย สำหรับใครที่อยากมานอนดื่มด่ำบรรยากาศ พิสูจน์ทะเลหมอกยามราตรีที่ไม่ยอมหลับไหลแม้ในเวลาเที่ยงคืน ฟินไปกับมวลหมู่ดาวมากมาย และหากโชคดี อาจได้ภาพดาวช้างเผือกกลับไปอวดเพื่อนๆ อีกต่างหาก แต่ทั้งนี้ต้องเตรียมเต็นท์ ถุงนอน และเสบียงอาหารมาเองนะคะ

การท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้สองลักษณะด้วยกัน แบบที่ 1 เดินป่าระยะสั้น 2-3 กิโลเมตรเพื่อไปยังจุดชมวิวและตั้งแคมป์ แบบที่ 2 ใช้บริการรถ 4X4 จากเจ้าหน้าที่แล้วเดินขึ้นไปยังจุดตั้งแคมป์ และจุดชมวิวเพียง 500 ต่อเที่ยว/กลุ่ม เท่านั้น

รายละเอียดค่าใช้จ่าย

1.นักท่องเที่ยว 3 คนต่อไกด์นำทาง 1คน
2.ค่าไกด์นำทาง 600 บาทต่อไกด์ 1 คนในกรณีนอนค้างคืนและ 300 บาทถ้าขึ้นชมภูตอนเช้า
3.นักท่องเที่ยวต้องเตรียม เต็นท์ ถุงนอน เสบียงอาหารมาเอง บนภูสามารถก่อไฟทำอาหารได้ มีห้องน้ำบริการ 2 ห้อง ไม่มีห้องอาบน้ำ
4.จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว 20คนต่อวัน
5.ในกรณีมา 10 คนใช้ไกด์ 3 คน
6.มีค่าบำรุงป่าหัวล่ะ 30 บาท
7.มีรถอิแต๊กบริการ ราคา 500 บาท นั้งได้ 5 คนรวมสัมภาระ ฝากของขนขึ้นภู 100 บาท

ขอบคุณรูปภาพจาก: ภูเตาโปง ป่าชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม